แม้ป้าแช่มจะสังขารไม่อำนวยต่อการออกแรงหนัก ๆ แถมยังมีอาการข้อเข่าเสื่อมรุมเร้า ถึงอย่างนั้นแกยังวิ่งได้คล่องปรือตามไอ้ปี๊ดไปติด ๆ
ทั้งสองออกแรงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต คนหนึ่งอยากได้ของของคนอื่นมาเป็นของตน ส่วนอีกคนอยากได้ของอันเป็นของตนกลับคืน พวกเขาซอกแซกไปตามหมู่บ้านที่ร้างผู้คน เนื่องจากออกไปใช้แรงงานแลกเงิน ไอ้ปี๊ดมันคิดว่าป้าแช่มวิ่งนาน ๆ ก็คงเหนื่อยและหยุดตามไปเอง แต่ที่ไหนได้ ป้าแช่มแกอึดกว่าที่คิด ยังวิ่งตามมาอย่างไม่ลดละ
ไอ้ปี๊ดออกแรงวิ่งต่อไม่ไหวแล้ว เรี่ยวแรงที่ขาผอมกะหร่องหายไปหมด เหลียวไปมองด้านหลังเห็นป้าแช่มยังวิ่งตามมาด้วยใบหน้าเหี้ยมขึง มันต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ไม่อย่างนั้นเงินยี่สิบล้านในรูปของสลากกินแบ่งหลุดหายไปแน่
ข้างหน้าเป็นทางแยก ไอ้ปี๊ดตัดสินใจเลี้ยวซ้ายเข้าซอยที่เชื่อมไปสู่โกดัง ซึ่งเต็มไปด้วยเศษเหล็กหลายขนาด อันเหลือใช้จากร้านรับติดตั้งเหล็กดัดมุ้งลวด เมื่อมาถึงในโกดัง ไอ้ปี๊ดก็หยุดวิ่ง ก้มลงเอามือจับเข่าหอบหายใจเสียงดัง
ป้าแช่มชะลอฝีเท้าลง แกไม่รู้สึกเหนื่อยหรือร้อนเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะผ้าถุงเปียก ๆ ที่แกสวมให้ความเย็นแก่ร่างกายอยู่ก็เป็นได้
รอยยิ้มของผู้ได้รับชัยชนะผุดขึ้นบนใบหน้าของป้าแช่ม ตรงนี้เป็นทางตัน ไอ้ปี๊ดมันจะหนีออกไปได้ยังไง ทางออกแกก็ยืนปิดอยู่ ป้าแช่มค่อย ๆ ย่างสามขุมเข้ามาหาไอ้ปี๊ด ผู้ซึ่งดูเหมือนกำลังจะเป็นลมอยู่รอมร่อ สลากกินแบ่งในมือของมันยับยู่ยี่และชุ่มไปด้วยเหงื่อ ดูไม่เหลือสภาพเดิม
“เอาสลากกินแบ่งของฉันคืนมา ไอ้เด็กเดน!” เสียงป้าแช่มดังกังวานในโกดังทึบ ไม่มีอาการเหนื่อยหอบอิดโรยให้เห็น แกค่อย ๆ เดินเข้ามาจนถึงตัวไอ้ปี๊ดในที่สุด
ไอ้ปี๊ดเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของสลากกินแบ่งที่มันขโมยมา ใครจะยอมคืนให้กันเล่า มันตัดสินใจยกมือทั้งสองข้างขึ้นผลักป้าแช่มสุดแรง ด้วยน้ำหนักตัวของป้าแช่มที่มากกว่าหลายเท่า แกจึงไม่เขยื้อนแม้แต่น้อย หนำซ้ำแกยังเอามือมาปะทะมือของไอ้ปี๊ด ต่างฝ่ายต่างออกแรงผลักอีกฝ่ายอย่างไม่ออมแรง เหมือนทั้งสองกำลังประลองลมปราณเหมือนในหนังจีนกำลังภายในยังไงยังงั้น
“เอาสลากกินแบ่งของฉันคืนมา ไอ้เด็กเดน!” ป้าแช่มด่าซ้ำสอง แต่ครั้งนี้ดูทรงพลังกว่าครั้งก่อน ไอ้ปี๊ดรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมายังไงไม่รู้
“สลากกินแบ่งนี่ ป้ายกให้ผมเถอะ แก่ ๆ อย่างป้าเดี๋ยวก็ตาย ไม่ทันได้ใช้เงินหรอก”
“ไอ้เด็กปากปีจอ คนอย่างฉันยังอยู่ได้อีกนานโว้ย เดนมนุษย์อย่างแกมากกว่าที่สมควรตายหายไปจากโลกนี้ซะ”
แล้วสายตาของป้าแช่มก็เหลือบไปเห็นท่อนเหล็กแหลมปลายเหวอะหวะหลายท่อน ซ้อนเรียงรายอยู่เบื้องหลังของไอ้ปี๊ด ด้านมืดในจิตใจแกกู่ร้องบอกว่าให้ผลักไอ้ปี๊ดไปโดนเหล็กพวกนั้นเสียบไส้ทะลุเสีย เดนมนุษย์อย่างมันอยู่ไปก็เป็นภาระของสังคม คงไม่มีใครโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของมันหรอก
ป้าแช่มออกแรงดันไอ้ปี๊ดถอยไปตามที่ใจคิด รอยยิ้มมัจจุราชผุดขึ้นบนใบหน้าของแกพร้อมความตื่นกลัวของไอ้ปี๊ด มันรู้เหมือนกันว่าเบื้องหลังของมันเต็มไปด้วยอะไร มือที่เย็นเฉียบของป้าแช่มกระชับแน่นขึ้น ๆ ขาทั้งสองข้างของมันสั่นพับ ๆ พลางถอยร่นไปใกล้ท่อนเหล็กเหวอะหวะทีละนิด ๆ
ไอ้ปี๊ดต้านต่อไม่ไหวแล้ว แขนสองข้างของมันที่ปะทะกับป้าแช่มสั่น เนื่องจากกล้ามเนื้อลีบเล็กอ่อนแรงอย่างมากและค่อย ๆ งอเข้าหาตัวเองช้า ๆ เหงื่อกาฬอย่างคนใกล้ตาย ผุดขึ้นทั่วหน้าผากไหลอาบเต็มหน้า ต่างจากป้าแช่มที่ไม่มีเหงื่อให้เห็นสักเม็ด
ไอ้ปี๊ดไม่ยอมจบชีวิตอนาถอย่างนี้หรอก มันยังบริสุทธิ์อยู่เลย ไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องอย่างว่า ขืนตายไปต้องตายตาไม่หลับแน่ มันตัดสินใจรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย ดึงป้าแช่มเข้าหาตัวแล้วตลบแก จากนั้นผลักให้ล้มใส่กองเหล็กแหลมปลายเหวอะหวะ
ร่างของป้าแช่มล้มลงไปตามแรงโน้มถ่วงที่มีค่าประมาณ 9.8 เมตรต่อวินาที ท่อนเหล็กแหลมปลายเหวอะหวะแทงข้างหลังทะลุออกอกซ้าย บนปลายเหล็กมีหัวใจสีแดงสดของป้าแช่มเสียบอยู่ มันเต้นตุบ ๆ 3-4 ที ก่อนจะแน่นิ่งไป ป้าแช่มตายแล้ว สายตาอาฆาตจองล้างจองผลาญของแก จ้องเขม็งมาที่ไอ้ปี๊ด
สภาพศพของป้าแช่มช่างน่าสยดสยองจนไอ้ปี๊ดขนลุก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วโกดังจนน่าคลื่นไส้ ไอ้ปี๊ดคลี่สลากกินแบ่งในมือออกดู มันยังคงสภาพเดิมอยู่ไม่มีรอฉีกขาด ไม่เสียคุ้มที่กลายเป็นฆาตกรฆ่าป้าแช่ม มันพับสลากกินแบ่งใส่ลงกระเป๋ากางเกงแล้วรีบวิ่งออกมาจากตรงนั้น ด้วยกลัวว่าจะมีใครมาพบเข้า
อยู่ที่นี่ต่อไปมีหวังถูกตำรวจจับไปนอนกินข้าวแดงในคุกแน่ ไอ้ปี๊ดวางแผนจะหนีไปอยู่ที่อื่นที่ไกล ๆ ใช้เงินรางวัลยังชีพไปจนแก่เฒ่า ยี่สิบล้านนี่ใช้หนีไปต่างประเทศได้สบาย แต่ไอ้ปี๊ดไม่มีความรู้เลยว่าประเทศไหนเป็นยังไง หรือตั้งอยู่ส่วนไหนของโลก อยู่ประเทศไทยนี่แหละ แต่จะหนีขึ้นเหนือไปสร้างบ้านบนดอยที่มีบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกตลอดทั้งปี
ออกแรงไปเยอะ ท้องมันก็ร้องเรียกหาอาหารเป็นธรรมดา ตั้งแต่เช้ามันยังไม่ได้กินอะไรเลย นอกจากปาท่องโก๋แค่ไม่กี่ชิ้น มันเดินผ่านหน้าวัดประจำหมู่บ้าน เห็นผู้คนใส่ชุดดำเข้าออกเป็นพัลวัน และเมื่อมองดูให้ดีถึงได้รู้ว่าที่นี่มีงานศพ ลาภปากแล้วจะได้กินข้าวต้มฟรี แวะที่นี่เพื่อเติมท้องให้เต็มก่อน แล้วค่อยหนีก็ยังทัน
ทรายหลานสาวของป้าแช่ม ผู้มีใบหน้าสวยหยาดอย่างกับนางฟ้า สมแล้วที่ได้ตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยมาครอง เธอสวมชุดดำเหมือนทุกคนที่อยู่ในวัด กำลังกวาดลานหน้าศาลาซึ่งเป็นที่จัดงานศพ ไอ้ปี๊ดทำทีเข้าไปถาม ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากจะรู้อะไรหรอก
“นี่งานศพใครเหรอ?”
ทรายเงยหน้าเศร้าหมองขึ้นมาตอบไอ้ปี๊ดด้วยเสียงสั่นเครือ
“งานศพป้าฉันเอง”
ได้ยินเพียงเท่านั้น ไอ้ปี๊ดก็หน้าเหวอเนื้อตัวสั่น มีคนไปพบศพป้าแช่มแล้วหรือ อะไรจะไวปานนั้น มันเพิ่งกลายเป็นฆาตกรฆ่าป้าแช่มไปเมื่อไม่กี่นาที เมื่อสักครู่นี้เอง ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ได้การ มันต้องรีบหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนตำรวจจะสาวมาถึงตัว และรู้ว่าใครคือฆาตกร ขืนถูกจับไปนอนในมุ้งสายบัวก็อดใช้เงินยี่สิบล้านที่ขโมยมากันพอดี
ทรายพูดต่อ
“นายไม่รู้หรือว่าป้าแช่มหัวใจวายตายตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้ว ก็ตอนที่แกรู้ว่าตัวเองถูกสลากกินแบ่งรางวัลที่หนึ่งนั่นแหละ”
เหมือนเวลาหยุดค้าง ร่างกายลอยเคว้งคว้างกลางอวกาศ ไอ้ปี๊ดตัวแข็งทื่อ เย็นสันหลังวาบ เมื่อทรายบอกให้ทราบว่าป้าแช่มตายไปตั้งแต่ตอนเช้า แล้วป้าแช่มที่มันเพิ่งฆ่าไปเมื่อสักครู่นี้ล่ะเป็นใครกัน
รอยยิ้มมัจจุราชปรากฏบนใบหน้าซีดขาวของป้าแช่ม ที่รูหูและรูจมูกมีสำลีอุดอยู่ แกยืนอยู่ข้างโลงศพของแกเอง มองมาที่ไอ้ปี๊ดด้วยสายตาอำมหิตเคียดแค้น แกไม่ปล่อยให้ไอ้เด็กเดนคนนี้ลอยนวลไปแน่ ยี่สิบล้านนั้น ถ้าแกไม่ได้ใช้ก็ต้องเป็นหลานสาวของแกเท่านั้นที่มีสิทธิ์ครอบครอง
จบ
Leave a comment