หลังจากส่งแขกทุกคนเข้าห้องพักหมดแล้ว ไอยรากำลังจะกลับบ้าน เมื่อครู่นี้ยังเห็นลูกชายอยู่แวบ ๆ แต่ตอนนี้ไม่รู้หายหน้าไปไหนแล้ว “เอ… เมื่อกี้ยังเห็นณเรศอยู่เลย หายไปไหนซะแล้ว หนูแป้งหอมเห็นเขาไหมจ๊ะ?” แป้งหอมสะดุ้ง เธอกำลังเหม่อลอยคิดเรื่องเขาอยู่ “มะ… ไม่เห็นค่ะ!” “งั้นเหรอ คงปล่อยให้เหลวไหลเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว” พลันไอยราก็หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าถือแล้วต่อสายหาลูกชาย ในผับตอนนี้เป็นที่สนุกครื้นเครงของทุกคน รวมทั้งณเรศและนิตาที่ตอนนี้พ่ายฤทธิ์แอลกอฮอล์ไปแล้ว ตื๊ด… ดดด! มือถือของณเรศสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง เขานอนฟุบกับโต๊ะ ล้วงออกมารับสาย...
กลางขุนเขาที่แน่นไปด้วยต้นไม้สีเขียวสูงใหญ่ บรรยากาศแวดล้อมไปด้วยหมอกจาง ๆ ที่มีตลอดทั้งปี วันนี้เป็นวันแถลงข่าวเปิดกิจการบ้านเนินดอยรีสอร์ท ณเรศเนรมิตที่พักอาศัยให้มาอยู่กลางบรรยายกาศเช่นนี้ได้อย่างลงตัว ขณะนี้มีแขกผู้ใหญ่และนักข่าวหลายสำนักมากันคับคั่ง พวกเขาแบ่งกันนั่งล้อมโต๊ะที่มีอาหารท้องถิ่นของที่นี่ ไอยราเดินขึ้นมากลางเวที เธอพูดใส่ไมโครโฟน “ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาร่วมวานเปิดบ้านเนินดอยรีสอร์ทในวันนี้ ดิฉันมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่จะนำเสนอรีสอร์ทแห่งนี้ให้ลูกค้าทุกท่านได้มาใช้บริการ เราสัญญาว่าจะดูแลทุกท่านเป็นอย่างดี ดิฉันขอใช้ชื่อเสียงของบริษัทดิเรกธานนท์การเงินจำกัดการันตีค่ะ” ไอยราพูดเสร็จก็ถอยลงเวทีไป เสียงปรบมือตามมารยาทดังขึ้น ศกรที่อยู่ด้านล่างเดินควงแขนแป้งหอมอวดแขกผู้ใหญ่พร้อมแจกบัตรเชิญงานแต่งไปด้วย ทั้งคู่ยิ้มแย้ม แต่ใครรู้ว่าข้างในใบหน้าอันสดใสนี้ แป้งหอมได้ซ่อนความรู้สึกอึดอัดเอาไว้ข้างใน เจ้าของผลงานอย่างณเรศ เดินทอดน่องอยู่ท้ายรีสอร์ท สีหน้าเขาดูไม่ยินดีกับผลงานที่ทุกคนต่างยอมรับ ...
แสงแดดตอนเช้าให้ความรู้สึกกระชุ่มกระชวย ท่ามกลางทรายหาดที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ บรรยากาศชักชวนให้หญิงสาวออกมาเดิน หาดทรายตอนเช้าอย่างนี้ยังไม่มีคนพลุกพล่าน เงียบสงบและรู้สึกได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เหมาะแก่การเดินเล่นพักสมองและสามารถคิดเรื่องราวที่ค้างคาอยู่ในหัวได้ดีขึ้น เมื่อคืนเราทำกับเขาเกินไปหรือเปล่านะ? แป้งหอมถามตัวเอง “แบบนั้นสมควรแล้ว ผู้ชายที่ไม่รู้จักให้เกียรติผู้หญิง ไม่จำเป็นที่ผู้หญิงจะให้เกียรติด้วยเหมือนกัน” แป้งหอมตอบใจตัวเองเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น ที่จริงแล้วในใจของเธอรู้สึกผิดกับการกระทำที่ทำกับเขา ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเธอปวดใจ ไม่ใช่ณเรศที่ทำให้เธอเจ็บ แต่เป็นเธอเองต่างหาก “อีกไม่กี่วันต้องแต่งงานกันคุณศกรแล้ว ถึงวันนี้ฉันจะยังไม่ได้รักคุณ แต่ฉันมั่นใจว่าสักวัน ฉันจะสามารถรักคุณอย่างเต็มหัวใจได้ไม่ยาก” “เพ้อถึงใครอยู่เหรอแป้งหอม?” เสียงดังมาจากข้างหลัง ทำให้แป้งหอมสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ...
ช่วงสายที่บ้านดิเรกธานนท์ หลังจากผ่านมื้อเช้า แป้งหอมก็ขึ้นไปบนห้องเพื่อจัดเตรียมของสำหรับไปทำงานที่หาดพันแสงและค้างคืนที่นั่นหนึ่งคืน ตอนนี้ถึงเวลาต้องออกเดินทาง แต่แป้งหอมยังเตรียมของไม่เสร็จและยังไม่ลงมาเสียที ศกรจึงขึ้นไปตาม “แป้งหอม… คุณยังจัดของไม่เสร็จอีกเหรอ เราจะไปกันแล้วนะ” ศกรพูด “เสร็จแล้วค่ะ ฉันกำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” แป้งหอมตะโกนก่อนตัวจะออกมา เธอหอบกระเป๋าเดินทางท่าทางจะหนักออกมาอย่างทุลักทุเล “ให้ผมช่วย” ศกรเอื้อมมือไปช่วยแป้งหอมถือกระเป๋า “ขอบคุณค่ะ” แป้งหอมกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “รีบไปกันเถอะ ผมอยากให้คุณไปสูดอากาศที่หาดพันแสงเร็ว ๆ” ศกรพูด เอามือข้างที่ว่างกำแขนแป้งหอมแล้วเดินพาลงไปข้างล่าง ...
ในห้างสรรพสินค้า แป้งหอมเดิมมากับศกร ในมือของพวกเขาหิ้วถุงกระดาษจากร้านเสื้อผ้า “คุณนิตานี่เลือกเสื้อผ้าเก่งจังเลยนะคะ ดูซิเลือกมาให้ฉันตั้งเยอะ คุณก็บ้าซื้อให้ฉันหมด” แป้งหอมพูดพลางยกถุงกระดาษขึ้นมาให้ศกรดู “ยายนั้นก็รสนิยมดีเหมือนกันนะ คุณชอบเสื้อผ้าพวกนี้ไหม?” “ชอบค่ะ!” “แล้ว… ชอบผู้ชายอย่างผมไหม?” ได้ยินคำถามแป้งหอมก็อึ้ง เธอฝืนยิ้มก่อนตอบศกรไปไม่ให้เสียน้ำใจ “ชอบค่ะ แต่คราวหลังไม่ต้องพาฉันมาซื้อของแพง ๆ แบบนี้อีกนะ ฉันเกรงใจคุณ” “ครับผม!” ศกรตอบเสียงหนักพร้อมทำท่าตะเบ๊ะเหมือนทหาร ทั้งคู่หัวเราะให้กันท่าทางสนุกสนาน ก่อนจะเลี้ยวเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง...
มอดขับรถพาไอยราและณเรศมาที่บ้านของวรา หลังจากเมื่อวานเกิดเรื่องกับนิตา ณเรศประกาศว่าจะแต่งงานกับนิตาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ และไอยราผู้เป็นแม่ของฝ่ายชายจึงมาคุยถึงเรื่องงานแต่ง “ฉันต้องขอโทษคุณวราอีกครั้งนะคะ เรื่องที่เกิดขึ้นฉันจะให้ณเรศรับผิดชอบเอง ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” ไอยรายิ้มสู้พูดกับวรา วรานั่งหราบนโซฟา ใบหน้าเอือมระอากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผิดกับลูกสาวที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ข้าง ๆ “แล้วคุณจะให้ลูกชายคุณรับผิดชอบลูกสาวผมยังไง?” “ณเรศจะแต่งงานกับหนูนิตาค่ะ วันนี้ฉันมาคุยเรื่องสินสอดกับคุณ” วราเบี้ยวปากก่อนจะเปลี่ยนมานั่งในท่าเรียบร้อย “พูดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ อย่างนี้ค่อยน่าคุยด้วยหน่อย ฮ่ะ… ฮ่า”...
อาทิตย์ทอแสงสีส้มแสงสุดท้ายของวันนี้ สีนั้นตัดกับเมฆสีครามอมม่วง อีกไม่นานอาทิตย์ดวงนี้ก็จะลาลับขอบฟ้าแล้ว ศกรพาแป้งหอมมาเลี้ยงอาหารเย็นที่ร้านหรูในตัวเมือง เขาสั่งอาหารราคาแพงที่แป้งหอมไม่รู้จักหลายอย่างมาที่โต๊ะ เขาอยากให้ว่าที่เจ้าสาวได้ลิ้มรสชาติสิ่งดี ๆ เหล่านี้ “ลงมือกินกันเลยแป้งหอม” “มีแต่อาหารแพง ๆ ทั้งนั้น ฉันว่ามันไม่ฟุ่มเฟือยไปหน่อยเหรอคะ?” แป้งหอมกล่าวอย่างเกรงอกเกรงใจ “ไม่หรอกน่า คุณอย่าคิดมากเลย ถือว่านี่เป็นรางวัลชีวิตก็แล้วกัน เราไม่ได้มากินอาหารอย่างนี้ทุกวันนะ นาน ๆ มากินทีไม่สิ้นเปลื้องอะไรหรอก” ศกรกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “คุณดีกับฉันจริง...
ยามเช้าที่บ้านดิเรกธานนท์ ในห้องอาหารมีศกรนั่งกินข้าวอยู่คนเดียว ไม่นานแป้งหอมก็เดินเข้ามา ชายหนุ่มรีบทิ้งใบหน้าเฉยชาแล้วเปลี่ยนมายิ้มแย้ม เขากล่าวทักทายเธอ “อรุณสวัสดิ์แป้งหอม วันนี้ลงมาเร็วนะ หรือว่าไอ้ณเรศโทรมาเร่งให้คุณไปทำงานก่อนเวลา?” “เปล่าค่ะ คุณอย่าพูดชื่อนั้นอีกเลยนะคะ ฉันขอร้อง” ศกรรู้สึกดีใจที่เห็นแป้งหอมเกิดอาการรำคาญณเรศ เขาเห็นหน้าตาเธอวันนี้ดูหม่นหมองผิดปกติ เธอมีเรื่องหนักใจอะไรหรือเปล่า “ถ้าคุณมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ เล่าให้ผมฟังได้นะ” แป้งหอมยิ้มเจื่อน “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันว่าเรารีบกินข้าวเช้ากันเถอะค่ะ” แป้งหอมลงมือตักข้าวร้อน ๆ ใส่จานให้ตนเอง วันนี้ป้าสีทำกับข้าวน่ากินหลายอย่าง...
ณเรศขับรถออกมาจากบ้านเนินดอย แทนใจนั่งตักแป้งหอม สีหน้าณเรศดูจะโกรธแป้งหอมอยู่ แป้งหอมหน้าจ๋อยพยายามง้อณเรศ “คุณโกรธฉันเหรอ ฉันขอโทษนะ” ณเรศหันมามองแป้งหอมแล้วเมินใส่ แป้งหอมชูนิ้วก้อยจะขอเกี่ยวคืนดีกับเขา แต่เขากลับปัดมือเธอ กว่าที่ทั้งสามจะกลับมาถึงบ้านประภากรณ์ก็มืดแล้ว ณเรศขับรถเข้าไปจอดที่โรงจอดรถ ทั้งหมดพากันเดินออกมาจะเข้าบ้าน เจอนิตาที่มาดักรออยู่นาน ด้วยความคิดถึงนิตาเข้าสวมกอดณเรศทันที “ไปไหนมาคะ นิตาเข้าไปหาที่บริษัทก็ไม่เจอ เลยมารอคุณที่บ้านตั้งแต่หัวค่ำ วันนี้นิตาซื้อ เอ๊ย! ทำกับข้าวมากินมื้อเย็นกับคุณตั้งหลายอย่างแน่ะ ไปค่ะ เราไปกินข้าวกันเถอะ นิตาให้แหววจัดโต๊ะรอแล้ว”...