เมื่อได้ยินอาทิตย์ถามเช่นนั้น หญิงสาวลึกลับก็มีท่าทีลุกลี้ลุกลน หันมองซ้ายขวาอย่างกลัวใครจะมาเห็น
“คุยกันที่นี่ไม่ปลอดภัย เรื่องที่เราจะคุยกันต่อไปนี้เป็นความลับระหว่างนายกับฉันเท่านั้น จะให้ใครมาได้ยินไม่ได้ ห้องของนายอยู่ชั้น 3 ห้อง 314 ใช่ไหม?” ไม่รอให้อาทิตย์พูดอะไร หญิงสาวลึกลับก็เดินดุ่ม ๆ หายเข้าไปในอพาร์ทเมนท์ของอาทิตย์เสียแล้ว
ชายหนุ่มยืนงงอยู่กลางซอยที่ห้อมล้อมไปด้วยอาคารที่พัก เขาหิ้วถุงในมือเดินตามหญิงสาวลึกลับเข้าไปในอพาร์ทเมนท์ที่เขาเช่าอยู่ เมื่อเข้ามาถึงข้างในอาคารสร้างใหม่ ตกแต่งและทาสีด้วยสีสันสดใสก็พบว่าเธอรอเขาอยู่ในลิฟต์ ห้องพักของเขาอยู่ชั้นสาม ปกติไม่เคยใช้ลิฟต์เพราะเดินเท้าขึ้นบันไดตลอด แต่วันนี้เมื่อหญิงสาวลึกลับท่าทางไม่น่าไว้ใจปรากฏตัว เขาต้องจับตาดูเธอไว้ตลอด เธอรู้เรื่องส่วนตัวเชิงลึกของเขา ไม่แน่ว่าอาจรู้รหัสเปิดประตูห้องของเขาด้วยก็ได้
ลิฟต์ส่งเสียงเมื่อพาผู้โดยสารมาถึงชั้น 3 ทันทีที่ประตูเหล็กเปิดออก อาทิตย์ก็รีบวิ่งไปยังห้อง 314 ซึ่งเป็นห้องที่เขาเช่าอยู่ รีบกดรหัสที่หน้าประตู อยากมีเวลาเก็บข้าวของที่ไม่อยากให้ใครเห็นในห้องสัก 15 นาที หญิงสาวลึกลับเดินมาหยุดที่ข้างหลัง อาทิตย์หันไปคุยด้วยใบหน้าเจื่อน
“เอ่อ… คุณรออยู่หน้าห้องสักเดี๋ยวได้ไหม ขอผมเก็บข้าวของให้เข้าที่ก่อน”
หญิงสาวลึกลับยิ้มมุมปาก “ไม่เป็นไร ฉันไม่ซีเรียส” ว่าแล้วเธอก็เบียดตัวเข้ามาแล้วผลักประตูที่เพิ่งปลดล็อกเดินเข้าไปข้างใน
อาทิตย์เบิกตาโต เขาไม่อยากให้ใครเห็นสภาพห้องของเขาเลย เมื่อเดินเข้ามาพบห้องน้ำและกองเสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่บนพื้น หญิงลึกลับเดินข้ามเสื้อผ้าเหล่านั้นโดยไม่เฉียดไปเหยียบ ถัดมาคือห้องนั่งเล่นที่ผนังแปะโปสเตอร์ตัวการ์ตูนสาวญี่ปุ่นท่าทางวาบหวิว บนโต๊ะรับแขกมีนิตยสารสำหรับกระทิงหนุ่มวางไว้เป็นตั้ง หญิงสาวลึกลับถอดแว่นตาดำแล้วเดินมานั่งที่โซฟากลางห้อง วางกระเป๋าเอกสารไว้ข้างตัว พลางหยิบนิตยสารบนโต๊ะรับแขกขึ้นมาพลิกดู
อาทิตย์รีบวางข้าวของในมือ แล้วเดินมาฉวยนิตยสารในมือหญิงสาวลึกลับ เขาหอบตั้งนิตยสารบนโต๊ะรับแขกไปเก็บไว้ในห้องนอน ปลดโปสเตอร์ตัวการ์ตูนสาวออกจากผนังแล้วเอาไปยัดในตู้เสื้อผ้า เสร็จแล้วเดินมานั่งโซฟาตัวเดียวกับหญิงสาวลึกลับ แม้เก็บของเมื่อครู่จะใช้แรงไม่มากและอากาศในห้องไม่ได้ร้อน แต่อาทิตย์กลับมีเหงื่อออกท่วมใบหน้า รู้สึกขายหน้าในรสนิยมของตัวเอง คุยกันคราวนี้อาทิตย์ไม่กล้าสบตาเธออีกแล้ว
“บอกได้หรือยังว่าคุณจะจ้างผมให้ทำอะไร?”
หญิงสาวลึกลับไม่มีท่าทีสนใจคำถามของอาทิตย์แม้แต่น้อย
“ฉันเข้าใจนะว่าผู้ชายก็มีเรื่องแบบนี้บ้าง ยิ่งเป็นชายโสดเปล่าเปลี่ยวหัวใจด้วยแล้ว แต่ไม่นึกว่านายจะชอบแบบที่เป็นภาพการ์ตูนด้วย มันคงจินตนาการได้ไกลกว่ารูปนางแบบที่เป็นคนจริง ๆ ใช่ไหม?”
อาทิตย์เย็นวูบ หน้าถอดสีด้วยความอายขายหน้า
“เลิกพูดได้แล้ว เข้าเรื่องเลยเถอะ ตกลงพวกคุณมีเรื่องอะไรจะจ้างผม?”
หญิงสาวลึกลับเปลี่ยนใบหน้าจากทีเล่นทีจริงมาเป็นจริงจังขึงขังในทันที
“ก่อนอื่นฉันต้องแนะนำตัวก่อน ฉันชื่อมาลี เป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษสากล ฉันขอเล่าย้อมความไปเมื่อ 6 เดือนที่แล้วให้นายฟัง ตอนนั้นเพื่อนร่วมงานของฉันที่ชื่อไมค์ ได้รับมอบหมายงานให้เข้าไปสืบภายในสถาบันวิจัยและเผยแพร่ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เราสงสัยว่าสถาบันนี้ไม่มีความโปร่งใสเรื่องการของเงินทุน นายรู้ไหมว่าสถาบันนี้เป็นองค์กรระดับสากล ได้รับเงินทุนจากหลายรัฐบาลและหลายหน่วยงานทั่วโลก แต่ละปีในรายงานขอรับทุนวิจัย ได้อ้างชื่อ ดร.มาตินผู้มีผลงานวิจัยอวดสายตาชาวโลกมากมาย”
“แปลกตรงไหน ดร.มาตินคนที่วิจัยเกี่ยวกับยา เทคโนโลยีการแพทย์ พลังงานสะอาด อะไรทำนองนี้ใช่ไหม ผมเห็นได้รับรางวัลเชิดชูความรู้ความสามารถทุกปี”
“ใช่ ดร.มาตินคนเก่งคนนั้นแหละ เขาได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติทุกปีจากหลายเวที แต่เขาเคยมารับรางวัลด้วยตัวเองไหมล่ะ? 40 ปีมานี้ตัวแทน ดร. มารับแทนทุกครั้ง แล้วนายรู้ไหมว่า ดร.มาตินปรากฏตัวครั้งล่าสุดกับสื่อมวลชนตอนนั้นเขาก็อายุ 70 ปีเข้าไปแล้ว แถมตอนนั้นยังนั่งรถเข็นมาด้วย เบ็ดเสร็จตอนนี้เขาน่าจะอายุได้ 110 ปีแล้ว นายคิดว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ไหม? หรือลูกศิษย์เพียงแต่อ้างชื่อเสียงของเขาเพื่อจะได้รับเงินทุนง่ายขึ้น”
“เขาอาจจะลุกเดินเหินไปไหนมาไหนไม่ได้ แต่สมองยังดีใช้การได้อยู่ อาจนั่งค้นคว้างานวิจัยอยู่บนรถเข็นเหมือนสตีเฟ่น ฮอว์คิงก็ได้”
“นั่นแหละ พวกเราอยากรู้ว่า ดร.มาตินยังมีชีวิตอยู่ไหม เขาอาจตายไปแล้ว หรือมีสภาพอย่างที่นายว่า ไมค์จึงได้รับมอบหมายให้เข้าไปสืบหาความจริงนี้”
“แล้ว ดร. คนนั้นมีสภาพเหมือนอย่างที่ผมเดาหรือเปล่า?”
“ไม่รู้ ไมค์ปลอมตัวเป็นนักวิจัยจากต่างชาติ เข้าไปสืบข้างในสถาบันนั่นได้ 6 เดือนแล้ว ตั้งแต่เขาเข้าไป เราก็ไม่ได้รับการติดต่อจากเขาอีกเลย นี่แหละคือสิ่งที่เราต้องการจ้างนายให้เข้าไปสืบหาตัวไมค์ หากให้เจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษสากลปลอมตัวเข้าไปอีกคน พวกนั้นอาจจับได้ เราเห็นนายเข้าออกที่นั่นบ่อย ไม่เป็นที่สะดุดตาและนายเป็นคนมีความสามารถ น่าจะทำงานนี้ได้”
เดิมอาทิตย์ไม่ถูกอกถูกใจสถาบันรวบรวมคนสวมเสื้อกาวน์สุดเชยแห่งนั้นอยู่แล้ว ยิ่งได้ยินมาลีเล่าว่าเพื่อนร่วมงานของเธอหายเข้าไปนั้น โดยไม่ได้รับการติดต่อยิ่งขยาดเข้าไปใหญ่ เกิดเขาเข้าไปสืบแล้วมีชะตากรรมเช่นนั้นล่ะ อนาคตผู้ปฏิวัติวงการเทคโนโลยีที่วาดฝันคงดับสูญ
“คุณจ้างผิดคนแล้วล่ะ ผมไม่ใช่นักสืบนะ จะเอาปัญญาที่ไหนไปตามหาคนหายให้พวกคุณ ผมว่าพวกคุณไปจ้างนักสืบมืออาชีพจะดีกว่าอีก”
“เราเห็นว่านายเหมาะสมดีแล้ว เข้าออกที่นั่นได้โดยไม่มีใครสงสัย นายเป็นคนดูแลเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูลที่นั่นนี่”
“ใช่ ถ้าจ้างผมไปดูแลเซิร์ฟเวอร์ผมไม่เกี่ยง แต่ถ้าให้ไปสืบหาตัวคนหายผมขอผ่าน ยิ่งได้ยินคุณพูดว่าเพื่อนคุณปลอมตัวเข้าไป แล้วไม่ได้กลับออกมา ผมยิ่งไม่อยากทำ ถ้าผมตกลงเข้าไปสืบให้พวกคุณ แล้วเกิดหายไปอีกคนล่ะ พวกคุณจะรับผิดชอบยังไง?”
“ถ้าหากนายหายไปอีกคน เรายินดีจ่ายเงิน 10 ล้านบาทให้พ่อแม่ของนาย แต่ถ้านายทำสำเร็จ หาตัวไมค์พบ เรายินดีจ่ายเงินสดให้นาย 20 ล้านบาท ถ้าหากนายรับทำแต่เกิดอยากเลิกขึ้นมากลางคันเราก็ยินดี ทางเราจะรับซื้อเบาะแสที่นายหามาได้ ในราคาหลักล้านตามแต่เราเห็นสมควร คิดดูให้ดีนะ เงินตั้ง 20 ล้านบาทไม่ใช่น้อย ๆ”
ได้ยินข้อเสนอที่มาลียื่นให้ อาทิตย์ก็หูผึ่ง เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเกิดใหม่อีก 10 ชาติจะสะสมเงินได้ถึง 20 ล้านหรือเปล่า หากงานนี้สำเร็จสามารถสืบหาตัวไมค์พบ ชีวิตของเขาจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ โอกาสในการเปิดบริษัทที่ซิลิคอนแวลเล่ย์คงใกล้เป็นจริงขึ้นมาอีกหน่อย แต่นั่นหมายถึงเขาต้องเอาชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน
ไม่ปล่อยให้อาทิตย์ได้คิดนาน มาลีรีบหว่านล้อมหาสิ่งจูงใจให้อาทิตย์คล้อยตาม เธอยกกระเป๋าเอกสารสีดำขึ้นมาวางบนโต๊ะรับแขก เปิดออกเผยให้เห็นธนบัตร 1,000 บาทหลายปึกวางเรียงอยู่ในนั้น
“เรามัดจำนายไว้ก่อน 5 ล้านบาท หากนายทำงานสำเร็จหรือพลาด เงินส่วนที่เหลือจะตามมา ถ้าหากนายปฏิเสธงานนี้ ให้เอาเงิน 5 ล้านนี่มาคืนเราตามที่อยู่นี้ ภายในเที่ยงของวันพรุ่งนี้” มาลีว่าพลางยื่นนามบัตรให้
อาทิตย์รับมาดู ที่มาลีให้มาเป็นนามบัตรร้านอาหารอิตาเลี่ยนแห่งหนึ่ง
“คุณไม่กลัวผมชิ่งเงินหนีเหรอ?”
มาลียักไหล่ “เรารู้ว่านายไม่มีนิสัยอย่างนั้น ถึงได้เลือกนายไง ฉันขอตัวก่อนนะ” มาลีลุกขึ้น แล้วเดินมือเปล่าออกจากห้องของอาทิตย์ไป
อาทิตย์จ้องเงิน 5 ล้านบาทตรงหน้า ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อน เขาตบหน้าตัวเองแรง ๆ ทีหนึ่ง เพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ฝัน แน่นอนว่าเขาเจ็บ นี่คือความจริง เงินตรงหน้าคือเงินจริง เขาลองชั่งใจตนเองดู พบว่าเอนเอียงมาทางตกลงรับงานนี้ หากเขาทำสำเร็จ เงินตรงหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านซึ่งมากมายมหาศาล แต่ถ้าไม่สำเร็จ… ช่างมันเถอะอย่างหลังอาทิตย์ไม่อยากคิดถึง ระดับเขาทำงานนี้ได้สำเร็จอยู่แล้ว นามบัตรที่มาลีให้ถูกเขาฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปเสียแล้ว สมองของอาทิตย์มีสิ่งท้าทายให้คิดแล้ว
ดร. มาติน ผู้มีอายุ 110 ปี ยังมีชีวิตอยู่ไหม?
ไมค์ เจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษสากลที่เข้าไปสืบทำไมถึงขาดการติดต่อไป?
ที่สถาบันวิจัยแห่งนั้นมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่?
หากความลับนั่นถูกเปิดเผยจะทำชาวโลกตะลึงได้แค่ไหน?
อาทิตย์วางแผนไว้คร่าว ๆ ว่าจะแฮกเข้าเซิร์ฟเวอร์ของสำนักวิจัย แล้วปล่อยมัลแวร์ไปอาละวาดให้เซิร์ฟเวอร์มีปัญหาสักเล็กน้อย หลังจากนั้นสำนักวิจัยต้องเรียกให้เขาเข้าไปดูแลแก้ปัญหา เขาจะใช้โอกาสนั้นในการสืบปริศนาที่ซ่อนอยู่ในสำนักวิจัยแห่งนั้น แต่อาทิตย์ยังไม่ลงมือตอนนี้หรอก วันนี้เขาอ่อนเพลียพอดู ต้องการกินข้าว อาบน้ำแล้วพักผ่อน
เช้าวันต่อมาอาทิตย์เข้าทำงานตามปกติ นายจ้างของเขาเดินมาแจ้งทันทีว่าเมื่อคืนได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของสำนักวิจัย ว่าได้คุยกับที่ประชุมแล้วมีมติให้อนุมัติงบประมาณในการเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ทุกลูกในห้องเก็บเซิร์ฟเวอร์ของสำนักวิจัย อาทิตย์ยิ้มแก้มปริ เขามีเหตุผลในการเข้าไปที่นั่น โดยไม่ต้องลงมือสร้างเรื่องขึ้นมาเองตามแผนที่คิดไว้เมื่อคืน กว่าจะเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์และโอนย้ายข้อมูลจากลูกเก่ามาลูกใหม่ได้ครบทุกลูก คงใช้เวลาราวหนึ่งสัปดาห์ เพียงสัปดาห์เดียว อาทิตย์คงสืบได้เบาะแสอะไรบ้างไม่มากก็น้อย
Leave a comment