ไอติมอ่าน

NIKSEN ศิลปะของการไม่ทำอะไรเลย ปรัชญาการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตกับการงาน

Share

ปรัชญาการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน ที่ทำให้ชาวดัตช์มีดัชนีความสุขสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก นิกเซน เป็นคำกริยาในภาษาดัตช์ แปลได้สั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า “ไม่ทำอะไรเลย” สิ่งนี้จะช่วยรักษาสภาพจิตใจของคุณให้ปกติสุข แนะนำให้รู้จักกับเส้นทางแห่งความสบายใจ เน้นให้คุณคำนึงถึงตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก พาคุณออกจากความเร่งรีบ

นิกเซนใช่การฝึกสติ ทำสมาธิหรือเปล่า คำตอบคือไม่เชิงอย่างนั้น นิกเซนไม่ได้ให้คุณพยายามบรรลุนิพพาน ไม่ต้องนั่งนิ่ง ๆ ขัดสมาธิแล้วพยายามให้ใจไม่ว่อกแว่ก แต่นิกเซนให้คุณเพียงแค่อยู่เฉย ๆ โดยไม่ต้องมีเป้าหมายหรือจุดประสงค์ใด ๆ

นิกเซนไม่สามารถพาคุณไปสู่เป้าหมายได้โดยตรง ไม่ช่วยให้รวยขึ้นหรือมีคอนเน็กชั่นเพิ่ม แต่มีงานวิจัยชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของการอยู่เฉย ๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ สุขภาพและความสุข

มีเรี่ยวแรงมากขึ้น

คุณจะสร้างผลงานไม่ได้เลยถ้าจิตใจห่อเหี่ยวหรือเหนื่อย การพักบ้างเป็นครั้งคราวและอยู่เฉย ๆ จะช่วยฟื้นฟูและเติมพลังให้ร่างกายและจิตใจได้

สุขภาพดีขึ้น

การพักเป็นครั้งคราวข่วยป้องกันไม่ให้สูญเสียพลังงานและสมาธิ ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหมดไฟและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น

คุณจะมีพลังเหลือสำหรับจัดการเรื่องต่าง ๆ ในบ้านมากขึ้น ใส่ใจความเป็นไปในบ้านมากขึ้น ลูก ๆ ของคุณสามารถสัมผัสได้หากคุญเครียดหรือจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

สมองแข็งแรงขึ้น

การทำงานยุ่งอยู่ตลอดจะลดความสามารถในการคิด จดจ่อ จดจำสิ่งต่าง ๆ ถ้าอยากมีสมองที่แข็งแรงต้องหาช่วงหยุดพักให้สมองได้ฟื้นฟูจากความเสียหาย

อาจเกิดการตื่นรู้

เมื่อสามารถพาจิตใจตัวเองถอยห่างออกมาจากปัญหาและความวุ่นวาย คุณจะมองเห็นปัญหา คำถามและประเด็นต่าง ๆ ชัดเจนขึ้น อาจช่วยให้ได้ไอเดียใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหา

นอนหลับดีขึ้น

หากคุณอยู่ในสภาวะตื่นตัวเสมอ จิตใจจะไม่ผ่อนคลายและเงียบสงบเพื่อเตรียมนอนหลับ หากแบ่งเวลาพักให้มากขึ้นในแต่ละวัน จะลดระดับความเครียด ช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น


เริ่มต้นปฏิบัตินิกเซนโดยใช้ “อะไร ที่ไหน เมื่อไหร่”

อะไร

นิกเซนคือการปล่อยให้ตัวเองอยู่เฉื่อยชาโดยไม่ต้องรู้สึกผิด ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะอะไร จะนั่งเฉย ๆ ฟังเพลง ดูซีรีส์แบบไม่มาราธอนก็ได้ แต่ไม่รวมถึงการนอนหลับ

ที่ไหน

หลบหลีกไปสู่พื้นที่ปราศจากความวุ่นวาย เช่น ม้านั่งในสวน ในป่า อาจจะเป็นสปา พื้นที่เงียบ ๆ ในออฟฟิศ ในอ่างอาบน้ำ บนโซฟา

เมื่อไหร่

ศักยภาพที่แท้จริงของนิกเซนคือการพักผ่อนเล็ก ๆ น้อย ๆ และพักบ่อย เริ่มต้นจากหาเวลาพักประมาณ 5 นาที จากนั้นก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อุทิศเวลานั้นให้กับตัวคุณเอง โดยตระหนักว่าอยู่เฉย ๆ บ้างก็ไม่เป็นไร


มาลองดูความเชื่อผิด ๆ ที่ขวางไม่ให้เราอยู่เฉย ๆ กันเถอะ

ความเชื่อที่ 1 ฉันยุ่งเกินกว่าจะอยู่เฉย ๆ

ปัจจุบันหลายคนคิดว่าความยุ่งจะทำให้เราประสบความสำเร็จ แต่เชื่อจริง ๆ เหรอว่าตัวเองไม่มีเวลาะักผ่อนจริง ๆ คุณอาจแค่ไม่อยากลงทุนเวลาไปกับการพักอยู่เฉย ๆ เพราะกลัวจะส่งผลกระทบต่อ productivity

ถ้าคุณคิดว่าการให้เวลากับตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องงานและเรื่องอื่น ๆ ก็สำคัญพอกัน ลองทำแบบฝึกหัดนี้ดู โดยการสมมุติว่าสัปดาห์หนึ่งมีแปดวัน วันที่เพิ่มเข้ามาคุณจะเอาไปใช้ทำอะไร คำตอบจะบอกให้รู้ถึงสิ่งสำคัญที่คุณไม่มีเวลาจัดการในตอนนี้

ความเชื่อที่ 2 อยู่เฉย ๆ แปลว่าขี้เกียจ

โลกปัจจุบันทั้งเร็ว เชื่อมต่อกัน และวุ่นวายมากกว่าในอดีต คนต้อง multitasking จนการพักอยู่เฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรดูเป็นเรื่องผิดบาป เราควรมองว่าการพักเป็นเหมือนยารักษาความโกรธ ปลอบประโลมจิตใจและนำไปสู่ความกระจ่างชัด ทำให้คุณได้หยุดและเริ่มต้นใหม่

ความเชื่อที่ 3 การพักเป็นเรื่องไม่ดีเพราะมีคนกำลังต้องการฉันอยู่

ทำไมเราถึงใส่ใจนักหนาว่าคนอื่นจะคิดกับเรายังไง ทำไมเรากลัวคนอื่นจะผิดหวังในตัวเรา หรือจะคิดว่าเราเป็นคนไม่ดีและเห็นแก่ตัว

หลายคนโดนเลี้ยงมาโดยให้คิดว่าควรใส่ใจผู้อื่นเป็นอันดับแรก ถ้าเราสละเวลาว่างของตัวเองไปทำอะไรให้คนอื่นก็เหมือนกำลังจุดเทียนสองด้าน ที่สุดท้ายจะไม่มีอะไรเหลือให้คนอื่นอีกเลย

ลองนึกถึงคำแนะนำด้านความปลอดภัยบนเครื่องบินสิ ที่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหน้ากากออกซิเจนจะหล่อนลงมา แล้วให้เราสวมให้ตัวเองก่อนสวมให้คนอื่น คุณจะทำประโยชน์อะไรให้คนอื่นไม่ได้เลย ถ้าคุณใช้พลังงานไปจนเกลี้ยงแล้ว คุณต้องดูแลตัวเองก่อน หยุดเสียพลังไปกับการต้องการเป็นที่ต้องการ แล้วลงทุนเวลาให้กับคนที่มีค่าทุกสุด นั่นคือคุณเอง


นิกเซนในชีวิตประจำวัน

เวลามีไว้ให้ใช้กับการทำงาน กับครอบครัวกับเพื่อน และกับการพักผ่อนหย่อนใจ การบริหารเวลาทำให้คุณมีเวลาเพียงพอสำหรับทุกอย่างที่กล่าวมา ถ้าหากให้เวลากับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไปก็จะเสียสมดุล และเกิดความเครียดโดยไม่จำเป็น

หากเรายุ่งเกินไปก็อาจเครียดเรื้อรัง หมดพลัง ในทางกลับกันหากว่างเกินไปก็จะทำให้จิตใจด้านชา เบื่อหน่ายและงุ่นง่าน งานวิจัยจากมหาลัยเพนซิเวเนียแนะนำว่า 2.5 ชั่วโมงต่อวันคือเวลาพักที่เหมาะสม มาดูวิธีปรับเวลาให้เหมาะสมกับนิกเซนในแต่ละวันกัน

  • จัดเวลา 20 นาทีในวันทำงาน และ 2 ชม. ในวันหยุดไว้สำหรับการพักผ่อน
  • เจาะจงเลยว่าคุณจะใช้เวลาสำหรับทำงานแต่ละชิ้นเท่าไหร่ หากงานเสร็จก่อนกำหนด ถือเป็นโอกาสทองที่จะได้อยู่เฉย ๆ
  • หากมีงานเร่งด่วนเข้ามา แล้วดันมาซ้อนทับเวลาที่ต้องนิกเซน ก็สามารถเลื่อนไปทำนิกเซนเวลาอื่นได้

ปกป้องเวลาพักของคุณ

หากอุตส่าห์วางแผนสำหรับพักผ่อนไว้แล้ว แต่มีคนมาขอให้คุณใช้เวลานั้นไปกับการช่วยเหลือพวกเขา หากคุณต้องการใช้ความสำคัญกับตัวเองมากกว่า ลองใช้วิธีเหล่านี้ในการปกป้องเวลาพักของตัวเอง

ตอบอย่างจริงใจ

หากมีคนมาขอความช่วยเหลือ คุณสามารถตอบสั้น ๆ ไปได้เลยว่า “โทษทีนะ วันนี้ไม่ว่าง” แล้วบอกข้อจำกัดของคุณไปตรง ๆ เช่น “ช่วงนี้ยุ่งมาก ไม่มีเวลาพัก เลยจัดเวลาสำหรับพักผ่อนไว้แล้วน่ะ”

สั้นง่าย ได้ใจความ

ถ้าไม่อยากลงรายละเอียด ก็พูดสั้น ๆ ง่าย ๆ ไปว่า “ขอโทษทีนะ เรื่องนั้นฉันคงช่วยไม่ได้” เป็นการยอมรับว่าคุณรู้ดีว่ากำลังทำให้อีกฝ่ายผิดหวัง และคุณไม่ได้รู้สึกดีที่ต้องปฏิเสธ

สร้างทางเลือกให้ตัวเอง

คุณอาจพูดต่อท้ายได้ว่า “ตอนนี้ยังช่วยอะไรไม่ได้ แต่วันหลังถ้ามีอะไรบอกได้เลยนะ” การปฏิเสธในตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะขอความช่วยเหลือคุณในอนาคตไม่ได้

ปฏิเสธซึ่งหน้า

การส่งข้อความเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะข้อความส่งอารมณ์ได้ไม่หมด ฉะนั้นควรโทรไปปฏิเสธให้อีกฝ่ายได้ยินน้ำเสียง หรือแวะไปบอกต่อหน้า ให้อีกฝ่ายได้เห็นสีหน้าของคุณ

เราสร้างร่างโคลนให้มาช่วยทำงาน หรือเพิ่มเวลาในหนึ่งวันให้มากกว่า 24 ชม. ไม่ได้ก็จริง แต่เราใช้ทรัพยากรเวลาที่มีอย่างชาญฉลาดได้ โดยการสร้างเส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับเวลาพัก สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสร้างพื้นที่ระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้ชัดเจนขึ้น


สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • อย่านั่งหน้าจอคอมนานเกิน 2 ชม โดยไม่พัก
  • อย่าทำหลายสิ่งพร้อมกัน ให้จดจ่อกับกับสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบันทีละอย่าง
  • อย่าเอาคอมพิวเตอร์ไปด้วยเวลาไปเที่ยวพักผ่อน
  • อย่าตอบตกลงที่เพื่อนร่วมงานชวนไปดื่มในคืนวันศุกร์ ถ้าคุณเหนื่อยและอยากกลับบ้านมากกว่า
  • อย่าปล่อยให้ลูกค้าโทรหรือส่งข้อความหาแล้วคิดว่าจะได้คำตอบจากคุณทันที

สิ่งที่ควรทำ

  • จงแจ้งให้ลูกค้าและเพื่อนร่วมงานรู้ว่าคุณไม่ต้องการให้พวกเขารบกวน เช่น ตั้งชื่อไลน์ว่า ไอติมหยุดวันจันทร์
  • จงตั้งอีเมลตอบกลับอัตโนมัติว่าไม่อยู่ออฟฟิศ ในช่วงวันหยุดหรือลาพักร้อน
  • จงกำหนดพื้นที่หนึ่งในบ้านเป็นมุมทำงาน โดยให้อุปกรณ์ทำงานทั้งหมดอยู่ตรงมุมนี้เท่านั้น

หลังจากหาเวลาว่างให้ตัวเองได้แล้ว แรก ๆ บางคนอาจยังไม่ชินกับการอยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ หากคุณอยู่ไม่สุข มีความคิดลุกโชน ลองเบนความสนใจโดยการเพิ่งการเคลื่อนไหวเข้าไปในการพักผ่อน อาจจะเป็นการเดินเล่นรอบเมือง เล่นโยคะ รำไทเก๊ก ถักนิตติ้ง สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นการทำสมาธิแบบเคลื่อนไหว

หากร่างกายชินกับการอยู่เฉย ๆ มาขึ้นแล้ว อยู่ในโหมดผ่อนคลาย คุณอาจหากิจกรรมที่เพลิดเพลินไปกับการอยู่เฉย ๆ เช่นการไปนวด ไปสปา ฟังเพลงคลาสสิก มองดูใบไม้ไหว มองดูเมฆเคลื่อนคล้อย หรือหากฝนตกก็มานั่งข้างหน้าต่าง ดูเม็ดฝนไหลผ่านหน้าต่างไป


และนี่คือปรัชญานิกเซนของชาวดัชต์ผู้มีความสุขในชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก หากใครกำลังเครียด สุขภาพกายใจเสื่อมถอย อยากหาเวลาพักผ่อนให้ตัวเอง สามารถหาหนังสือเล่มนี้มาอ่าน เพื่อจะได้รู้เทคนิคของศิลปะแห่งการไม่ทำอะไรเลย และสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตให้มีความสุขมากขึ้นได้

สนใจหนังสือ Niksen ศิลปะของการไม่ทำอะไรเลย

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee:
https://s.shopee.co.th/4Aird6uXdS
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a Reply

What's New

จากบ้านช่างเซรามิค สู่พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาจากจีน

หากพูดถึงจังหวัดลำปาง หลายคนคงนึกถึงรถม้า แต่รู้ไหมว่าที่นี่ยังเป็นเมืองหลวงแห่งเซรามิกของประเทศไทย โดยเฉพาะชามตราไก่ที่เราคุ้นเคยกันดีตามร้านก๋วยเตี๋ยว วันนี้ไอติมจะพาเพื่อน ๆ ไปเจาะลึกประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และศิลปะที่ถูกส่งต่อมานับร้อยปีที่ พิพิธภัณฑ์เซรามิกธนบดี (Dhanabadee Ceramic Museum) ซึ่งดัดแปลงบ้านของช่างเซรามิกยุคบุกเบิก ให้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ “อาปาอี้” ชายชาวจีนผู้หนีภัยสงคราม สู่ผู้บุกเบิกเซรามิกลำปาง เซรามิกเมืองลำปางเริ่มต้นจากชายชาวจีนชื่อ อาปาอี้ (นายอี้ ซิมหยู แซ่ฉิน)...

เศรษฐีชี้ทางรวย ปรัชญาสร้างความมั่งคั่งจากบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดแห่งบาบิโลน

ถ้าพูดถึงเรื่องการเงิน หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน มีหลายอย่างที่ต้องทำความเข้าใจมากเกินไป แต่จริง ๆ แล้วแก่นหลักที่จะทำให้ใครสักคนมั่งคั่งมีแค่ไม่กี่ข้อเองครับ และเป็นเหมือนสัจธรรมด้านการเงินที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย หลักการเหล่านี้ก็ยังใช้ได้ดีอยู่ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Richest Man in Babylon ชื่อไทยมีหลายชื่อเลยครับ แล้วแต่ว่าตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ไหน ชื่อที่เห็นบ่อยคือเศรษฐีชี้ทางรวย หรือบุรุษผู้มั่งคั่งที่สุดในบาบิโลน เขียนโดยจอร์จ ซามูเอล...

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

Related Articles

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15...

error: Content is protected !!