นิยาย

ศูนย์สี่ตัว – ตอนที่ 1/4

Share

เสียงร้องเพลงเชียร์กีฬาดังอื้ออึงลั่นบริเวณสนามฟุตบอลของโรงเรียนมัธยมชื่อดังในตัวจังหวัดแห่งหนึ่ง แม้จะอยู่กลางที่โล่งแจ้ง แต่เสียงยังดังแสบแก้วหู นักกีฬาในชุดสีฟ้าคนหนึ่งรับลูกกลมที่เพื่อนส่งมาให้พักไว้ที่เท้า เขามองผู้เล่นฝั่งตรงข้ามที่วิ่งเข้ามาประกบซ้ายขวา ก่อนจะง้างขาเหนี่ยวลูกกลมเข้าประตูสุดแรง

ขึ้นนำ 3-2

ชาวสีฟ้าที่ยืนให้กำลังใจนักกีฬาอยู่ข้างสนาม พร้อมใจกันตะโกนเสียงเซ็งแซ่ด้วยความดีใจที่สีของตัวเองทำประตูได้ เชียร์ลีดเดอร์สีเดียวกันรีบต่อตัวกันเป็นสามชั้น เพื่อข่มเชียร์ลีดเดอร์ฝั่งตรงข้าม พร้อมกันนั้นเสียงโห่ร้องด้วยความชอบอกชอบใจก็ดังขึ้นกราวใหญ่ ประสานกับเสียงปรบมือให้ผู้เป็นยอดสุดของปฏิมากรรมมนุษย์ชิ้นนี้

เด็กสาวผู้เป็นยอดสุดซึ่งยืนขาเดียวอยู่บนฝ่ามือของเพื่อนเชียร์ลีดเดอร์ชายในขณะนี้ กำลังอ้าแขนยิ้มร่ารับเสียงชื่นชมอย่างภาคภูมิใจ ไม่แปลกที่เสียงโห่ร้องจะดังสนั่นขนาดนี้ เพราะเธอผู้นี้ทั้งสวย ผิวขาวเนียนละเอียดลออ ตัวเล็กน่ารัก ถูกอกถูกใจหนุ่มน้อยหลายคน

แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ไม่รู้พลาดอีท่าไหน เด็กสาวคนนั้นถึงได้หล่นลงจากยอด ร่วงสู่พื้นสนามหญ้าจากความสูงที่ไม่นับว่าสูงนัก หล่นลงมาในระดับนี้คงบาดเจ็บไม่มากมายอะไร แต่เธอกลับนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับหมดสติไปเสียแล้ว   ทุกสายตาที่จ้องมองมาตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ดูเหมือนเธอจะหมดสติไปจริง ๆ เพื่อนเชียร์ลีดเดอร์ด้วยกันพยายามสะกิดเรียกเธอ แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ เธออาจเป็นลมหรืออะไรสักอย่าง ในเมื่อแดดกลางวันมันร้อนออกอย่างนี้ เพื่อนเชียร์ลีดเดอร์เห็นท่าไม่ดี จึงจับตัวเธอหงายหน้าขึ้น เพื่อที่จะได้หายใจสะดวก

กรี๊ด!

เพียงเห็นใบหน้าของเธอทุกคนถึงกับผงะ เธอกลายเป็นศพไปเสียแล้ว ดวงตาที่ถลนออกมาบอกได้ถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสก่อนจะสิ้นใจ มีดทำครัวปักตรงตำแหน่งหัวใจพอดี ราวกับจับแทง เหลือด้ามมีดสีดำโผล่ออกมาให้เห็นเพียงเท่านั้น ชุดเชียร์ลีดเดอร์ที่เคยเป็นสีฟ้าสดใส กลับเปรอะเลอะไปด้วยเลือดสดสีแดงฉานที่ไหลทะลักออกมาจากปากแผลราวกับท่อประปาแตก


หลังจากเชียร์ลีดเดอร์สาวเสียชีวิตไปได้ไม่นาน รถพยาบาลก็ถูกเรียกเพื่อมารับศพของเธอเข้าสู่กระบวนการทางนิติเวช   ตำรวจหลายนายเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อเก็บข้อมูล และสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์

สารวัตรหนุ่มไฟแรงนาม “ตุลา” อาสารับผิดชอบคดีนี้ในส่วนของการสอบปากคำสมาชิกทุกคนในทีมเชียร์ลีดเดอร์ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนที่น่าสงสัยที่สุด จากการสอบถามเบื้องต้นได้ความว่าเด็กสาวผู้เสียชีวิตนั้นชื่อ “เมษา” เรียนอยู่ชั้น ม.5 แผนกการเรียนวิทย์-คณิต เข้าทีมเชียร์ลีดเดอร์ตอนเพิ่งเข้ามาเรียนชั้น ม.4 ทุกคนในทีมซึ่งล้วนอยู่ชั้น ม.6 ต่างรักใคร่เอ็นดูเนื่องด้วยบุคลิกที่เป็นกันเอง น่ารัก สดใส และทัศนคติที่โตเป็นผู้ใหญ่ของเธอ ทุกคนในทีมต่างให้เกียรติและนับถือในความสามารถและความพยายามในการฝึกซ้อมให้ทันรุ่นพี่ ด้วยความที่เธอมีผลการเรียนอยู่ในขั้นดีเยี่ยม จึงมักถูกขอร้องให้ช่วยทบทวนเนื้อหาวิชาต่าง ๆ ที่เธอถนัดให้บรรดารุ่นพี่ในทีมซึ่งเรียนอยู่ระดับชั้นสูงกว่า

“แล้วมีดมาจากไหน?” เสียงทุ้มต่ำของตุลาถามทุกคนในทีมเชียร์ลีดเดอร์สีฟ้า

“ไม่รู้ครับ/ค่ะ!” เสียงของทุกคนเปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้าจากการสูญเสียเพื่อนร่วมทีมอันเป็นที่รักไป

“คนในทีมไม่มีทางเป็นฆาตกรไปได้หรอกค่ะ ชุดเชียร์ลีดเดอร์ของพวกเรานั้นรัดรูปเกินจะซ่อนของใหญ่ ๆ อย่างมีดได้” เด็กสาวผู้เป็นหัวหน้าทีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น เพราะเพิ่งข่มน้ำตาไม่ให้ไหลอีกรอบได้เมื่อสักครู่นี้เอง

นายตำรวจพิจารณาชุดเชียร์ลีดเดอร์ ชุดผู้หญิงเป็นเสื้อกล้ามเอวลอย กางเกงขาสั้นยาวประมาณครึ่งขาอ่อนซึ่งสั้นกว่าความยาวมีดที่ใช้ก่อเหตุเสียอีก ส่วนชุดผู้ชายเป็นเสื้อแขนกุด กางเกงผ้าเดนิ่มรัดรูป ทุกคนสวมรองเท้าผ้าใบสีน้ำเงินยี่ห้อเดียวกัน

“อืม… ถ้าพวกน้องไม่ใช่ฆาตกรจริง คงไม่มีลายนิ้วมือไปอยู่ที่มีดได้ เอาล่ะเสร็จธุระของพี่แล้ว ขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนมาก   แต่ก่อนไปพี่รบกวนขอชื่อและเบอร์โทรของทุกคนไว้ด้วยนะ เผื่อมีอะไรที่พี่อยากรู้เพิ่มเติมจะได้โทรไปสอบถาม” ตุลาพูดอย่างเป็นกันเอง พลางยื่นสมุดขนาดเท่าฝ่ามือและปากกาให้หัวหน้าทีมเชียร์ลีดเดอร์

“เออ… แล้วนอกจากพวกน้อง น้องเมษาเขามีเพื่อนสนิทอีกหรือเปล่า?”

หัวหน้าทีมหยุดเขียนแล้วเงยหน้าขึ้นมองตุลา

“น้องเมษาเพื่อนแกเยอะนะคะ แต่ที่สนิทกันสุดคงเป็นน้องมีนาที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน”

“เหรอ… พี่อยากคุยกับน้องเขาหน่อย ช่วยติดต่อให้พี่ทีได้ไหม เดี๋ยวนี้เลย” ตุลาฉายแววตากระตือรือร้น พลางล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงส่งให้หัวหน้าทีมเชียร์ลีดเดอร์


ถัดมาในเวลาบ่ายสองโมงครึ่ง

สารวัตรหนุ่มนัด “มีนา” เพื่อนสนิทของเมษามาพบที่ห้องปกครอง ซึ่งอาจารย์ประจำฝ่ายปกครองให้ความร่วมมือโดยยกห้องนี้ให้นายตำรวจใช้เป็นห้องสอบสวนชั่วคราว

“น้องมีนาใช่ไหมครับ?” ตุลาลุกจากโซฟารับแขกเมื่อเห็นมีนาเปิดประตูแล้วเดินเข้ามา

“ค่ะ” เธอรับคำ

บุคลิกของมีนาดูเป็นเด็กเรียบร้อย ท่าทางพูดน้อย ออกจะดูจืด ๆ ไม่น่าสนใจเลยด้วยซ้ำ แต่หากมองดูให้ดีแล้วลองนึกภาพตอนเธอแต่งหน้าทาปาก จะเห็นว่าเธอมีหน้าตาน่ารักไม่แพ้เพื่อนสนิทของเธอ

“เชิญนั่งก่อนครับ” เขาผายมือเชื้อเชิญ เด็กสาวเดินมานั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามนายตำรวจ โดยมีโต๊ะไม้ตัวเล็ก ๆ คั่นกลางระหว่างคนทั้งสอง บนโต๊ะตัวนั้นมีโน้ตบุ๊กเครื่องบางของนายตำรวจวางอยู่

“เริ่มเลยนะครับจะได้ไม่กวนเวลาน้องมาก” ตุลายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาแล้วเริ่มถามคำถามแรก “น้องกับน้องเมษารู้จักกันมานานหรือยัง?”

“ตั้งแต่ ม.1 สมัยอยู่โรงเรียนเก่าแล้วค่ะ” มีนาตอบเสียงอ้อมแอ้ม ไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่นัก

“แล้วน้องเมษาเขามีศัตรูที่ไหนหรือเปล่า?”

“ไม่นี่คะ” เด็กสาวก้มหน้าตอบ

“แปลกจริง ๆ มันไม่น่าจะเป็นเหตุการณ์ฆาตกรรมซะแล้วสิ หรือว่าน้องเมษาเขาจะฆ่าตัวตายนะ” ตุลากระแทกหลังใส่พนักพิงโซฟา เขาเริ่มล้าจากการสัมภาษณ์คนโน่นคนนี้ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดเสียที

 ไม่มีเสียงแสดงความเห็นใด ๆ จากเด็กสาว เว้นแต่เสียงสะอึกสะอื้น นั่นทำให้นายตำรวจหันมาสนใจกับอาการนั้น

“น้องมีนาเป็นอะไรไปครับ?”

เธอยังคงก้มหน้า เสียงสะอึกสะอื้นเปลี่ยนเป็นเสียงร่ำไห้ เธอค่อย ๆ ร้องไห้เสียงดังขึ้น

“น้องมีนาเป็นอะไรไปครับ?” ตุลาโผเข้าหาด้วยอาการเป็นห่วง

“ยายเมษาตายเพราะคนในโทรศัพท์ค่ะ!” มีนาพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น

“คนในโทรศัพท์? ใครกันครับน้องมีนา เล่าให้พี่ฟังอย่างละเอียดได้ไหม?”

เด็กสาวพยายามคุมน้ำเสียงของตนเองให้เป็นปกติที่สุด ไม่ให้ปนเสียงสะอึกสะอื้น แต่นั่นช่างยากเหลือเกิน

“ก่อนหน้าที่ยายเมษาจะตายไม่ถึงนาที มีคนโทรศัพท์เข้าเครื่องของยายเมษาซึ่งฝากหนูไว้ หนูถือวิสาสะรับสาย มันเป็นเสียงแหบของผู้ชายแก่ ๆ น่ากลัวมากค่ะ มันพูดว่า…” เธอละล่ำละลัก อยากพูดทุกอย่างที่อัดอยู่ในหัวออกมาให้นายตำรวจได้รับรับฟังในคราวเดียว

“ใจเย็น ๆ ก่อน ค่อย ๆ พูด เจ้านั่นมันพูดว่ายังไง?” น้ำเสียงของตุลาทำให้เธอผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง

“มันพูดว่า… นาฬิกาชีวิตของคุณหยุดเดินแล้ว ขอรับวิญญาณคุณไปล่ะ… มันพูดแค่นี้ จากนั้นพอหนูวางสายเท่านั้นแหละ…” มีนายกมือขึ้นมาปิดหน้า นายตำรวจลูบหลังปลอบใจ แม้ไม่เล่าต่อเขาก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น

“ยายเมษาก็ตาย” มีนาปล่อยโฮที่กลั้นไว้ออกมาเต็มที่ เธอขวัญเสียไม่น้อยกับเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น

“น้องเอาโทรศัพท์เครื่องนั้นมาด้วยหรือเปล่า? พี่ขอดูเบอร์นั่นหน่อย จะได้เอาไปตรวจสอบดู”

มีนาล้วงโทรศัพท์ของเพื่อนสาวออกมาจากกระเป๋ากระโปรงส่งมอบให้นายตำรวจด้วยมือที่สั่นเทา สภาพของมันดูไม่น่าจะเป็นโทรศัพท์ที่วัยรุ่นสาวหน้าตาน่ารักอย่างเมษาจะใช้ หน้าจอของมันมีรอยร้าวผ่ากลางจอ แผงปุ่มกดแบบคิวเวอตีเด้งหลุดออกมา

“พอดีหนูตกใจเลยเผลอทำมันหล่นน่ะค่ะ”

นายตำรวจพลิกโทรศัพท์สภาพยับเยินเพื่อพิจารณา สภาพของมัน คงต้องส่งซ่อมก่อนถึงจะเปิดเครื่องได้

“งั้นอย่างนี้พี่ก็ไม่รู้เบอร์ของเจ้านั่นน่ะสิ”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูจำเบอร์นั้นได้”


หลังจากสอบปากคำกับสารวัตรหนุ่มไฟแรงเรียบร้อยแล้ว มีนาก็ออกมาจากห้องปกครอง แต่ต้องเจอกับฝูงชนขนาดย่อมที่มาอออยู่หน้าห้องเพื่อรอฟังข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เด็กสาวเล่ารายละเอียดต่าง ๆ ให้เพื่อนฟังเหมือนกับที่เพิ่งเล่าให้นายตำรวจฟัง ทันใดนั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ระเบ็งเซ็งแซ่ทั่วพื้นที่

08-4455-6xxx

เบอร์โทรมรณะ!

Share

Leave a Reply

What's New

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด “สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?”...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

error: Content is protected !!