สูตรโกงของคนเก่งงาน รวมเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณทำงานได้เก่งและไวขึ้น

Share

มีเคล็ดลับเกี่ยวกับการทำงาน 541 ข้อ เขียนโดย Emily Price นักข่าวสายเทคโนโลยีที่สัมภาษณ์ ceo มาแล้วหลายคน

เตรียมพร้อมที่จะประสบความสำเร็จ

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำเปล่า

สิ่งแรกที่คนทำงานตื่นขึ้นมาแล้วนึกถึงคือการดื่มกาแฟ แต่จะดีกว่ามากหากเราดื่มน้ำเปล่าสักแก้วแทน ตอนตื่นนอนร่างกายของเราขาดน้ำเพราะไม่ได้บริโภคของเหลวตลอดทั้งคืน ถ้ายิ่งดื่มกาแฟเป็นแก้วแรกของวันเราจะยิ่งขาดน้ำ เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทางที่ดีเราควรดื่มน้ำเปล่าแก้วใหญ่ ๆ ให้ร่างกายสดชื่นและพร้อมที่จะเริ่มต้นวันใหม่

วางนาฬิกาปลุกให้ห่างจากเตียง

เพื่อที่เราจะเอื้อมไปกดเลื่อนปลุกไม่ได้ การลุกจากเตียงแล้วไปปิดเสียงนาฬิกาจะช่วยให้เราตื่นได้เต็มตาขึ้น

ออกไปรับแสงแดด

มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาให้อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมที่ปราศจากหน้าต่าง ควรออกไปรับแสงแดดยามเช้าบ้าง เพื่อให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดี ซึ่งช่วยให้เราอารมณ์ดี เครียดน้อยลง มีสมาธิมากขึ้น และช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก

 เคล็ดลับช่วยให้ตื่นเช้า

  • เปิดม่านทิ้งไว้เวลานอน แสงแดดตอนพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าจะค่อย ๆ ปลุกเราให้ตื่น
  • อย่าเล่นมือถือก่อนนอน เพราะมันจะกระตุ้นสมอง ทำให้เรานอนไม่หลับ
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน เพราะมันจะทำให้เราหลับไม่สนิทและตื่นยากขึ้น
  • ลดการบริโภคคาเฟอีนหลังเที่ยงวัน เพื่อให้ร่างกายได้กำจัดคาเฟอีนที่กินในตอนเช้าออกจากร่างกาย เราจะได้ไม่เจอกับปัญหานอนไม่หลับเมื่อถึงเวลานอน

ย่อยรายการสิ่งที่ต้องทำให้เล็กและง่ายต่อการลงมือทำ

หากเรามีงานใหญ่ต้องทำ เช่น “โครงการ A” ให้เขียนสิ่งเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น เช่น “ส่งอีเมลหาลูกค้าโครงการ A”  “โทรหาคุณสมิธเรื่องโครงการ A” “ค้นหาข้อมูลด้านสถิติสำหรับโครงการ A” เป็นต้น การย่อยงานใหญ่ให้เล็กลงจะบีบให้เราครุ่นคิดเกี่ยวกับรายละเอียดที่ต้องทำ แถมช่วยให้เรารู้สึกประสบความสำเร็จเมื่อรายการเสร็จไปหลายอย่าง

ตั้งเป้าหมายที่จะทำให้สำเร็จภายใน 90 วัน แทนเป้าหมายประจำปี

ช่วงต้นปีเรามันตั้งเป้าหมายที่จะทำให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม ทางที่ดีเราควรเปลี่ยนให้มันเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม เมื่อถึงเดือนเมษายนให้เราประเมินตัวเองว่าทำเป้าหมายสำเร็จหรือยัง คืบหน้าไปถึงไหน ถ้ายังไม่เสร็จก็ต่อไปอีก 3 เดือนแล้วกลับมาทบทวนใหม่

ป่าวประกาศเป้าหมายให้คนอื่นรู้

เพราะการตระหนักว่ามีคนรู้เป้าหมายของเรา ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจชั้นยอดในการผลักดันให้เราบรรลุเป้าหมาย

นอน

การนอนเป็นปัจจัยที่ทำให้การทำงานแต่ละวันมีประสิทธิภาพ ถ้าวันไหนเรานอนไม่พอเราจะรู้สึกงุนงง งัวเงีย ว่อกแว่กง่าย ทำงานได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นคนเราต้องนอนให้ได้วันละ 7-8 ชม. เป็นอย่างต่ำ


ทำงานให้มีประสิทธิภาพ

ซ่อนโทรศัพท์มือถือระหว่างทำงาน

ทันทีที่ไปถึงออฟฟิศให้เก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในลิ้นชักหรือกระเป๋า พยายามไม่หยิบมันออกมาจนกว่าจะถึงพักเที่ยงหรือพักเบรก การวางโทรศัพท์มือถือไว้ใกล้ ๆ จะกระตุ้นให้เราอยากหยิบมันขึ้นมาเล่น

อย่ากลัวที่จะหาคนมาทำงานแทน

ถ้ามีงานไหนที่คนอื่นสามารถทำแทนได้ อย่ากลัวที่จะขอให้คนนั้นทำแทน เช่น การถ่ายเอกสารอาจขอให้เด็กฝึกงานทำแทนได้ เราจะได้จดจ่ออยู่กับงานสำคัญกว่าได้อย่างเต็มที่

ลาพักร้อน

การลุยงานติดต่อกันหลายเดือนโดยไม่หยุดพัก อาจทำให้เราหมดไฟและขาดความกระตือรือร้นที่จะทำงาน ดังนั้นจึงควรลาพักร้อนเสียบ้าง เมื่อกลับมาทำงานเราจะสดชื่นขึ้นเป็นกอง แถมยังอาจพกไอเดียใหม่ ๆ และพลังงานอันเหลือล้นติดตัวมาทำงานด้วย

ดื่มกาแฟแต่พอดี

คาเฟอีนเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ แต่ถ้ากินมากไปอาจทำให้เราตื่นตัวเกินเหตุจนไม่มีสมาธิทำงาน หรือได้รับคาเฟอีนมากไปจนหมดสภาพเมื่อมันหมดฤทธิ์ พยายามจำกัดการดื่มกาแฟอยู่ที่วันละ 1-2 แก้ว

ทำสมาธิ

ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิเต็มรูปแบบ การฟังเพลงสัก 2-3 นาทีเพื่อผ่อนคลายจะช่วยให้เราจดจ่อกับงานได้มากขึ้น

หากงานหนักเกินไปก็ให้ถอยออกมา

ถ้ากำลังทำงานสำคัญแล้วรู้สึกว่าไม่คืบหน้า บางครั้งการถอยออกมาแล้วลองพยายามใหม่ในวันพรุ่งนี้ อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า การหยุดพักสักระยะเพื่อหันไปทำอย่างอื่นจะช่วยให้เรากลับมาทำงานด้วยมุมมองที่แปลกใหม่

เดินเล่น

การเดินเล่นรอบออฟฟิศแค่ไม่กี่นาทีก็มากพอที่จะทำให้เรากลับไปทำงานด้วยมุมมองสดใหม่ได้แล้ว นอกจากนี้การเดินเล่นยังช่วยทำลายความน่าเบื่อของการนั่งอยู่ที่โต๊ะทั้งวัน

อย่ากินมื้อเที่ยงเยอะ

การกินอาหารมื้อใหญ่ตอนเที่ยงจะทำให้เราง่วงเมื่อกลับมาถึงออฟฟิศ ดังนั้นควรกินมื้อเที่ยงแค่อิ่มพอดี

กำหนดเส้นตายหลอก ๆ

ถ้าต้องส่งงานวันศุกร์ ให้บอกตัวเองว่างานนี้ต้องเสร็จวันพุธ การเลื่อนเส้นตายให้เร็วขึ้นจะช่วยให้เรามีเวลาเหลือหากงานนั้นช้ากว่าที่คิด แถมยังมีเวลาเหลือในการตรวจสอบความเรียบร้อย

เคล็ดลับเพิ่มประสิทธิภาพบนโต๊ะทำงาน

  • เพิ่มหน้าจอที่สอง จะได้เปิดเบราเซอร์หรือโปรแกรมอื่น ๆ หลาย ๆ หน้าต่าง โดยไม่ต้องเสียเวลากดสลับหน้าจอ
  • กระดาษโพสต์อิท เอาไว้จดข้อความสั้น ๆ แปะไว้กันลืมบริเวณขอบหน้าจอคอม
  • ปากกาเน้นข้อความหลากสี มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าสีมีผลต่อความจำ ใช้สีที่แตกต่างสำหรับแยกงานต่าง ๆ
  • ของตกแต่ง เช่น ต้นไม้ในกระถางเล็ก ๆ ช่วยให้มีจุดพักสายตาบนโต๊ะทำงาน
  • ของกินเล่น การมีโปรตีนบาร์หรือถั่วอบเกลือติดลิ้นชักโต๊ะทำงานไว้ ทำให้เรามีอะไรกินคลายหิว ช่วงที่ไม่มีเวลาลุกไปไหนได้

ประชุมให้มีประสิทธิภาพ

ทบทวนเหตุผลที่ทำให้เราเลือกที่จะต้องประชุม

ที่ทำงานบางที่ประชุมวันและเวลาเดิม ๆ จนกลายเป็นกิจวัตร แทนที่จะประชุมเพราะมันจำเป็นจริง ๆ ดังนั้นให้เราระบุจุดประสงค์หลักของการประชุมออกมาก่อน ถ้าไม่สามารถหาเหตุผลดี ๆ ที่จะประชุมได้ ให้ปรึกษากับคนอื่นว่ายกเลิกการประชุมดีไหม เพื่อที่ทุกคนจะได้เอาเวลาไปทำงาน

คำถามที่ต้องถามตัวเองก่อนจัดประชุม

  1. ทำไมถึงอยากจัดประชุม
  2. หัวข้อประชุมนี้สามารถคุยกันผ่านอีเมลแทนได้ไหม
  3. เป้าหมายหลังจบกระประชุมคืออะไร
  4. ใครบ้างที่ต้องเข้าประชุม
  5. ควรให้ข้อมูลใดบ้างก่อนการประชุม
  6. การประชุมจะใช้เวลามากน้อยแค่ไหน
  7. ควรนัดคนประชุมตอนไหน

ให้กำหนดวาระการประชุม

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า ประเด็นใดบ้างจะถูกหยิบยกมาพูด และจะพูดคุยประเด็นใดก่อน

ทันทีที่เริ่มประชุม ต้องตั้งนาฬิกาแจ้งเตือนเมื่อหมดเวลาประชุม

แค่รู้ว่ามีการนับเวลาถอยหลังก็ช่วยเร่งสิ่งต่าง ๆ ให้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ถ้ามีหลายเรื่องที่ต้องคุย สามารถตั้งเวลาแจ้งเตือนเมื่อหมดเวลาสำหรับพูดคุยในเรื่องนั้น ๆ ได้

เชิญเฉพาะคนที่มีอำนาจตัดสินใจมาประชุม

ไม่มีใครอยากมาเสียเวลาประชุมในเรื่องที่ตัวเองไม่ต้องเข้าร่วมก็ได้ การมีคนที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่ในที่ประชุม อาจทำให้การพูดคุยเริ่มหลงประเด็น แถมทำให้คนเหล่านั้นเสียเวลา แทนที่จะได้ทำงานของตัวเอง

ในทางกลับกัน ถ้าเราได้คำเชิญให้ร่วมประชุม ลองถามว่าทำไมเขาอยากให้เราเข้าประชุมด้วย ถ้าฝ่ายชวนมีเหตุผลที่ดีพอ เขาย่อมตอบเราได้ แต่ถ้าเหตุผลไม่ดีพอ เราควรปฏิเสธ เพราะการเข้าประชุมทั้งที่เราไม่มีความจำเป็นใด ๆ ต่อการประชุม จะทำให้เราเสียเวลาและทำให้การประชุมมีประสิทธิภาพน้อยลง

เริ่มประชุมตรงเวลาทุกครั้ง

การรอคนมาสาย หมายความว่าเรากำลังบอกคนที่มาตรงเวลาว่าเราเห็นเวลาของพวกเขามีค่าน้อยกว่าคนที่มาสาย ถ้าเราเริ่มประชุมตรงเวลาทุกครั้ง คนจะพยายามมาเข้าให้ทันเวลา

เปลี่ยนการนั่งประชุมแบบตัวต่อตัวเป็นเดินประชุม

ถ้าต้องประชุมกับใครสักคนเป็นส่วนตัว การเดินถือเป็นโอกาสให้พวกเราได้ออกจากออฟฟิศ 2–3 นาทีเพื่อยืดเส้นยืดสาย ช่วยให้เลือดไหลเวียน กระตุ้นการทำงานของสมอง

จัดประชุมตอนบ่าย

เราอาจคิดว่าจัดประชุมตอนเช้าจะทำให้ทุกคนพร้อมลุยทันที แต่ความจริงคนเหล่านั้นจะมัวสะสางงานของเมื่อวานจนไม่มีเวลาเตรียมตัว ดังนั้นการประชุมตอนบ่ายจะทำให้ทุกคนมีเวลาเตรียมตัวยิ่งกว่าเดิม เทียบกับการประชุมในเช้าวันจันทร์ที่คนยังไม่ฟื้นจากวันหยุดสุดสัปดาห์

ประชุมไม่เกิน 1 ชม.

เพราะหากมากกว่านั้นผู้เข้าประชุมจะเริ่มเสียสมาธิ ถ้าจำเป็นต้องประชุมเกิน 1 ชม. จริง ๆ ควรกำหนดให้มีเวลาพัก 15-20 นาที ในทุก ๆ 1 ชม. เพื่อให้ผู้เข้าประชุมได้เข้าห้องน้ำ เช็คอีเมล เมื่อกลับเข้าประชุมอีกครั้งพวกเขาจะสดชื่นขึ้นและพร้อมให้ความร่วมมือมากขึ้น


รักษาสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว

การปฏิเสธใช่ว่าจะไม่ดีเสมอไป

หนึ่งในกุญแจสู่การมีประสิทธิภาพสูงสุดคือการรู้ขีดจำกัดของตัวเอง ถ้าหากเรากำลังทำงานสำคัญแล้วเพื่อนชวนไปกินข้าวเย็น เราอาจปฏิเสธเพื่อทำงานตรงหน้าให้เสร็จก่อน

ยิ้มเยอะ ๆ

งานวิจัยพิสูจน์แล้วว่าการยิ้มช่วยลดระดับความเครียดและความวิตกกังวล ถ้าหากเริ่มรู้สึกหมดไฟให้สละเวลาเล็กน้อยมาดูคลิปตลก ๆ

มีน้ำใจกับผู้คนและแสดงความซาบซึ้งต่อคนที่ช่วยเหลือเรา

เรื่องดี ๆ มักเกิดกับคนดี ๆ ถ้าคนที่ช่วยเหลือเรารู้สึกว่าเราแสดงความซาบซึ้งออกมา ย่อมมีแนวโน้มที่เขาจะช่วยเหลือเราอีกในอนาคต

กำหนดคืนพักผ่อนที่จะไม่ทำอะไรเลยอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

เพื่อเราจะได้พักและเริ่มวันใหม่ด้วยความสดชื่นและมีแนวโน้มทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลงทุนกับสิ่งที่ช่วยคลายเครียด

ถ้าการนวดช่วยให้หายเครียด เราควรหาเวลาไปนวด 1-2 ครั้งต่อเดือน หรือถ้าชอบต่อโมเดลก็แบ่งเงินมาซื้อบ้าง ยิ่งเราลงทุนกับตัวเองมากเท่าไหร่ เรายิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้าไม่ยอมทำกิจกรรมที่ช่วยให้หายเครียด เราจะยิ่งรู้สึกอ่อนล้ามากขึ้น

งีบระหว่างวัน

ถ้ารู้สึกขี้เกียจ ไม่กระตือรือร้น ลองงีบสัก 15 นาที จะช่วยฟื้นฟูพลัง เพิ่มความสดชื่นและทำให้มีสมาธิมากขึ้น

สนใจหนังสือ สูตรโกงของคนเก่งงาน (Productivity Hacks)
สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee: https://s.shopee.co.th/8AF0OZuUuC
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

จดหมายเหตุขนาดจิ๋ว สำรวจประวัติศาสตร์ที่บันทึกอยู่ในแสตมป์ ที่พิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ไทย

ครั้งหนึ่งจดหมายและแสตมป์คือเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนมาอย่างยาวนาน แต่ทุกวันนี้เราสามารถส่งข้อความถึงกันได้เพียงเสี้ยววินาที ผ่านสมาร์ทโฟนที่ล้วนมีใช้กันแทบทุกคน การส่งจดหมายเลยเป็นเรื่องล้าสมัย เด็กเจนใหม่ ๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ส่งจดหมายถึงกันแล้ว การเข้าไปเที่ยวในพิพิธภัณฑ์แสตมป์ไทย (Thai Stamp Museum) เหมือนเป็นการได้เดินทางย้อนเวลาดูประวัติศาสตร์ผ่านแสตมป์ เพราะแสตมป์ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเล็กที่มีกาวด้านหลัง แต่มันคือจดหมายเหตุขนาดจิ๋วที่บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในประเทศ ทั้งยังเป็นตัวแทนกระจายความเป็นไทยออกสู่สายตาชาวโลก ผ่านซองจดหมายที่วิ่งว่อนมาแล้วกว่า 140 ปี กิจการไปรษณีย์ไทยเกิดจากวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5...

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน สาขาที่เป็นภาพจำของคนทั่วไปเมื่อพูดถึงสวนสนุกเจ้านี้คือปราสาทฮอกวอตส์ที่สาขาญี่ปุ่น ซึ่งจำลองโรงเรียนเวทมนตร์ในเรื่องแฮร์รี พอตเตอร์ ออกมาได้เหมือนเรากำลังอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นจริง ๆ แต่เบื้องหลังกว่าที่เครื่องเล่นธีมแฮร์รี พอตเตอร์จะสร้างเสร็จ ตอนนั้น Universal Studios...

ไปทำบะหมี่ถ้วยเดียวในโลกกัน! ส่องตำนานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารขวัญใจสายรีบที่ Cup Noodles Museum

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมนูขวัญใจสายรีบอย่างพวกเราเป็นมากกว่าแค่อาหารจานด่วนครับ มันถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั่วโลกเลยทีเดียว เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือเรื่องราวของชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่ชื่อว่า โมโมฟุกุ อันโด (Momofuku Ando) ผู้ก่อตั้งบริษัท Nissin Foods Group ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนิชชินนั่นเองครับ โมโมฟุกุ อันโด บิดาผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โมโมฟุกุ อันโด เกิดปี ค.ศ. 1910 ที่ไต้หวัน ซึ่งตอนนั้นไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น จากนั้นเขาได้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง...

ดำดิ่งสู่โลกกลับทิศ จิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ในซีรีส์ “สเตรนเจอร์ ทิงส์”

หากพูดถึงซีรีส์ที่คนทั้งโลกรอคอย ซีรีส์ที่ปั้นเด็กไม่มีชื่อเสียงให้มายืนแถวหน้าของวงการบันเทิงได้ ซีรีส์ที่เป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดให้คนมาสมัครบริการ Netflix จะเป็นซีรีส์เรื่องไหนไม่ได้นอกจากเรื่องสเตรนเจอร์ ทิงส์ ที่ตอนนี้มีมาถึงซีซัน 5 ซึ่งเป็นซีซันสุดท้ายแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ผลงานท้ายสุดของจักรวาลในซีรีส์นี้ เพราะในปี 2026 จะมีอนิเมชันที่เรื่องราวอยู่ในช่วงระหว่างซีซัน 2 และ 3 ของซีรีส์ต้นฉบับออกฉายตามมาครับ สาเหตุที่ซีรีส์เรื่องนี้ถูกใจคนทั้งโลก และขยายจักรวาลมาได้ยิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้ นอกจากเนื้อเรื่องที่ลึกลับน่าติดตามแล้ว อีกเหตุผลคือแต่ละตัวละครในเรื่องดูมีมิติสมจริง มีปูมหลัง และมีแรงผลักดันในชีวิตที่แตกต่างกันไป...

นาทีชีวิตฉุกเฉิน วิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรมีติดตัว เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินในวินาทีชีวิต

ทุกนาทีในชีวิตสามารถเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต เหตุการณ์ฉุกเฉินไม่เลือกสถานที่เกิด ไม่ว่าจะเป็นบนถนน ในห้างฯ หรือแม้กระทั่งบ้านของพวกเราเอง การมีความรู้เบื้องต้นในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่เหตุการณ์นั้นจะอันตรายถึงชีวิตได้ครับ ไอติมเล่า ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ อยู่ให้ได้ ตายให้ดี: เรียนรู้นาทีชีวิตจากห้องฉุกเฉิน เขียนโดยคุณหมอสองท่านครับคือ หมอเจี๊ยบ พญ. ลลนา ก้องธรนินทร์ และหมอยุ้ย พญ. พรรณอร เฉลิมดำริชัย ในเล่มนี้เล่าว่าหมอฉุกเฉินต้องเจอกับอะไรบ้าง...

บทเรียนจากคนเหล็ก 7 ข้อคิดการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จฉบับอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

การได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จ ถือเป็นทางลัดอย่างหนึ่งในการเรียนรู้ชีวิต โดยที่เราไม่ต้องรอให้พบเจอด้วยตัวเอง ยิ่งคนนั้นเป็นคนที่ใช้ชีวิตมานาน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ บทเรียนจากชีวิตของพวกเขาก็ยิ่งมีคุณค่า ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ Be Useful: Seven Tools for Life ชื่อภาษาไทยคือ จงทำตัวให้มีประโยชน์: 7 เครื่องมือสำหรับใช้ชีวิต เขียนโดยอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ (Arnold Schwarzenegger)...

Related Articles

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์...

Effortless คนเก่งคิดง่าย ไม่คิดยาก วิธีลงมือทำแบบง่ายดาย เหนื่อยน้อยลง แต่ผลลัพธ์มากขึ้น

หลายคนที่มุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง พยายามสร้างความก้าวหน้าโดยการทำงานอย่างหนัก ช่วงแรกเราอาจพบว่าการทำงานหนักให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ยิ่งพยายามมากก็ยิ่งได้ผลลัพธ์มาก แต่พอถึงจุดหนึ่งเราจะรู้สึกว่าผลลัพธ์เริ่มออกมาไม่คุ้มค่ากับแรงที่ลงไป แม้จะพยายามมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมานั้นน้อย ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่เราพอจะคิดออกคือพยายามให้มากขึ้นไปอีก ทำงานให้มากขึ้น เรื่องพักผ่อนช่างมันไปก่อน แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งบอกว่าการคิดแบบนี้เป็นการคิดที่ผิดครับ...

วิชาคนตัวเล็ก บทเรียนการทำงานกว่า 20 ปี ของผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ฮาวทูอันดับ 1 ในไทย

การได้อ่านหรือได้ฟังประสบการณ์ของคนอื่น ถือเป็นทางลัดที่ทำให้เราได้เรียนรู้โดยไม่ต้องลงมือทำเอง ทั้งเรื่องราวที่พวกเขาประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ล้วนมีประโยชน์ต่อเราทั้งนั้น เพื่อน ๆ ที่ชอบอ่านหนังสือแนวฮาวทูน่าจะคุ้นตากับสำนักพิมพ์วีเลิร์น สำนักพิมพ์แถวหน้าของเมืองไทยที่ผลิตหนังสือแนวฮาวทูคุณภาพดีออกมาอย่างต่อเนื่อง ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือวิชาคนตัวเล็ก...

Pomodoro Technique เทคนิคเคลียร์งาน 25 นาทีจบ ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นตลอดกาล

เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนน่าจะเคยวุ่นวายใจเมื่อเห็นเวลาเดินเข้าใกล้เดดไลน์ไปเรื่อย ๆ แต่งานที่ทำอยู่ไม่คืบหน้าไปไหนเลย ไม่สามารถตั้งสมาธิให้จดจ่อกับงานได้ เอาแต่ผัดวันประกันพรุ่งวันแล้ววันเล่า แต่เทคนิคโพโมโดโรเกิดมาเพื่อแก้ปัญหานี้ครับ การนำเทคนิคนี้มาใช้จะเป็นเหมือนเพื่อน ๆ ได้ติดอาวุธที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่อยากทำให้เสร็จได้ ไอติมอ่าน...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!