เสียงร้องเพลงเชียร์กีฬาดังอื้ออึงลั่นบริเวณสนามฟุตบอลของโรงเรียนมัธยมชื่อดังในตัวจังหวัดแห่งหนึ่ง แม้จะอยู่กลางที่โล่งแจ้ง แต่เสียงยังดังแสบแก้วหู นักกีฬาในชุดสีฟ้าคนหนึ่งรับลูกกลมที่เพื่อนส่งมาให้พักไว้ที่เท้า เขามองผู้เล่นฝั่งตรงข้ามที่วิ่งเข้ามาประกบซ้ายขวา ก่อนจะง้างขาเหนี่ยวลูกกลมเข้าประตูสุดแรง
ขึ้นนำ 3-2
ชาวสีฟ้าที่ยืนให้กำลังใจนักกีฬาอยู่ข้างสนาม พร้อมใจกันตะโกนเสียงเซ็งแซ่ด้วยความดีใจที่สีของตัวเองทำประตูได้ เชียร์ลีดเดอร์สีเดียวกันรีบต่อตัวกันเป็นสามชั้น เพื่อข่มเชียร์ลีดเดอร์ฝั่งตรงข้าม พร้อมกันนั้นเสียงโห่ร้องด้วยความชอบอกชอบใจก็ดังขึ้นกราวใหญ่ ประสานกับเสียงปรบมือให้ผู้เป็นยอดสุดของปฏิมากรรมมนุษย์ชิ้นนี้
เด็กสาวผู้เป็นยอดสุดซึ่งยืนขาเดียวอยู่บนฝ่ามือของเพื่อนเชียร์ลีดเดอร์ชายในขณะนี้ กำลังอ้าแขนยิ้มร่ารับเสียงชื่นชมอย่างภาคภูมิใจ ไม่แปลกที่เสียงโห่ร้องจะดังสนั่นขนาดนี้ เพราะเธอผู้นี้ทั้งสวย ผิวขาวเนียนละเอียดลออ ตัวเล็กน่ารัก ถูกอกถูกใจหนุ่มน้อยหลายคน
แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ไม่รู้พลาดอีท่าไหน เด็กสาวคนนั้นถึงได้หล่นลงจากยอด ร่วงสู่พื้นสนามหญ้าจากความสูงที่ไม่นับว่าสูงนัก หล่นลงมาในระดับนี้คงบาดเจ็บไม่มากมายอะไร แต่เธอกลับนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับหมดสติไปเสียแล้ว ทุกสายตาที่จ้องมองมาตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ดูเหมือนเธอจะหมดสติไปจริง ๆ เพื่อนเชียร์ลีดเดอร์ด้วยกันพยายามสะกิดเรียกเธอ แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ เธออาจเป็นลมหรืออะไรสักอย่าง ในเมื่อแดดกลางวันมันร้อนออกอย่างนี้ เพื่อนเชียร์ลีดเดอร์เห็นท่าไม่ดี จึงจับตัวเธอหงายหน้าขึ้น เพื่อที่จะได้หายใจสะดวก
กรี๊ด!
เพียงเห็นใบหน้าของเธอทุกคนถึงกับผงะ เธอกลายเป็นศพไปเสียแล้ว ดวงตาที่ถลนออกมาบอกได้ถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสก่อนจะสิ้นใจ มีดทำครัวปักตรงตำแหน่งหัวใจพอดี ราวกับจับแทง เหลือด้ามมีดสีดำโผล่ออกมาให้เห็นเพียงเท่านั้น ชุดเชียร์ลีดเดอร์ที่เคยเป็นสีฟ้าสดใส กลับเปรอะเลอะไปด้วยเลือดสดสีแดงฉานที่ไหลทะลักออกมาจากปากแผลราวกับท่อประปาแตก
หลังจากเชียร์ลีดเดอร์สาวเสียชีวิตไปได้ไม่นาน รถพยาบาลก็ถูกเรียกเพื่อมารับศพของเธอเข้าสู่กระบวนการทางนิติเวช ตำรวจหลายนายเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อเก็บข้อมูล และสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์
สารวัตรหนุ่มไฟแรงนาม “ตุลา” อาสารับผิดชอบคดีนี้ในส่วนของการสอบปากคำสมาชิกทุกคนในทีมเชียร์ลีดเดอร์ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนที่น่าสงสัยที่สุด จากการสอบถามเบื้องต้นได้ความว่าเด็กสาวผู้เสียชีวิตนั้นชื่อ “เมษา” เรียนอยู่ชั้น ม.5 แผนกการเรียนวิทย์-คณิต เข้าทีมเชียร์ลีดเดอร์ตอนเพิ่งเข้ามาเรียนชั้น ม.4 ทุกคนในทีมซึ่งล้วนอยู่ชั้น ม.6 ต่างรักใคร่เอ็นดูเนื่องด้วยบุคลิกที่เป็นกันเอง น่ารัก สดใส และทัศนคติที่โตเป็นผู้ใหญ่ของเธอ ทุกคนในทีมต่างให้เกียรติและนับถือในความสามารถและความพยายามในการฝึกซ้อมให้ทันรุ่นพี่ ด้วยความที่เธอมีผลการเรียนอยู่ในขั้นดีเยี่ยม จึงมักถูกขอร้องให้ช่วยทบทวนเนื้อหาวิชาต่าง ๆ ที่เธอถนัดให้บรรดารุ่นพี่ในทีมซึ่งเรียนอยู่ระดับชั้นสูงกว่า
“แล้วมีดมาจากไหน?” เสียงทุ้มต่ำของตุลาถามทุกคนในทีมเชียร์ลีดเดอร์สีฟ้า
“ไม่รู้ครับ/ค่ะ!” เสียงของทุกคนเปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้าจากการสูญเสียเพื่อนร่วมทีมอันเป็นที่รักไป
“คนในทีมไม่มีทางเป็นฆาตกรไปได้หรอกค่ะ ชุดเชียร์ลีดเดอร์ของพวกเรานั้นรัดรูปเกินจะซ่อนของใหญ่ ๆ อย่างมีดได้” เด็กสาวผู้เป็นหัวหน้าทีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น เพราะเพิ่งข่มน้ำตาไม่ให้ไหลอีกรอบได้เมื่อสักครู่นี้เอง
นายตำรวจพิจารณาชุดเชียร์ลีดเดอร์ ชุดผู้หญิงเป็นเสื้อกล้ามเอวลอย กางเกงขาสั้นยาวประมาณครึ่งขาอ่อนซึ่งสั้นกว่าความยาวมีดที่ใช้ก่อเหตุเสียอีก ส่วนชุดผู้ชายเป็นเสื้อแขนกุด กางเกงผ้าเดนิ่มรัดรูป ทุกคนสวมรองเท้าผ้าใบสีน้ำเงินยี่ห้อเดียวกัน
“อืม… ถ้าพวกน้องไม่ใช่ฆาตกรจริง คงไม่มีลายนิ้วมือไปอยู่ที่มีดได้ เอาล่ะเสร็จธุระของพี่แล้ว ขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนมาก แต่ก่อนไปพี่รบกวนขอชื่อและเบอร์โทรของทุกคนไว้ด้วยนะ เผื่อมีอะไรที่พี่อยากรู้เพิ่มเติมจะได้โทรไปสอบถาม” ตุลาพูดอย่างเป็นกันเอง พลางยื่นสมุดขนาดเท่าฝ่ามือและปากกาให้หัวหน้าทีมเชียร์ลีดเดอร์
“เออ… แล้วนอกจากพวกน้อง น้องเมษาเขามีเพื่อนสนิทอีกหรือเปล่า?”
หัวหน้าทีมหยุดเขียนแล้วเงยหน้าขึ้นมองตุลา
“น้องเมษาเพื่อนแกเยอะนะคะ แต่ที่สนิทกันสุดคงเป็นน้องมีนาที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน”
“เหรอ… พี่อยากคุยกับน้องเขาหน่อย ช่วยติดต่อให้พี่ทีได้ไหม เดี๋ยวนี้เลย” ตุลาฉายแววตากระตือรือร้น พลางล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงส่งให้หัวหน้าทีมเชียร์ลีดเดอร์
ถัดมาในเวลาบ่ายสองโมงครึ่ง
สารวัตรหนุ่มนัด “มีนา” เพื่อนสนิทของเมษามาพบที่ห้องปกครอง ซึ่งอาจารย์ประจำฝ่ายปกครองให้ความร่วมมือโดยยกห้องนี้ให้นายตำรวจใช้เป็นห้องสอบสวนชั่วคราว
“น้องมีนาใช่ไหมครับ?” ตุลาลุกจากโซฟารับแขกเมื่อเห็นมีนาเปิดประตูแล้วเดินเข้ามา
“ค่ะ” เธอรับคำ
บุคลิกของมีนาดูเป็นเด็กเรียบร้อย ท่าทางพูดน้อย ออกจะดูจืด ๆ ไม่น่าสนใจเลยด้วยซ้ำ แต่หากมองดูให้ดีแล้วลองนึกภาพตอนเธอแต่งหน้าทาปาก จะเห็นว่าเธอมีหน้าตาน่ารักไม่แพ้เพื่อนสนิทของเธอ
“เชิญนั่งก่อนครับ” เขาผายมือเชื้อเชิญ เด็กสาวเดินมานั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามนายตำรวจ โดยมีโต๊ะไม้ตัวเล็ก ๆ คั่นกลางระหว่างคนทั้งสอง บนโต๊ะตัวนั้นมีโน้ตบุ๊กเครื่องบางของนายตำรวจวางอยู่
“เริ่มเลยนะครับจะได้ไม่กวนเวลาน้องมาก” ตุลายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาแล้วเริ่มถามคำถามแรก “น้องกับน้องเมษารู้จักกันมานานหรือยัง?”
“ตั้งแต่ ม.1 สมัยอยู่โรงเรียนเก่าแล้วค่ะ” มีนาตอบเสียงอ้อมแอ้ม ไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่นัก
“แล้วน้องเมษาเขามีศัตรูที่ไหนหรือเปล่า?”
“ไม่นี่คะ” เด็กสาวก้มหน้าตอบ
“แปลกจริง ๆ มันไม่น่าจะเป็นเหตุการณ์ฆาตกรรมซะแล้วสิ หรือว่าน้องเมษาเขาจะฆ่าตัวตายนะ” ตุลากระแทกหลังใส่พนักพิงโซฟา เขาเริ่มล้าจากการสัมภาษณ์คนโน่นคนนี้ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดเสียที
ไม่มีเสียงแสดงความเห็นใด ๆ จากเด็กสาว เว้นแต่เสียงสะอึกสะอื้น นั่นทำให้นายตำรวจหันมาสนใจกับอาการนั้น
“น้องมีนาเป็นอะไรไปครับ?”
เธอยังคงก้มหน้า เสียงสะอึกสะอื้นเปลี่ยนเป็นเสียงร่ำไห้ เธอค่อย ๆ ร้องไห้เสียงดังขึ้น
“น้องมีนาเป็นอะไรไปครับ?” ตุลาโผเข้าหาด้วยอาการเป็นห่วง
“ยายเมษาตายเพราะคนในโทรศัพท์ค่ะ!” มีนาพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น
“คนในโทรศัพท์? ใครกันครับน้องมีนา เล่าให้พี่ฟังอย่างละเอียดได้ไหม?”
เด็กสาวพยายามคุมน้ำเสียงของตนเองให้เป็นปกติที่สุด ไม่ให้ปนเสียงสะอึกสะอื้น แต่นั่นช่างยากเหลือเกิน
“ก่อนหน้าที่ยายเมษาจะตายไม่ถึงนาที มีคนโทรศัพท์เข้าเครื่องของยายเมษาซึ่งฝากหนูไว้ หนูถือวิสาสะรับสาย มันเป็นเสียงแหบของผู้ชายแก่ ๆ น่ากลัวมากค่ะ มันพูดว่า…” เธอละล่ำละลัก อยากพูดทุกอย่างที่อัดอยู่ในหัวออกมาให้นายตำรวจได้รับรับฟังในคราวเดียว
“ใจเย็น ๆ ก่อน ค่อย ๆ พูด เจ้านั่นมันพูดว่ายังไง?” น้ำเสียงของตุลาทำให้เธอผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง
“มันพูดว่า… นาฬิกาชีวิตของคุณหยุดเดินแล้ว ขอรับวิญญาณคุณไปล่ะ… มันพูดแค่นี้ จากนั้นพอหนูวางสายเท่านั้นแหละ…” มีนายกมือขึ้นมาปิดหน้า นายตำรวจลูบหลังปลอบใจ แม้ไม่เล่าต่อเขาก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น
“ยายเมษาก็ตาย” มีนาปล่อยโฮที่กลั้นไว้ออกมาเต็มที่ เธอขวัญเสียไม่น้อยกับเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น
“น้องเอาโทรศัพท์เครื่องนั้นมาด้วยหรือเปล่า? พี่ขอดูเบอร์นั่นหน่อย จะได้เอาไปตรวจสอบดู”
มีนาล้วงโทรศัพท์ของเพื่อนสาวออกมาจากกระเป๋ากระโปรงส่งมอบให้นายตำรวจด้วยมือที่สั่นเทา สภาพของมันดูไม่น่าจะเป็นโทรศัพท์ที่วัยรุ่นสาวหน้าตาน่ารักอย่างเมษาจะใช้ หน้าจอของมันมีรอยร้าวผ่ากลางจอ แผงปุ่มกดแบบคิวเวอตีเด้งหลุดออกมา
“พอดีหนูตกใจเลยเผลอทำมันหล่นน่ะค่ะ”
นายตำรวจพลิกโทรศัพท์สภาพยับเยินเพื่อพิจารณา สภาพของมัน คงต้องส่งซ่อมก่อนถึงจะเปิดเครื่องได้
“งั้นอย่างนี้พี่ก็ไม่รู้เบอร์ของเจ้านั่นน่ะสิ”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูจำเบอร์นั้นได้”
หลังจากสอบปากคำกับสารวัตรหนุ่มไฟแรงเรียบร้อยแล้ว มีนาก็ออกมาจากห้องปกครอง แต่ต้องเจอกับฝูงชนขนาดย่อมที่มาอออยู่หน้าห้องเพื่อรอฟังข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เด็กสาวเล่ารายละเอียดต่าง ๆ ให้เพื่อนฟังเหมือนกับที่เพิ่งเล่าให้นายตำรวจฟัง ทันใดนั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ระเบ็งเซ็งแซ่ทั่วพื้นที่
08-4455-6xxx
เบอร์โทรมรณะ!
Leave a comment