ไอติมอ่าน

โอชิ เขียนทุกอย่างให้กลายเป็น VIRAL เทคนิคการเขียนที่ใช้ได้กับทุกสิ่งบนโลก

Share

โลกยุคนี้เป็นยุคที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงได้ทุกที่ คนทุกเพศทุกวัยล้วนใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ง่าย ๆ เป็นยุคของข้อมูลข่าวสารที่ใครก็พิมพ์และแชร์ข้อมูลให้กันได้ ทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นยุคนี้ก็เป็นยุคที่ข่าวปลอมแพร่กระจายได้ง่ายมากที่สุด เช่น เหตุการณ์ที่เมืองหนึ่งของเม็กซิโกในปี 2018 เกิดเหตุชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ชาย 2 คนจนเสียชีวิตเพราะมีข่าวปลอมว่า 2 คนนี้ลักพาตัวเด็กเพื่อเอาไปขายอวัยวะ

เราเห็นแล้วว่าอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียไม่ใช่เทคโนโลยีในฝันที่มีแต่ข้อดี เพราะมันสามารถนำความอ่อนแอของมนุษย์มาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการปั้นน้ำเป็นตัว สร้างความเกลียดชัง การหลอกเอาเงิน การรับจ้างเขียนรีวิวเกินจริง หรือนำข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้ในเชิงฉ้อโกง

แต่หากมองอีกมุม การที่ใคร ๆ ก็สามารถพิมพ์และส่งต่อข้อมูลอะไรก็ได้ ทำให้เราแบ่งปันสิ่งที่เราชอบให้ผู้อื่นได้รับรู้ ผู้เขียนยกคำว่า “โอชิ” มาใช้ คำนี้มีความหมายถึงการนิยมชมชอบอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นภาพยนตร์ อนิเมะ ไอดอล ร้านอาหาร เกม จะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น โดยการบอกโซเชียลมีเดียว่าเราชอบสิ่งนี้เพื่อเผยแพร่มันออกไปให้กว้างขึ้น ซึ่งเราสามารถทำให้คนอื่น ๆ ประทับใจแบบเดียวกับที่เรารู้สึกได้

ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เริ่มต้นเขียนบล็อกเกี่ยวกับเกมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2014 จนมีผู้อ่านมากถึง 25 ล้านครั้ง ในหนังสือ “โอชิ เทคนิคเขียนทุกสิ่งให้กลายเป็น Viral” ผู้เขียนจะมาแชร์เทคนิคการถ่ายทอดข้อมูลสู่โลกอินเตอร์เน็ตเพื่อดึงดูดให้คนมาสนใจในสิ่งที่เราชอบ

คำว่า “โอชิ” มาจากคำเต็ม ๆ ว่า “โอชิเมมเบอร์” เป็นคำที่ใช้ในแวดวงแฟนคลับไอดอล หมายถึงสมาชิกวงที่เราชื่นชอบเป็นพิเศษ จากนั้นคำนี้ได้แพร่หลายไปในหมู่คนที่ชื่นชอบวัฒนธรรมป๊อบกลุ่มอื่น ๆ ด้วย

การเขียนถึงโอชิลงในอินเตอร์เน็ตผู้เขียนเรียกว่าเป็นการ “ดันโอชิ” ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร การดันโอชิคือการบอกคนอื่น ๆ ว่าสิ่งที่เราชอบนั้นดียังไง เป็นการบอกปากต่อปาก แต่พอมาทำในโลกอินเตอร์เน็ตที่รวมคนเอาไว้มากมาย ผลลัพธ์ในการดันโอชิจึงส่งผลในวงกว้างมากกว่าการบอกเล่าแบบปากต่อปากเหมือนในอดีต

ในหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนได้แนะนำ 18 เทคนิคในการเขียนดันโอชิ ให้เราสามารถดันสิ่งที่รักได้อย่างเต็มภาคภูมิและสร้างแฟนคลับหน้าใหม่ได้เป็นวงกว้าง ทุกวิธีผู้เขียนได้ลองใช้และประสบความสำเร็จมาแล้ว


1) ดันแบบอ้อม ๆ ด้วยเทคนิคดันแบบอุปมา

การบอกว่าโอชิเริ่ด เป็นการชมตรง ๆ ที่สื่อว่าโอชิของเราสุดยอดในระดับที่ไม่อาจหาคำใดมาอธิบายได้อีกแล้ว แต่สำหรับคนอื่นที่ไม่รู้จักโอชิ คำว่าเริ่ดไม่ได้สื่อสารเลยว่าโอชิของเรานั้นดียังไง ในการดันโอชิจึงต้องใช้วาทศิลป์ในการอุปมา ตัวอย่างเช่นการเขียนข้อความแนะนำร้านพิซซ่าว่า

ร้านพิซซ่าชื่อดังเจ้านี้ตั้งอยู่ในเขตหนึ่งของโตเกียว เจ้าของร้านเป็นคนเอาจริงเอาจังที่อบพิซซ่าโรยชีสเยอะ ๆ อย่างตั้งอกตั้งใจ พนักงานก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ร้านเลยมีลูกค้าคึกคัดตลอด

เป็นข้อความที่ดูไม่เลว แต่ปัญหาคือมันให้ภาพลักษณ์เป็นร้านพิซซ่าทั่ว ๆ ไปที่หาที่ไหนก็ได้ ไม่ก่อให้เกิดความประทับใจหรือกระตุ้นให้อยากลองไปกินดู แต่หากลองใส่อุปมาเข้าไปดูล่ะ

ในเขตหนึ่งของโตเกียว ที่ร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งที่คนเข้าคิวรอยาวเหยียด ที่ร้านนี้เจ้าของจะบรรจงอบพิซซ่าที่โรยชีสพูน ๆ เหมือนภูเขาให้ลูกค้าทีละถาด โดยที่ริมฝีปากเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง รอยยิ้มสดใสเปล่งประกายของพนักงานฉายแสงให้บรรยากาศในร้านดูอบอุ่น

คำว่า “ร้านพิซซ่าชื่อดัง” เปลี่ยนเป็น “ร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งที่มีคนเข้าคิวรอยาวเหยียด” คำว่า “เอาจริงเอาจัง” เปลี่ยนเป็น “ริมฝีปากเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง” คำว่า “อบพิซซ่าโรยชีสเยอะ ๆ อย่างตั้งอกตั้งใจ” เปลี่ยนเป็น “บรรจงอบพิซซ่าที่โรยชีสพูน ๆ เหมือนภูเขาให้ลูกค้าทีละถาด” คำว่า “พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส” เปลี่ยนเป็น “รอยยิ้มสดใสจนเปล่งประกายของพนักงานฉายแสงให้บรรยากาศในร้านดูอบอุ่น”

เห็นได้ว่าความหมายที่ต้องการจะสื่อไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือเอกลักษณ์และสีสันที่ทำให้คนอื่นนึกภาพตามได้ง่ายขึ้น นี่คือเทคนิคการดันแบบอุปมาที่ทำให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังรู้สึกสนุกมากกว่าการบรรยายแบบตรง ๆ


2) “ดัน 3 เรื่อง” ที่เป็นจุดที่ชอบ

โอชิมีจุดที่ให้ชื่นชอบมากมายเต็มไปหมด สมมุติว่าโอชิของคุณคือภาพยนตร์ที่ดีมาก ๆ เรื่องหนึ่ง มีจุดที่อยากบอกคนอื่นมากมายหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงที่เล่นได้สมบทบาท, บทที่มีจุดหักมุมที่คาดไม่ถึง, เพลงประกอบติดหู, ถ่ายภาพสวย หรือสามารถซื้อจาก iTune ได้ในราคาไม่ถึง 100 บาท

ผู้เขียนแนะนำให้เขียนจุดที่ชอบต่อโอชิออกมาเป็นข้อ ๆ ให้ครบถ้วน จากนั้นคัดสิ่งที่เขียนออกมาให้เหลือแค่ 3 เรื่อง เพราะการดันโดยใช้แค่ 3 เรื่อง มีประสิทธิภาพกว่าการดันแบบให้ข้อมูลเยอะ ๆ จำนวน 3 เรื่องคือปริมาณข้อมูลที่จะคงอยู่ในความทรงจำระยะสั้นของมนุษย์ได้ดีที่สุด


3) อะไรที่ไม่ควรเขียนก็อย่าเขียน ตัดชื่อเฉพาะกับคำคุณศัพท์ออกแล้ว “แทนที่”

ฝ่ายที่รับฟังการดันโอชินั้นไม่ได้มีใจรักและไม่ได้รู้จักเรื่องนั้นเท่ากับเรา นั่นคือช่องว่างระหว่างฝ่ายที่ดันโอชิกับฝ่ายที่รับฟัง การดันโอชิไม่สำเร็จก็เพราะตื้อพูดเรื่องที่ฟังไม่รู้เรื่องและไม่ได้สนใจให้ฟังอยู่นั่น ไม่ว่าใครโดนแบบนี้ก็คงเซ็ง

หน้าที่ของคนดันโอชิคือการถมช่องว่างระหว่าง 2 ฝ่าย โดยการตัดชื่อเฉพาะและคำคุณศัพท์ออกให้ได้มากที่สุด และแทนที่คำที่ถูกตัดด้วยคำที่เข้าใจง่าย ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าเราจะดันเกม Call of Duty: Modern Warfare 3 ว่า

Call of Duty: Modern Warfare 3 เป็นเกมจากค่าย Activision ที่พัฒนาโดย Infinity Ward จัดเป็นภาคที่ 8 ของซีรีส์เกม FPS Call of Duty ที่โด่งดังระดับโลกด้วยความสมจริงและสนุกสุด ๆ ในเกมนี้สุดยอดหน่วยรบพิเศษนานาชาติ Task Force 41 ซึ่งมีสมาชิกอย่าง จอห์น ไพรซ์ และ จอห์น โซป แมคทาวิช จะต้องเอาชนะวลาดิเมียร์ มาคารอฟ ซึ่งเป็นพวกลัทธิคลั่งชาติของรัสเซียให้ได้

ทีนี้มาลองใช้เทคนิคตัดชื่อเฉพาะและคำคุณศัพท์ที่ไม่จำเป็นออกกันครับ จะได้ว่า

Call of Duty: Modern Warfare 3 เป็นเกมจากค่าย Activision ที่พัฒนาโดย Infinity Ward จัดเป็นภาคที่ 8 ของซีรีส์เกมยิง Call of Duty ในเกมนี้ตัวเอกอย่าง จอห์น ไพรซ์ และ จอห์น โซป แมคทาวิช แห่งหน่วยรบพิเศษนานาชาติต้องจัดการกับตัวร้ายที่เป็นผู้ก่อการร้ายให้ได้

พอตัดชื่อเฉพาะและคำคุณศัพท์ที่ไม่จำเป็นออกก็อ่านง่ายขึ้น แต่ถ้าตัดออกอย่างเดียวก็ทำให้เนื้อหาจืดชืด อ่านไม่สนุก ดังนั้นต้องแก้โดยการแทนที่ชื่อเฉพาะกับคำคุณศัพท์ทั้งหลายด้วยคำที่ฟังเข้าใจง่ายแทน ตัวอย่างเช่น

Call of Duty: Modern Warfare 3 เป็นเกมที่พัฒนาโดย Infinity Ward ทำยอดขายในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษได้สูงถึง 6.5 ล้านแผ่นภายในวันแรกที่วางจำหน่าย ในเกมนี้ตัวเอกจากหน่วยรบพิเศษนานาชาติอย่าง จอห์น ไพรซ์ และ จอห์น โซป แมคทาวิช ต้องเอาชนะผู้ก่อการร้ายให้ได้ เราจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ในสนามรบผ่านมุมมองของทหารธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษแบบสมจริง

เห็นได้ว่าข้อมูลที่ใส่เพิ่มเข้ามาคือยอดขายและความน่าสนุกของเกม หากอยากทำให้คนปกติที่ไม่ค่อยเล่นเกมหันมาสนใจ เราต้องตัดชื่อเฉพาะและคำคุณศัพท์ที่ไม่ช่วยสร้างความประทับใจทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยข้อมูลที่แม้แต่คนที่ไม่ใช่แฟนคลับก็เข้าใจหรือจินตนาการตามได้ง่าย


4) เทคนิค “ดันด้วยการจัดอันดับ” ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ

เวลาจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือหาโรงแรมทางออนไลน์ เรามักคลิกเข้าไปดูบทความประเภท “จัดอันดับมือถือที่ดีที่สุด” หรือ “แนะนำโรงแรมที่ดีที่สุด” การจัดอันดับเป็นอะไรที่คนชอบ บทความเหล่านี้ยอดผู้เข้าชมพุ่งสูงกว่าเดิมเป็น 10 เท่า วงการดนตรีก็มี Billboard Hot 100 แม้แต่มหาวิทยาลัยก็มีการจัดอันดับทางวิชาการ ทุกวงการมีการจัดอันดับ โลกเราเต็มไปด้วยการจัดอันดับอย่างแท้จริง

คนเราชอบการจัดอันดับเพราะมันสะดวก เนื่องจากเป็นการเอาข้อมูลมาเปรียบเทียบกันให้เห็นชัด ๆ เวลาที่เราหาข้อมูลอะไรสักอย่าง หากไม่มีอะไรมาเป็นตัวเปรียบเทียบก็ยากที่จะเข้าใจ ถ้าจะดันด้วยการจัดอันดับ อันดับแรกต้องกำหนดก่อนว่าจะใช้อะไรเป็นเกณฑ์หรือมาตรฐานในการพิจารณา เช่น ถ้าเงื่อนไขคือ “มือถือที่ถ่ายซูมได้ไกลและชัดที่สุด” อันดับ 1 อาจเป็น Galaxy S23 Ultra, ถ้าเงื่อนไขคือโทรศัพท์สำหรับเกมเมอร์ที่ดีที่สุด” อันดับ 1 อาจเป็น ASUS ROG Phone ทุกอย่างขึ้นกับเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ตั้งไว้ว่าคืออะไร เมื่อเกณฑ์เปลี่ยน ผลหรืออันดับก็เปลี่ยนตามไปด้วย ดังนั้นหากอยากให้โอชิของเราอยู่ในอันดับดี ๆ ก็ต้องตั้งเงื่อนไขที่เอื้อให้กับโอชิของเรา


5) ยิ่งเร็วยิ่งดี หากอยากดันขึ้นมาก็ดันทันที อย่าลังเล

ถ้าอยากดันโอชิให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เคล็ดลับคือต้องรีบดันทันทีที่รู้สึกอยากดันขึ้นมา หลายคนคงมีประสบการณ์ทำนองนี้ ไปดูภาพยนตร์มาแล้วพบว่ามันยอดเยี่ยมมาก แล้วเอาไปคุยให้เพื่อนฟังอย่างออกรส ในตอนนั้นคุณหาจุดที่ชอบมาพูดดันได้เยอะแยะเต็มไปหมด แต่หลังจากนั้น 1 เดือน พอมีคนมาถามว่าหนังเรื่องนั้นดียังไง คุณอาจพูดดันได้แค่ครึ่งเดียวของที่เคยพูดตอนดูจบใหม่ ๆ ยิ่งถ้าผ่านไปสัก 1 ปี ก็คงจำได้ว่าเคยชอบมาก ๆ แต่ไม่รู้แล้วว่าทำไมถึงชอบ

ไม่มีประสบการณ์ไหนหอมหวานไปกว่าความรู้สึกตอนได้พบผลงานในอุดมคติเป็นครั้งแรก ความรู้สึกยินดีตอนได้พบกับโอชินั้นเจิดจรัสที่สุดในช่วงแรกสุด จากนั้นจะค่อย ๆ จืดจางลงตามกาลเวลา ดังนั้นควรดันโอชิทันทีเมื่อเจอสิ่งที่ชอบ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี


6) เทคนิคดันด้วยการทำให้เห็นภาพ

มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลที่รับรู้ผ่านหูและตามากกว่าที่เราคิดไว้ หากไม่ได้ดันโอชิผ่านยูทูบหรืออินสตาแกรม เราก็ต้องพึ่งพาถ้อยคำอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะใส่ข้อมูลที่ช่วยให้เห็นภาพลงไปด้วยไม่ได้ ตัวอย่างเช่นการดันการท่องเที่ยวเกียวโต อาจเขียนได้ว่า

แหล่งท่องเที่ยวโปรดในเกียวโตของผมคือวัดกิโอจิที่โอคุซางะ มันเป็นวัดที่งดงามด้วยมอสสีเขียวเข้มซึ่งปกคลุมหนาแน่นราวกับเป็นพรมที่ปูไว้

แค่เพิ่มข้อมูลเรื่องสีลงไป ผู้อ่านก็เห็นภาพขึ้นมาทันที สิ่งสำคัญในการสื่อสารคือความเข้าใจง่าย หากคนอ่านแล้วนึกภาพตามไม่ออกก็ยากที่จะมีใครคล้อยตามเรา


7) เมื่อไม่เข้าใจความรู้สึกของทุกคนบนโลกโซเชียล ก็จงดันเพื่อคน 1 คน

ปัญหาใหญ่ในการดันโอชิผ่านอินเตอร์เน็ตคือเราไม่รู้เลยว่าผู้อ่านเป็นใคร จึงลังเลว่าควรเขียนออกมาแบบไหนดี เพราะนึกภาพคนที่จะเขียนให้อ่านไม่ออก เวลาดันโอชิในโซเชียลมีเดีย แทนที่จะคิดว่าทำยังไงถึงจะชนะใจมหาชน เราควรหันมาคิดว่าจะทำยังไงให้คน 1 คนคล้อยตามและรู้สึกร่วมไปกับเราได้

ผู้เขียนคิดว่าการดันโอชิด้วยแนวคิดแบบนี้ ทำให้เราเข้าถึงคนหมู่มากได้เองในที่สุด ผู้เขียนแชร์ว่าที่ผ่านมาเขาเขียนบทความดันเกมในแบบที่ถ้าเป็นตัวเองมาอ่านคงอดใจไม่ไหว จนต้องซื้อมาเล่น


8) ดันด้วยเสน่ห์ของคนมีชื่อเสียง

การดันด้วยวิธีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่เชื่อมโยงโอชิของเราเข้ากับคนมีชื่อเสียก็เป็นอันเรียบร้อย ถ้าโอชิของเราเป็นภาพยนตร์ก็แค่บอกไปว่า “คนดังคนนั้นแสดงด้วยนะ” ก็กระตุ้นความสนใจของคนอื่นได้แล้ว

อย่างไรก็ตามการดันด้วยคนมีชื่อเสียง ไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อเสียงของคนที่อยู่หน้าสื่อเสมอไป หากคนอ่านเป็นคนที่พอจะรู้เกี่ยวกับโอชิของคุณอยู่บ้าง คุณสามารถใช้ชื่อเสียงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้ด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างเช่นเกม Death Standing เกมที่เปิดตัวในปี 2016 คลิปเปิดตัวคลิปแรกเป็นเพียงภาพชายหาดที่เต็มไปด้วยซากสัตว์ทะเล มีชายในสภาพเปลือยเปล่ากอดเด็กทารกแนบอกแล้วร้องไห้เท่านั้น เรียกได้ว่ามันเป็นคลิปเปิดตัวเกมที่ดูไม่รู้เรื่องที่สุดคลิปหนึ่ง

ปกติคลิปเปิดตัวเกมต้องทำให้คนดูเห็นแล้วนึกออกว่าเป็นเกมแนวไหน มีวิธีเล่นยังไง แต่ Death Standing กลับเป็นนามธรรมสุด ๆ ดูแล้วเดาอะไรไม่ออกเลย ถ้าถูกรุมด่าในโซเชียลก็คงไม่แปลก แต่ปรากฏว่าเสียงตอบรับดีเกินคาด คนที่ดูไม่รู้เรื่องยังบอกว่าต้องสนุกแน่ ๆ

อะไรที่ทำให้คนดูรู้สึกเชื่อมั่นในเกมนี้ คำตอบคือในตอบจบของคลิปมีคำว่า KOJIMA PRODUCTIONS ปรากฏเด่นขึ้นมา ซึ่ง KOJIMA PRODUCTIONS เป็นสตูดิโอพัฒนาเกมที่ก่อตั้งโดย โคจิมะ ฮิเดโอะ ผู้กำกับเกมระดับตำนานของญี่ปุ่น เป็นผู้กำกับเกมที่มีผู้ติดตามในไอจีและทวิตเตอร์มากที่สุดในโลก เขามีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในวงการเกม ทำให้แฟน ๆ เห็นชื่อก็เชื่อมั่นแล้วว่าเกมนี้ต้องออกมาดีแน่ ๆ


9) เล่าเรื่องราวของตัวเอง หากโอชิเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็รู้จัก

ผู้เขียนบอกว่าการดันโอชิที่ใคร ๆ ก็รู้จัก ยากกว่าการดันโอชิที่ไม่มีใครรู้จัก เพราะการฟังเรื่องที่รู้อยู่แล้วน่าเบื่อพอกันกับการฟังเรื่องที่ตัวเองไม่ได้สนใจ การดันโอชิที่ใคร ๆ ก็รู้จักมักมีแต่ข้อมูลที่คนรู้อยู่แล้ว คนส่วนใหญ่จึงมีแนวโน้มจะมองว่าน่าเบื่อตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม ตัวอย่างเช่นการดันโปเกมอนที่ใคร ๆ ก็รู้จัก

โปเกมอน เป็นเกมแนวผจญภัยที่เราต้องไล่จับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าโปเกมอนด้วยมอนสเตอร์บอล จากนั้นฝึกโปเกมอนของตัวเองเพื่อไปสู้กับทีมอื่น โปเกมอนในเกมจะเติบโตขึ้นและเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปเรื่อย ๆ ตามพัฒนาการ ทำให้เล่นแล้วรู้สึกผูกพันกันโปเกมอนของตัวเองมาก

สำหรับคนที่รู้จักโปเกมอนอยู่แล้วคงคิดว่า “เรื่องแบบนั้นน่ะรู้อยู่แล้ว” ต่อให้คนที่ไม่เคยเล่นเกมนี้ก็คงเคยได้ยินมาบ้าง ที่จริงมีวิธีการดันโอชิที่ทุกคนรู้อยู่แล้วมาใช้ได้อย่างเห็นผลมาก ๆ คือการใส่เรื่องราวของตัวเองเข้าไป

เรื่องราวของตัวเองคือเรื่องราวทุกอย่างของเราต่อโอชิ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์หรืออารมณ์ร่วม เรามักคิดว่าเรื่องราวของตัวเองนั้นน่าเบื่อและแสนธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ธรรมดาเลยสักนิด เพราะเรื่องราวที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน มีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว ผู้เขียนยกตัวอย่างการดันโปเกมอนอีกครั้งโดยการใส่เรื่องราวของตัวเองลงไป

พ่อแม่ของผมทำงานกันทั้งคู่ พอถึงวันหยุดเมื่อไหร่ก็จะพาผมไปเที่ยวเสมอ ผมภูมิใจในตัวพ่อแม่ของผมมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับว่า สำหรับผมในตอนนั้นที่ยังเป็นแค่เด็กประถม การต้องอยู่บ้านคนเดียวในวันธรรมดาหลังเลิกเรียนจนดึกดื่นเป็นอะไรที่เหงามาก ๆ แต่แล้วในวันคริสต์มาสผมก็ได้ของขวัญเป็นเกมที่มีชื่อว่า “Pokémon Emerald” และผมก็ติดเกมนี้หนึบทันที

ตัวเอกของเกมต้องจากพ่อแม่เพื่อออกเดินทาง ความเหงาของเขาที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เหมือนกับความเหงาของผมเวลาที่พ่อแม่ไม่อยู่บ้านเปี๊ยบ แต่สิ่งที่รออยู่ปลายทางของการเดินทางคือโปเกมอนที่ทั้งน่ารัก เท่ และแสนจะบันเทิง และนอกจากโปเกมอนแล้วก็ยังมีมนุษย์ที่ผูกพันกับโปเกมอนเหล่านั้นอยู่ด้วย

พอได้พบปะกับโปเกมอนและมนุษย์ในเกมไปสักพัก ผมก็เริ่มตระหนักขึ้นมาว่านอกบ้านของตัวเองก็มีเพื่อนอยู่ มันทำให้ผมมีความหวังขึ้นจนไม่รู้สึกเหงาเวลาที่พ่อแม่ไม่อยู่บ้านอีกต่อไป

และเพราะแบบนี้ สำหรับผมแล้ว โปเกมอนจึงเป็นเพื่อนที่ช่วยให้หายเหงาและพร้อมกันนั้นก็เป็นการผจญภัยสุดวิเศษที่จะตราตรึงในความทรงจำตลอดไป


เทคนิคการเขียนทั้ง 9 ข้อที่ผมยกมาเล่านี้ เป็นเพียงครึ่งเดียวของทั้งหมดในหนังสือ “โอชิ เทคนิคเขียนทุกสิ่งให้กลายเป็น Viral” ใครที่อยากรู้เทคนิคที่เหลือเพื่อนำมาปรับใช้กับงานเขียนของตัวเอง สามารถตามไปอ่านได้ในหนังสือเล่มนี้ หนังสือราคา 200 บาท จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วีเลิร์น

สนใจหนังสือ โอชิ เทคนิคเขียนทุกสิ่งให้กลายเป็น VIRAL

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee:
https://s.shopee.co.th/7zveWsUhMN
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing...

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์...

Effortless คนเก่งคิดง่าย ไม่คิดยาก วิธีลงมือทำแบบง่ายดาย เหนื่อยน้อยลง แต่ผลลัพธ์มากขึ้น

หลายคนที่มุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง พยายามสร้างความก้าวหน้าโดยการทำงานอย่างหนัก ช่วงแรกเราอาจพบว่าการทำงานหนักให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ยิ่งพยายามมากก็ยิ่งได้ผลลัพธ์มาก แต่พอถึงจุดหนึ่งเราจะรู้สึกว่าผลลัพธ์เริ่มออกมาไม่คุ้มค่ากับแรงที่ลงไป แม้จะพยายามมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมานั้นน้อย ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่เราพอจะคิดออกคือพยายามให้มากขึ้นไปอีก ทำงานให้มากขึ้น เรื่องพักผ่อนช่างมันไปก่อน แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งบอกว่าการคิดแบบนี้เป็นการคิดที่ผิดครับ...

error: Content is protected !!