ไอติมอ่าน

เคล็ดลับบริหารเวลาสไตล์ “บิล เกตส์” มหาเศรษฐีคนสำคัญของโลกจัดการเวลายังไง

Share

หลายคนรู้จัก บิล เกตส์ ในฐานะของการเป็นเศรษฐีใจบุญ ผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft และเป็นผู้คิดค้นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เขาคือตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จ เป็นบุคคลหนึ่งที่ใครหลายคนอยากเอาเป็นแบบอย่าง ทว่าการที่ บิล เกตส์ ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ไม่ได้มาจากเพียงแค่ความอัจฉริยะหรือโชคชะตาเท่านั้น แต่เขาเข้มงวดกับการใช้เวลาและไม่ชอบเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่ช่วยให้เขาเข้าใกล้เป้าหมาย

ในไอติมอ่าน ep นี้จะมาพูดถึงเคล็ดลับ 10 ข้อที่ บิล เกตส์ ใช้ในการบริหารเวลา โดยเนื้อหาที่ผมหยิบมาเล่า แปลมาจากบทความออนไลน์ซึ่งเขียนโดย Rebeca Gurgel มาเริ่มที่ข้อแรกกันเลยครับ


1. ให้ความสำคัญกับเวลา

คุณไม่มีวันได้ยิน บิล เกตส์ พูดว่า “เอาไว้ค่อยทำทีหลัง” ครั้งหนึ่ง บิล เกตส์ เคยไปให้สัมภาษณ์พร้อมกับ วอร์เรน บัฟเฟต หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ เขาก็ขับรถตรงดิ่งกลับบ้านในทันที เพราะ บิล เกตต์ มีความคิดว่าเวลาเป็นสิ่งเดียวที่หาซื้อเพิ่มเติมไม่ได้ แม้เขาเป็นถึงมหาเศรษฐี เขาสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แต่ยกเว้นการซื้อเวลา เมื่อคิดอย่างนี้เขาจึงวางแผนการใช้เวลาในแต่ละวันอย่างละเอียดรอบคอบ ใช้แต่ละช่วงเวลาให้คุ้มค่ามากที่สุด

vox.com

แล้วตัวคุณล่ะ? คุณเลือกจะทำอะไร ๆ ตามแต่สิ่งที่แว๊บเข้ามาในหัวหรือเปล่า หรือคุณมีการจัดตารางชีวิตว่าวันหนึ่งคุณจะทำอะไรให้เสร็จบ้าง คุณปล่อยสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ก่อน แล้วค่อยทำทีหลัง หรือคุณใส่ใจเวลาที่คุณมีอยู่น้อยนิดบนโลกใบนี้?

บิล เกตส์ เป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงคนหนึ่งที่ใช้เวลาแต่ละวันของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาเอาอย่างเขากันครับ มาฝึกฝนตัวเองให้รู้จักการให้ความสำคัญกับเวลาที่วันหนึ่งก็จะหมดไป มาใช้เวลาที่คุณมีอยู่ในตอนนี้ให้มีประโยชน์มากขึ้นกัน


2. ใช้เวลาอย่างเต็มที่ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า

ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ผู้มีชื่อเสียงคนนี้ถูกยกเป็นตัวอย่างในหนังสือ Outliers ซึ่งเขียนโดย มัลคอม กลัดเวลล์ ในหัวข้อบุคคลผู้ประสบความสำเร็จจะทำงานหนักถึง 10,000 ชั่วโมง ก่อนที่จะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ตามที่หนังสือเขียนไว้ บิล เกตส์ ใช้เวลานับไม่ถ้วนในการเขียนโปรแกรม และทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จ และ บิล เกตส์ พูดติดตลกว่าก่อนจะมาแต่งงานกับภรรยา เขาเคยแต่งงานกับคอมพิวเตอร์มาก่อนในช่วงเริ่มต้นอาชีพของเขา

คุณใช้เวลาที่ตัวเองมีอยู่ไปยังไงบ้าง? คุณใช้ไปกับการทำงานอย่างจริงจังเต็มที่ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าหรือเปล่า? หรือเวลาในแต่ละวันของคุณจมไปกับเรื่องไม่สำคัญที่คอยรบกวนอย่างการเล่นโซเชียลมีเดีย คุณสามารถตอบได้ไหมว่าคุณใช้เวลาไปกี่ชั่วโมงในการทำงานจริง ๆ ที่จะพาคุณไปสู่ความสำเร็จ ในหนังสือเล่มนี้ของกลัดเวลล์ บิล เกตส์ได้พูดว่า “นอกจากคุณจะอาศัยโชคดีด้วยประมาณหนึ่ง อีกอย่างที่สำคัญคือคุณต้องพยายามอย่างเต็มที่ด้วย” คุณได้พยายามใช้เวลาที่คุณมีอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง เพื่อพาตัวเองไปพิชิตเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้


3. จัดการเวลาอย่างมีโครงสร้าง

ในบทความจากหนังสือพิมพ์ The Telegraph ได้เขียนเอาไว้ว่า บิล เกตส์ จัดการย่อยรายการที่เขาต้องทำออกเป็นรายการย่อยเล็ก ๆ อีกทีหนึ่ง ขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาทำเพียง 5 นาที แต่ช่วยประหยัดเวลาทั้งวันไปได้เยอะ สำหรับคนที่วันหนึ่งต้องพบปะกับบุคคลสำคัญมากมาย เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่าการจัดการเวลาต้องทำอย่างมีโครงสร้าง

หนึ่งในวิธีการจัดการเวลาที่เจ๋งอย่างหนึ่งเรียกว่า Timeboxing ที่มีแนวคิดว่าคุณต้องกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนสำหรับแต่ละงานว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการสะสางให้เสร็จ เช่น จะใช้เวลา 20 นาที สำหรับการตอบกลับอีเมล 5 ฉบับ หรือจะใช้เวลา 1 ชม. สำหรับเขียนบทความให้เสร็จหนึ่งบท การนำ timeboxing มาใช้ ช่วยกันคุณออกจากสิ่งรบกวนที่อาจทำให้คุณเสียเวลาไปกับการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานเกินไป และยังช่วยเพิ่ม productive แก่คุณขึ้นอีกหลายระดับ ถ้าเทคนิคนี้ได้ผลสำหรับ บิล เกตส์ แน่นอนว่าก็ต้องใช้ได้ผลสำหรับคุณด้วยเช่นกัน


4. อย่าเสียเวลาไปกับการเพิ่มเวลา

ลองฟังเรื่องนี้ดูครับว่าคุณคุ้น ๆ บ้างหรือเปล่า: มีใครคนหนึ่งที่ยุ่งหัววุ่นทั้งวัน แต่ก็ยังแอบแว๊บไปเล่นโซเชียลมีเดียได้ พอถึงตอน 5 โมงเย็นใครคนนั้นพบว่างานของตัวเองไม่เข้าใกล้กับคำว่าเสร็จเลย ใครคนนั้นจึงต้องทำงานล่วงเวลา หรือหอบเอางานกลับไปทำที่บ้าน เพื่อทดแทนเวลาที่เสียไประหว่างวัน เรื่องนี้ฟังดูคล้ายคุณหรือเปล่า?

คุณอาจประหลาดใจเมื่อได้ยินว่า บิล เกตส์ นั่งกินข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวของเขา และบางครั้งเขายังลงมือทำอาหารเองอีกด้วยหากได้อยู่ที่บ้าน เขาสามารถใช้เวลาไปกับคนในครอบครัวได้ เพราะเขาไม่ได้เสียเวลาแว๊บไปทำสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ระหว่างชั่วโมงการทำงานในแต่ละวัน สิ่งรบกวนระหว่างวันอะไรบ้างที่คุณสามารถละทิ้งมันได้ เพื่อที่คุณจะได้มีเวลาอยู่สบาย ๆ ที่บ้าน ได้ใช้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่

เทคนิคในการสร้าง work-life balance คือการใช้แต่ละช่วงเวลาให้เหมาะสม หากอยู่ที่ออฟฟิศ คุณต้องตั้งใจทำงาน หากอยู่ที่บ้าน คุณต้องพักผ่อนและทำตัวให้สบาย เวลาที่คุณสูญเสียไปกับสิ่งรบกวนระหว่างวัน เท่ากับว่าคุณสูญเสียเวลาที่คุณจะได้ใช้กับครอบครัวในตอนค่ำไปด้วย


5. นอนให้พอ

มีหลายบทความเคยนำเสนอว่าบรรดาบุคคลผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตใช้เวลานอนหลับแต่ละคืนยาวนานแค่ไหน ส่วนใหญ่พวกเขาเหล่านี้จะนอนกันคืนละประมาณ 6-8 ชม. บิล เกตส์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาออกตัวว่าตัวเองเป็นคนที่หัวแล่นตอนกลางคืน จึงสามารถอยู่จนถึงดึกดื่นได้ ปกติแล้ว บิล เกตส์ จะเข้านอนตอนเที่ยงคืน และตื่นนอนตอน 7 โมงเช้า ดังนั้นเขาจึงได้นอนคืนละ 7 ชม.

อย่าละเลยเรื่องการนอนหลับ คุณจะ productive หรือไม่ขึ้นอยู่กับการนอนในแต่ละคืนของคุณ


6. ใช้ประโยชน์จากเวลาช่วงสั้น ๆ ระหว่างวัน

ไม่ว่าจะไปที่ไหน บิล เกตส์ มักพกหนังสือติดมือไปด้วย ช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างวันเขาจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน พวกเราทุกคนล้วนมีเวลาว่างช่วงสั้น ๆ ระหว่างวันแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการนัดพบ ระหว่างนั่งรอนัดหมอ ระหว่างต่อคิวรออะไรสักอย่าง เราควรใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาเหล่านี้ อาจจะเป็นการอ่านหนังสือสักบท โพสต์รูปโปรโมทกิจการของคุณบนอินสตราแกรม หรือดูคลิปแมวบนเฟซบุค

อย่าเข้าใจผิดว่าการดูคลิปแมวจะฉุด productivity ของคุณให้ต่ำลง การพักสมองไปดูอะไรน่ารัก ๆ หรือไม่มีสาระมากนัก ช่วยลดความเครียดได้ แต่ระวังการแว๊บไปเล่น Facebook หรือ Tik Tok จากที่ตั้งใจว่าจะแว๊บไปเล่นแค่ 1 นาที อาจลากยาวไปเป็น 10-20 นาทีได้ แบบนั้นจะเป็นการใช้เวลาไปโดยเปล่าประโยชน์


7. คิดเผื่อระยะยาว และลงทุนกับเวลา

บิล เกตส์ เคยพูดเอาไว้ว่า “เรามักคิดไม่ถึงว่าอนาคตอีก 2 ปีจะเปลี่ยนไปได้สักแค่ไหน และเรามักคิดไม่ถึงว่าอนาคตอีก 10 ปีจะเปลี่ยนไปมากสักแค่ไหน”

คุณเคยคิดดองงานเอาไว้ก่อนแล้วค่อยกลับมาจัดการทีหลังไหม พอถึงช่วงสุดท้ายของสัปดาห์กลับรู้สึกว่างานมันเยอะมาก จึงยอมแพ้แล้วไม่ยอมลงมือทำอะไรเลย หากคิดย้อนกลับไป ที่ผ่านมาถ้าลงมือทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป คุณน่าจะทำเสร็จไปหลายงาน เชื่อว่าหลายคนคงเคยรู้สึกแบบนี้

ลองเรียนรู้จากประโยคข้างต้นของ บิล เกตส์ ค่อย ๆ ลงมือทำเพื่อไปสู่เป้าหมาย จงอย่าหยุด 10 ปีนับจากนี้คุณสามารถทำอะไรหลายอย่างให้สำเร็จได้ อย่าพยายามทำอะไรแล้วหวังว่าจะสำเร็จในไม่กี่เดือนหรือไม่กี่ปี จงค่อย ๆ ลงมือทำต่อไป การบริหารเวลาคือการคิดเผื่อระยะยาว จงลงทุนกับเวลาของคุณ


8. จัดลำดับความสำคัญ

บิล เกตส์ เคยบอกเอาไว้ว่าอีเมลที่ส่งมาถึงเขาจะถูกคัดกรองโดยทีมงาน ซึ่งจะเหลืออีเมลไปถึงเขาจริง ๆ ประมาณวันละ 100 ฉบับ โดยเขาจะเลือกตอบกลับเฉพาะอีเมลที่สำคัญจริง ๆ เท่านั้น สำหรับเรื่องการอ่านและตอบอีเมลก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะจัดการยังไง คุณอยากให้คนอื่นมาทำให้เวลาคุณเสียไปไหม การอ่านและตอบกลับอีเมลเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ซึ่งมันทำให้คุณใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพน้อยลง

คุณจะละเลยไม่ตอบกลับอีเมลที่ส่งมาถึงเลยก็ไม่ได้ คุณเป็นคนเดียวที่สามารถตัดสินใจให้ตัวเองได้ว่าจะตอบกลับอีเมลฉบับไหน คุณต้องทำการจัดลำดับความสำคัญ อำนาจในการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์เป็นของตัวคุณเอง ข้ออ้างที่ว่า “ฉันจัดลำดับความสำคัญไม่ได้ เพราะมีหลายเรื่องเข้ามาพร้อมกันมากเกินไป” คำพูดนี้ไม่มีวันหลุดออกมาจากปากของบรรดาคนที่ประสบความสำเร็จที่รู้ถึงความสำคัญของการจัดลำดับความสำคัญ

คุณเลือกที่จะไม่ใส่ใจอีเมลที่เนื้อหาไม่มีสาระได้ คุณปล่อยเรื่องที่ไม่สำคัญไว้ก่อนแล้วค่อยมาจัดการทีหลังได้ ย้ำอีกครั้งว่าคุณเลือกที่จะไม่ใส่ใจได้ อย่าให้ความสำคัญกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาหาคุณ อย่าตอบตกลงกับทุก ๆ คน จัดตารางเวลาของคุณและจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำ


9. เลือกทำทีละงาน

เทคนิคข้อนี้เป็นเทคนิคที่น่าสนใจมากที่สุด บิล เกตส์ จะกันเวลาจำนวน 2 สัปดาห์ในทุก ๆ ไตรมาสสำหรับทำงานเกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ และเขายังแบ่งเวลาให้ทั้งสำหรับงานการกุศลและงานที่บริษัท Microsoft โดยงานทั้งสองอย่างนี้มีรายละเอียดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ บิล เกตส์ ก็สามารถจัดการกับงานทั้งสองอย่างได้ โดยอาศัยการเลือกทำทีละอย่าง

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องจัดการกับงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เช่นต้องทำทั้งงานประจำและต้องดูแลครอบครัวไปด้วย คุณแบ่งเวลาไว้อย่างดีว่าภายในครึ่ง ชม. นี้จะโทรนัดหมอ และคุยกับครูประจำชั้นของลูก เสร็จแล้วใช้เวลา 2 ชม. โฟกัสกับงาน ๆ หนึ่ง พอครบ 2 ชม. ก็เปลี่ยนไปจัดการงานอื่นต่อ การพยายามจัดการกับงานหนึ่งแล้วหันไปทำอีกงาน แบบนี้จะทำให้คุณเหนื่อยเป็นอย่างมาก และความ productive จะถดถอย ดังนั้นคุณควรตัดสินใจเลยว่าจะทุ่มเทให้กับงานอะไรเพียงอย่างเดียวก่อน แล้วใช้เวลาทุ่มเทกับมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


10. ใช้งานซอฟต์แวร์

การใช้ซอฟต์แวร์หรือแอพบนโทรศัพท์มือถือที่สามารถซิงก์ได้กับทุกอุปกรณ์ สามารถช่วยให้การบริหารเวลาของคุณมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างมาก

บิล เกตส์ ใช้ Outlook Calendar และ SharePoint ในการจัดระเบียบไอเดีย, บทความ และโปรเจคภายในบริษัทของเขา เขาสามารถเข้าไปอ่านไอเดียของพนักงานได้สะดวกจากมือถือ และสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูลที่อยู่ในอีเมลหรือเอกสาร ผู้เขียนบอกว่าส่วนตัวเธอใช้ Evernote เพื่อจดไอเดียที่นึกออกได้ทันทีเพียงปลายนิ้ว ส่วนผมขอเสริมซอฟต์แวร์ที่ผมใช้งานอยู่ ปกติผมจดไอเดียต่าง ๆ ลง Google Keep ใช้งานสะดวกมากทั้งจากแอพในมือถือหรือเปิดบนหน้าเว็บในแล็ปท็อป

หากคุณไม่เคยใช้ซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารเวลามาก่อน ลองใช้งานดูสักแอพครับ รับรองได้เลยว่าซอฟต์แวร์เหล่านี้จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นมาก

ทั้งหมดนี้คือ 10 เทคนิคการบริหารเวลาสไตล์ บิล เกตส์ เราได้เรียนรู้จากเขาเรื่องความสม่ำเสมอและการจัดการเวลา การที่ บิล เกตส์ กลายเป็นมหาเศรษฐีและบุคคลผู้ประสบความสำเร็จระดับโลกได้ เป็นเพราะเขาคู่ควร เขาใช้เวลาได้อย่างมีประโยชน์ ทำงานอย่างมีเป้าหมาย ลองนำเทคนิคเหล่านี้ของเขาไปใช้ดู ไม่แน่ว่าวันหนึ่งคุณอาจเข้าใกล้ความสำเร็จแล้วก็เป็นได้

Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing...

Effortless คนเก่งคิดง่าย ไม่คิดยาก วิธีลงมือทำแบบง่ายดาย เหนื่อยน้อยลง แต่ผลลัพธ์มากขึ้น

หลายคนที่มุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง พยายามสร้างความก้าวหน้าโดยการทำงานอย่างหนัก ช่วงแรกเราอาจพบว่าการทำงานหนักให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ยิ่งพยายามมากก็ยิ่งได้ผลลัพธ์มาก แต่พอถึงจุดหนึ่งเราจะรู้สึกว่าผลลัพธ์เริ่มออกมาไม่คุ้มค่ากับแรงที่ลงไป แม้จะพยายามมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมานั้นน้อย ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่เราพอจะคิดออกคือพยายามให้มากขึ้นไปอีก ทำงานให้มากขึ้น เรื่องพักผ่อนช่างมันไปก่อน แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งบอกว่าการคิดแบบนี้เป็นการคิดที่ผิดครับ...

Pomodoro Technique เทคนิคเคลียร์งาน 25 นาทีจบ ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นตลอดกาล

เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนน่าจะเคยวุ่นวายใจเมื่อเห็นเวลาเดินเข้าใกล้เดดไลน์ไปเรื่อย ๆ แต่งานที่ทำอยู่ไม่คืบหน้าไปไหนเลย ไม่สามารถตั้งสมาธิให้จดจ่อกับงานได้ เอาแต่ผัดวันประกันพรุ่งวันแล้ววันเล่า แต่เทคนิคโพโมโดโรเกิดมาเพื่อแก้ปัญหานี้ครับ การนำเทคนิคนี้มาใช้จะเป็นเหมือนเพื่อน ๆ ได้ติดอาวุธที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่อยากทำให้เสร็จได้ ไอติมอ่าน...

error: Content is protected !!