ไอติมอ่าน

ใครเอาเนยแข็งของฉันไป วิธีรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต

Share

หนังสือเขียนโดย นายแพทย์สเปนเซอร์ จอห์นสัน ขายได้แล้วกว่า 35 ล้านเล่ม ได้รับการแปลแล้ว 44 ภาษา หนังสือพูดถึงการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะ แต่ความเคยชินกับสิ่งที่ทำอยู่ซ้ำเดิมจนคิดว่ามันดีที่สุด ทำให้กังวลและต่อต้านสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ เนยแข็งชิ้นเดิมที่คิดว่าอร่อย ที่จริงอาจเป็นเพราะเราไม่เคยได้ชิมเนยแข็งแบบอื่นเลยต่างหาก หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องเป็นนิทาน ซึ่งเนื้อหาของมันจะช่วยให้เรากล้าเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงได้

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนอันไกลโพ้น มีสิ่งมีชีวิตตัวน้อย ๆ 4 ชีวิตวิ่งซอกซอนในเขาวงกตเพื่อตามหาเนยแข็งเลี้ยงชีพและทำให้ตัวเองมีความสุข ทั้ง 4 ชีวิตได้แก่ หนู 2 ตัวชื่อ สนิฟฟ์ และ สเกอร์รี อีก 2 ชีวิตที่เหลือเป็นมนุษย์ตัวจิ๋วขนาดเท่าหนูชื่อ เฮม และ ฮอว์

หนู 2 ตัว สนิฟฟ์และสเกอร์รีมีสมองธรรมดาเหมือนหนู แต่มีสัญชาตญาณยอดเยี่ยมในการตามหาเนยแข็ง ส่วนมนุษย์จิ๋ว เฮมและฮอว์ใช้สมองที่มีความเชื่อและอารมณ์ในการตามหาเนยแข็ง

สนิฟฟ์ใช้จมูกที่ว่องไวคอยดมหาเนยแข็ง ลองผิดลองถูกอยู่ในเขาวงกต ส่วนสเกอร์รีคอยวิ่งนำไป บางครั้งพวกเขาไปผิดทาง หลงทางบ้าง แต่หลังจากนั้นพวกเขาจะหาทางเจอ

เฮมกับฮอว์ก็เหมือนกัน พวกเขารู้จักใช้ความคิด เรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต พวกเขาใช้สมองที่ซับซ้อนคิดวิธีเลิศเลอในการหาเส้นทาง

ในที่สุด สนิฟฟ์ สเกอร์รี เฮมและฮอว์ก็เจอในสิ่งที่พวกเขาค้นหาด้วยวิธีการของตนเอง พวกเขาพบเนยแข็งมากมายที่สถานี N  นับตั้งแต่นั้น ทั้ง 4 ชีวิตก็แวะเวียนมากินเนยแข็งที่นี่ในทุกเช้าจนเป็นกิจวัตร

ไม่นานเฮมและฮอว์ก็ตัดสินใจย้ายบ้านมาอยู่ใกล้ ๆ สถานี N ทั้งคู่คิดว่าที่นี่มีเนยแข็งให้กินไปทั้งชีวิต พวกเขามีความสุขมาก ถึงขนาดเขียนข้อความเตือนใจไว้บนกำแพงว่า “การมีเนยแข็ง ทำให้มีความสุข”

ขณะที่หนูสองตัว สนิฟฟ์และสเกอร์รีจะดม ๆ คุ้ยเขี่ยและวิ่งซอกแซกรอบสถานีเพื่อตรวจดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง จากนั้นค่อยนั่งกินเนยแข็ง

เช้าวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เนยแข็งที่สถานี N หายไปทั้งหมด สนิฟฟ์และสเกอร์รีไม่ได้ตกใจ เพราะพวกเขาสังเกตมาตลอดว่าปริมาณเนยแข็งลดลงทุกวัน ทั้งคู่เตรียมพร้อมอยู่แล้วว่าต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงออกเดินทางไปในเขาวงกตอีกครั้งเพื่อตามหาเนยแข็งต่อไป

ขณะที่เฮมและฮอว์ไม่เคยสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่สถานี N พวกเขาไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งที่พบ เฮมร้องลั่นว่าเนยแข็งหายไปไหน ใครเอาเนยแข็งของฉันไป นี่มันไม่ยุติธรรมเลย ฮอว์ก็สั่นหัวอย่างไม่เชื่อ ยืนตัวแข็งทื่อ ไม่พร้อมเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้

สำหรับมนุษย์จิ๋ว เฮมและฮอว์ การหาเนยแข็งมีความหมายมากกว่าการพอมีกินไปวัน ๆ มันมีความหมายแตกต่างกันไปตามรสนิยมของแต่ละคน บางคนการเจอเนยแข็งเหมือนกับได้ครอบครองสิ่งที่ต้องการ ประสบความสำเร็จ หรือมีความสุขในชีวิต

มนุษย์จิ๋วใคร่ครวญอยู่นานว่าจะทำยังไงต่อ สิ่งที่พวกเขาคิดออกคือการกลับมาที่สถานี N อีกครั้งในทุก ๆ เช้า เพื่อดูว่าเนยแข็งหายไปจริง ๆ ใช่ไหม แต่ความจริงไม่เปลี่ยนแปลง พวกเขาทำใจยอมรับไม่ได้ ไม่อยากยอมรับความจริง

เวลาผ่านไปฮอว์เริ่มคิดแล้วว่าควรหยุดคิดถึงเรื่องเนยแข็งที่สถานี N หายไป แล้วออกตามหาเนยแข็งในเขาวงกตอีกครั้ง แต่เฮมค้านว่าเขาจะต้องค้นหาความจริงให้ได้ว่าใครเอาเนยแข็งของเขาไป ขณะที่มนุษย์จิ๋วกำลังตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อ สนิฟฟ์และสเกอร์รีก็ไปไกลแล้ว

เวลาผ่านไปนานมาก จนฮอว์ตัดสินใจว่าไม่มีทางได้เนยแข็งกลับมาหรอก ถึงเวลาหาเนยแข็งใหม่แล้ว เฮมก็ค้านขึ้นว่า แต่ถ้าในเขาวงกตไม่มีเนยแข็งอยู่อีกแล้วล่ะ หรือถ้ามีแต่เราหาไม่เจอจะทำยังไง

ฮอว์คิดว่าจะมีโอกาสเจอเนยแข็งที่ไหนมากกว่ากัน ระหว่างที่สถานี N แห่วนี้หรือในเขาวงกต เขาตัดสินใจรวบรวมความกล้าแล้วออกวิ่งเข้าไปในเขาวงกตอีกครั้ง คราวนี้เขามีชีวิตชีวาเมื่อนึกถึงตอนตัวเองเจอเนยแข็ง เขารู้แล้วว่าเขาสามารถหัวเราะเยาะตัวเองได้ รู้จักปล่อยวางและเดินหน้าต่อไป ขณะที่เฮมไม่ได้หัวเราะหรือพูดอะไรสักคำ ได้แต่มองฮอว์เขียนข้อความบนผนังว่า ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงก็อยู่ไม่รอด ก่อนจะจากไป

ขณะที่ฮอว์เหยียบเข้ามาในเขาวงกต เขาก็นึกถึงความสุขสบายที่เคยมี และกังวลว่าตัวเองอยากกลับเข้าเขาวงกตจริง ๆ หรือเปล่า เขาสลัดความกลัวแล้วเขียนบนผนังว่า จะทำอะไรก็ได้ถ้าไม่กลัว เขาครุ่นคิดกับประโยคนี้และรู้ว่าบางทีความกลัวก็มีประโยชน์ ถ้าคุณกลัวว่าสิ่งต่าง ๆ จะแย่ลงขืนไม่ยอมลงมือทำอะไร จะเป็นการกระตุ้นให้คุณลงมือทำเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

ฮอว์วนเวียนอยุ่ในเขาวงกต ตรงไปตามเส้นทางสายใหม่ เลี้ยวตรงหัวมุม แล้วเขาก็มาถึงสถานี M ที่มีเนยแข็งกองพะเนินอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาสงสัยว่านี่เป็นความจริงหรือความฝันกันแน่ก็เหลือบไปเห็นสนิฟฟ์และสเกอร์รีที่โบกมือทักทาย หนูทั้งสองตัวอ้วนพี แสดงว่าพวกเขามาอยู่ที่นี่พักใหญ่แล้ว

ฮอว์มีความสุขกับเนยแข็งใหม่ พลางหวนนึกถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ เขาเคยกลัวการเปลี่ยนแปลง มัวยึดติดกับภาพลวงตาของเนยแข็งเก่าที่ไม่มีอีกแล้ว อะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลง เพราะกลัวอดตายหรือเปล่า ฮอว์ยิ้มเมื่อคิดได้ว่าความกลัวนี่ช่วยได้จริง ๆ เขารู้วิธีที่จะเปลี่ยนแปลงให้เร็วที่สุดคือต้องรู้จักเยาะเย้ยความโง่เขลาของตัวเอง เพื่อที่จะรู้จักปล่อยวางและเดินหน้าต่อ

เนยแข็ง เปรียบเสมือน สิ่งที่ผู้คนแสวงหาในชิวิตเพราะเชื่อว่ามันจะนำความสุขและความสำเร็จมาให้

เขาวงกต เปรียบเสมือน สถานที่ที่ผู้คนเข้าไปเพื่อแสวงหาสิ่งที่ต้องการ

หนูชื่อ “สนิฟฟ์” เปรียบเสมือน ผู้ที่ช่างสังเกต และรู้ทันการเปลี่ยนแปลง

หนูชื่อ “สเกอร์รี่” เปรียบเสมือน ผู้ที่ไม่ยึดติด กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

มนุษย์จิ๋วชื่อ “เฮม” เปรียบเสมือน ผู้ที่ปฏิเสธ และต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

มนุษย์จิ๋วชื่อ “ฮอว์” เปรียบเสมือน ผู้ที่เรียนรู้ และปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลง

คำคมจากหนังสือ

  • ความสำเร็จอาจทำให้หยุดอยู่กับที่
  • ยิ่งให้ความสำคัญ ยิ่งยึดติด
  • ถ้าไม่เปลี่ยนแปลง ก็อยู่ไม่รอด
  • อย่าให้ความกลัวมาหยุดยั้งการเริ่มต้นสิ่งใหม่
  • เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลง
  • อยากได้ผลลัพธ์ใหม่ ๆ อย่าทำแบบเดิม
  • สลัดความกลัวไปได้ ก็จะเป็นอิสระ
  • เมื่อตั้งเป้าหมายได้ วิธีการจะตามมาเอง
  • ยิ่งเริ่มต้นใหม่เร็ว โอกาสสำเร็จก็จะเร็วตาม
  • ลองผิดลองถูก ดีกว่าทนรอแบบไร้จุดหมาย
  • ความเชื่อเดิม ๆ ไม่ช่วยให้พบสิ่งใหม่
  • เปลี่ยนวิถีทางเมื่อเห็นโอกาสประสบความสำเร็จกับสิ่งใหม่
  • เตรียมพร้อมอยู่เสมอ
  • การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ ต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีความสุขกับมัน
  • หาเป้าหมายตนเองให้พบและมีความสุขกับมัน

สนใจหนังสือ ใครเอาเนยแข็งของฉันไป

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee:
https://s.shopee.co.th/4VLi1wapYW
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15...

บทเรียนจากคนเหล็ก 7 ข้อคิดการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จฉบับอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

การได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จ ถือเป็นทางลัดอย่างหนึ่งในการเรียนรู้ชีวิต โดยที่เราไม่ต้องรอให้พบเจอด้วยตัวเอง ยิ่งคนนั้นเป็นคนที่ใช้ชีวิตมานาน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ บทเรียนจากชีวิตของพวกเขาก็ยิ่งมีคุณค่า ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ Be Useful: Seven...

วิชาคนตัวเล็ก บทเรียนการทำงานกว่า 20 ปี ของผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ฮาวทูอันดับ 1 ในไทย

การได้อ่านหรือได้ฟังประสบการณ์ของคนอื่น ถือเป็นทางลัดที่ทำให้เราได้เรียนรู้โดยไม่ต้องลงมือทำเอง ทั้งเรื่องราวที่พวกเขาประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ล้วนมีประโยชน์ต่อเราทั้งนั้น เพื่อน ๆ ที่ชอบอ่านหนังสือแนวฮาวทูน่าจะคุ้นตากับสำนักพิมพ์วีเลิร์น สำนักพิมพ์แถวหน้าของเมืองไทยที่ผลิตหนังสือแนวฮาวทูคุณภาพดีออกมาอย่างต่อเนื่อง ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือวิชาคนตัวเล็ก...

error: Content is protected !!