สูตรโกงของคนเก่งเงิน สูตรลัดที่จะทำให้คุณใช้เงินเป็น หาเงินเก่ง เก็บเงินอยู่

Share

เขียนโดย Lisa Rowan คอลัมนิสต์ที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคล หนังสือแนะนำสูตรเล็กกะทัดรัดเกี่ยวกับการจัดการเงิน การออมเงิน การหาเงิน การบริหารหนี้ รวม ๆ แล้วมีอยู่ 280 สูตร

จัดกระเป๋าทางการเงิน

ผู้เขียนแนะนำให้เราแบ่งเงินที่หาได้ออกเป็น 3 ก้อน ได้แก่ เงินสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น 50%, เงินออม 20% และเงินสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 30%

ขั้นแรกให้กันเงิน 50% ไว้สำหรับรายจ่ายจำเป็น เช่น ค่าเช่าห้องหรือค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าของกินของใช้ ค่าเดินทาง ไปจนถึงค่ายา เงินก้อนนี้มีไว้สำหรับรายจ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

ต่อมาแบ่งเงิน 20% ไว้สำหรับเป็นเงินออม จะฝากไว้บัญชีฝากประจำหรือบัญชีดิจิตอลดอกเบี้ยสูงก็ได้ รวมถึงเงินที่เอาไว้ใช้หนี้บัตรเครดิตและหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษาก็รวมอยู่ในก้อนนี้ด้วยด้วย

สุดท้ายอีก 30% เป็นเงินสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่ใช่รายจ่ายประจำ เช่น ค่าของฝากในเทศกาลต่าง ๆ ค่าตั๋วคอนเสิร์ต เป็นต้น และถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนไปใส่ไว้ในก้อนเงินออมอันก่อนหน้า ให้ดูว่าสามารถตัดเงินจากก้อนสุดท้ายนี้ไปใส่เป็นเงินออมแทนได้หรือไม่


อย่าเลิกแบบหักดิบ แต่ให้ลดแบบค่อยเป็นค่อยไป

ถ้าอยากจะลดค่าใช้จ่ายโดยการให้เลิกใช้เงินกับบางเรื่องไปเลย อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แทนที่จะบังคับตัวเองให้เลิกแบบเด็ดขาดก็ให้เสียเงินกับเรื่องนั้นน้อยลงสัก 10% ในทุก ๆ เดือน เราอาจไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนแบบทันทีทันใด แต่การปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ช่วยให้ทำใจยอมรับได้ง่ายกว่ามาก

เช่น ถ้าเดือนที่แล้วคุณซื้อกาแฟร้านโปรดไป 2,500 บาท เดือนนี้ลองท้าทายตัวเองโดยลดการซื้อลง 10% เท่ากับว่าต้องลดไป 250 บาท เดือนนี้จึงเหลือเงินซื้อกาแฟ 2,250 บาท เดือนหน้าก็ลดอีก 10% ให้เหลือเงินซื้อกาแฟราว ๆ 2,000 บาท การเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยให้คุ้นเคยกับการลดรายจ่ายทีละนิด พอทำได้บ่อยเข้าก็จะติดเป็นนิสัยในที่สุด


เปลี่ยนรายการสั่งซื้อเป็นรายการรอซื้อ

เวลาที่คนเรารู้สึกเศร้า เครียดหรือเบื่อหน่าย สมองจะพยายามหาความสุข และการได้ของอะไรใหม่ ๆ ก็มักทำให้เรามีความสุข แต่ความสุขที่ผุดขึ้นมาชั่วคราวย่อมมีวันจางหาย ถ้าซื้อของโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เราอาจต้องมานั่งเสียใจทีหลังที่ซื้อมา

วิธีแก้ปัญหานี้คือเมื่อรู้สึกอยากซื้อของแก้เครียด ให้จดไว้เป็นรายการรอซื้อเอาไว้ก่อน หรือถ้าซื้อออนไลน์ให้กดลง wish list รอไว้ จากนั้นรอให้ผ่านไปสักหนึ่งสัปดาห์แล้วย้อนทบทวนว่าของที่เคยอยากซื้อ ตอนนี้ยังตื่นเต้นกับมันหรืออยากได้มันอยู่หรือเปล่า ถ้ายังอยากได้และมีเงินก็ซื้อได้เลย แต่ถ้าเริ่มหมดความสนใจมันแล้วก็เป็นสัญญาณบอกว่าจริง ๆ ของคุณรู้สึกว่าของสิ่งนั้นไม่คุ้มค่าเงิน


พกแบงก์ใหญ่

นักวิจัยพบว่าคุณมีแนวโน้มจะใช้แบงก์ใหญ่อย่างแบงก์พันหรือแบงก์ห้าร้อย น้อยกว่าแบงก์ย่อยที่มีมูลค่าเท่ากัน หลายคนจะรู้สึกเสียดายที่ต้องหยิบแบงก์ใหญ่ออกจากกระเป๋า แต่ถ้าเป็นแบงก์ย่อยจะรู้สึกว่าไม่ใช่เงินก้อนใหญ่อะไร ดังนั้นเมื่อคุณได้แตกแบงก์ไปแล้ว เงินก้อนนั้นก็มีโอกาสถูกใช้จนหมดอย่างรวดเร็ว คราวหลังถ้าคุณกดเงิน ลองเลือกรับแบงก์ใหญ่ คุณอาจพบว่าตัวเองอยากเก็บแบงก์เหล่านี้ให้อยู้ในกระเป๋านานขึ้นอีกหน่อยก็ได้


กรองทุกบริการที่เรียกเก็บเงิน

สมัยนี้มีบริการวิดีโอสตรีมมิ่งและมิวสิคสตรีมมิ่งมากมาย หลายรายราคาเพียงหลักร้อยกว่าบาท บางเจ้าทำโปรโมชั่นกับค่ายมือถือ ทำให้ราคาถูกจนเหลือหลักไม่กี่สิบบาท ตอนเราสมัครบริการพวกนี้ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะมองว่าเป็นค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย แต่หากคิดว่าเราต้องจ่ายค่าบริการพวกนั้นปีละถึง 12 ครั้ง รวมกันก็เป็นเงินก้อนใหญ่ แถมบางคนไม่ได้สมัครสตรีมมิ่งเพียงแค่เจ้าเดียว

ลองทบทวนว่าบริการเหล่านั้นแต่ละเดือนเราได้ใช้งานมันมากแค่ไหน คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปไหม เราสามารถดองเรื่องที่อยากดูจากสตรีมมิ่งแต่ละเจ้าเอาไว้ดูรวดเดียวเจ้าละเดือนได้ไหม เมื่อกรองดูทุกบริการที่เราสมัครไว้ อาจพบว่าบางบริการไม่ได้คุ้มกับเงินขนาดนั้น เก็บเงินไว้กับเรื่องสำคัญของเราจะดีกว่า


ซื้อของโดยไม่ง้อรถเข็น

บางทีเราเข้าร้านสะดวกซื้อหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตเพราะต้องการซื้อของเพียงแค่นิดหน่อย ลองท้าทายตัวเองดูโดยการซื้อของเท่าที่เราขนกลับไหว วิธีนี้จะช่วยให้เราซื้อเฉพาะของที่ตั้งใจมาซื้อจริง ๆ

ทันทีที่เราหยิบตะกร้าหรือหนักสุดคือรถเข็น เรามีแนวโน้มที่จะซื้อของนอกเหนือจากที่ตั้งใจไว้แต่แรก ถ้าเราขนของกลับบ้านด้วยสองมือไม่ได้ พวกมันก็จะยังคงอยู่ที่ร้าน


จดลงสมุด

หากอยากจับตาดูเงินของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นให้ทำบัญชีรายรับรายจ่าย จะเขียนลงสมุดหรือใช้แอพบนมือถือก็ได้ คอยจดว่าเราใช้เงินไปเท่าไหร่ กับอะไรและที่ไหน พอถึงสิ้นเดือนให้บวกค่าใช้จ่ายแต่ละหมวดหมู่ หรือหากใช้แอพมันจะรวมและแยกให้เราเองอัตโนมัติ เราจะรู้ว่าเราใช้เงินไปกับอะไรมากเป็นพิเศษ ดูแล้วรู้สึกพอใจ เสียใจ หรือเฉย ๆ กับยอดเงินนั้น

การจดบันทึกรายจ่ายไม่ได้ช่วยให้เราใช้เงินน้อยลง แต่มันทำให้เรากลับมาทบทวนตัวเองได้ว่าใช้เงินไปกับอะไรบ้าง ช่วยให้มองเห็นแผนการใช้เงินในอนาคตได้ชัดเจนขึ้น จะได้วางแผนการเงินหรือจัดลำดับความสำคัญเสียใหม่


เทียบราคาที่ต้องจ่ายกับชั่วโมงการทำงาน

เวลาไปซื้อของลองตั้งคำถามดูว่าต้องทำงานกี่วันถึงจะซื้อของชิ้นนั้นได้ หากคุณอยากได้หนังสือเล่มใหม่ที่ราคา 250 บาท สมมุติว่าเงินเดือนคุณเฉลี่ยออกมาได้วันละ 500 บาท เท่ากับว่าคุณต้องทำงานครึ่งวันเพื่อให้ได้หนังสือเล่มนั้น


อยู่กับวันข้างหน้า

ทุกวันเงินเดือนออก อย่าแค่วางแผนการใช้เงินเฉพาะเดือนนั้น ๆ แต่ให้วางแผนล่วงหน้า 2-3 เดือน เพื่อเตรียมตัวสำหรับรายจ่ายที่ไม่คาดคิด เช่น งานวันเกิดของคนรู้จัก งานเทศกาลต่าง ๆ วิธีนี้จะช่วยให้เรารู้สถานการณ์การเงินของตัวเองและสามารถปรับเปลี่ยนแผนได้ทันท่วงที

อย่าลืมหมั่นตรวจสอบแผนการใช้เงิน แม้จะต้องปรับเปลี่ยนแผนแต่ไม่ได้หมายความว่าคุณวางแผนงบล้มเหลว คนที่มีประสบการณ์ด้านการเงินหลายคนก็ปรับแผนการเงินของตัวเองอยู่เป็นระยะ


ทำให้การซื้อของออนไลน์เป็นเรื่องยาก

คนเรามักหมดอารมณ์จะซื้อของออนไลน์ได้ง่าย ๆ ถ้าต้องลุกจากโซฟาไปหยิบกระเป๋าตังค์เพื่อดูเลขบัตรเครดิต ผลจากการสำรวจของบริษัท Bankrate พบว่าผู้คนกว่า 64% บันทึกเลขบัตรเครดิตไว้ในแอพช้อปปิ้ง และผู้ขายรู้ดีว่าวิธีนี้ทำให้คุณมีแนวโน้มกลับมาซื้อสินค้าอีกเพราะความสะดวกสบาย

หากอยากประหยัดเงิน จงทำให้การซื้อของออนไลน์เป็นเรื่องยากขึ้น โดยการไม่บันทึกเลขบัตรเครดิตไว้บนแอพช้อปปิ้ง นอกจากจะช่วยยับยั้งแรงกระตุ้นในการใช้จ่ายแล้ว ยังช่วยให้ข้อมูลทางการเงินของเราปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย เพราะบริษัทน้อยใหญ่ต่างเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลจากฝีมือของแฮกเกอร์


จ้างตัวเองให้ใช้เงิน

จะเป็นยังไงถ้าคุณสามารถออมเงินและใช้เงินไปพร้อม ๆ กันได้ กลยุทธ์นี้มีอยู่ว่าหากคุณต้องการซื้อของสักชิ้น นอกจากจะต้องจ่ายเงินกับค่าสินค้าแล้ว ต้องโอนเงินจำนวนเท่ากับค่าสินค้าเข้าบัญชีเงินเก็บด้วย

ถ้าอยากซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างโดนัทไว้กินกับกาแฟในตอนเช้า อาจรู้สึกว่าทำได้สบาย ๆ เราแค่จ่ายเงินค่าโดนัทให้ร้าน 50 บาทและโอนเงินอีก 50 บาทเข้าบัญชีเงินเก็บ แต่พอของที่อยากซื้อมีราคาสูงขึ้น เช่น รองเท้าผ้าใบราคา 2,000 บาท นอกจากต้องจ่ายค่ารองเท้า 2,000 บาทแล้ว เรายังต้องโอนเงินอีก 2,000 เข้าบัญชีเงินเก็บ ถ้าคำนวนดูแล้วเห็นว่าเงินเหลือไม่พอใช้จ่ายถึงสิ้นเดือนแน่ ก็เป็นสัญญาณว่าคุณไม่ควรควักกระเป๋าจ่ายหนัก ๆ ในตอนนี้


ดูหนังในคืนวันพุธ

ทุกวันพุธโรงหนังจะจัดโปรโมชั่นดูหนังที่ราคาตั๋วถูกลง บางครั้งอาจถูกลงถึง 50% เลยทีเดียว นอกจากนี้ค่ายมือถือยังจัดโปรโมชั่นร่วมกับโรงหนัง ลองดูว่าคุณได้รับสิทธิพิเศษเหล่านี้บ้างหรือเปล่า


อย่าลืมสะสมแต้ม

ร้านค้าหลายร้านมีระบบสะสมแต้ม เช่น ห้างเครือเซ็นทรัลมีให้สะสมคะแนน The1 ห้างเครือ The Mall มีให้สะสมคะแนน M Point หรือปั๊มน้ำมัน ร้านชากาแฟต่าง ๆ ก็ล้วนมีระบบสะสมแต้ม ซึ่งแต้มที่ได้มาอาจสามารถแลกได้เป็นคูปองส่วนลดหรือได้รับสินค้าฟรี

ร้านเหล่านี้ให้สมัตรสมาชิกฟรี แถมสมัยนี้ไม่ต้องพกบัตรให้รกกระเป๋า เพียงแค่บอกเบอร์โทรก็สะสมคะแนนได้แล้ว อย่าดูถูกคะแนนเล็กน้อย เมื่อสะสมจนมีมากขึ้นก็สามารถช่วยคุณประหยัดเงินไปได้


ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต

ตลาดบัตรเครดิตแข่งขันกันสูงจนสมัยนี้ไม่น่ามีที่ไหนเก็บค่าธรรมเนียมรายปีแล้ว แต่ถ้าบัตรที่คุณถืออยู่คิดค่าธรรมเนียมรายปี ลองโทรไปหาธนาคารผู้ให้บัตรแล้วลองพูดว่า “ผมเป็นลูกค้าคุณมานานและชอบบัตรใบนี้มาก แต่น่าเสียดายที่บัตรนี้มีค่าธรรมเนียมรายปี คุณพอจะยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ผมได้ไหม”

ผลการสำรวจจาก creditcards.com พบว่าคนที่ขอเว้นค่าธรรมเนียมรายปีบัตรเครดิตกว่า 80% ได้รับการยกเว้นการเก็บเงินค่าธรรมเนียม หรือถ้าทางธนาคารเว้นค่าธรรมเนียมให้ไม่ได้ ลองพิจารณาว่าสามารถยกเลิกบัตรนั้นได้ไหม หากสิทธิประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับค่าธรรมเนียมรายปีที่จ่ายไป


อย่าชำระเงินล่าช้า

หากคุณจ่ายบัตรเครดิตช้าหรือจ่ายขั้นต่ำ คุณอาจโดนคิดดอกเบี้ยได้สูงสุดถึง 18% แถมถ้าเดือนต่อไปยังไม่จ่ายก็จะโดนคิดดอกเบี้ยแบบทบต้นทบดอก อีกอย่างหนึ่งคือทางธนาคารจะโทรมาติดตามทวงหนี้ ซึ่งจะคิดค่าทวงถามกับคุณอีกครั้งละ 250-300 บาท แถมพฤติกรรมแบบนี้จะทำให้ไม่ได้รับความเห็นใจเมื่อโทรไปขอเว้นค่าธรรมเนียมรายปี


กลยุทธ์การใช้หนี้แบบทลายภูเขาหิมะและกลิ้งก้อนหิมะ

มีสองวิธีในการจ่ายหนี้ให้เห็นผล

วิธีแรกคือทลายภูเขาหิมะ (Debt Avalanche Method) โดยให้คุณจ่ายหนี้ก่อนที่คิดเปอร์เซนต์ดอกเบี้ยสูงที่สุด พยายามจ่ายจนหนี้ก้อนนั้นหมด วิธีนี้จะช่วยให้จ่ายดอกเบี้ยถูกลงในระยะยาว ข้อสำคัญคือต้องจ่ายขั้นต่ำหนี้ก้อนอื่น ๆ ที่เหลือด้วย

เมื่อกำจัดหนี้ก้อนที่คิดเปอร์เซนต์ดอกเบี้ยสูงที่สุดหมดไปแล้ว ให้ลงมือทำแบบเดียวกันกับหนี้ก้อนที่คิดเปอร์เซนต์ดอกเบี้ยสูงรองลงมา ทะลายภูเขาหิมะแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะใช้หนี้ครบทุกก้อน

อีกวิธีคือกลิ้งก้อนหิมะ (Debt Snowball Method) โดยให้คุณจ่ายหนี้ก้อนที่มูลค่าน้อยที่สุดก่อน พอหมดแล้วค่อยขยับไปจ่ายหนี้ก้อนที่มูลค่าสูงขึ้นอีกขั้น การใช้หนี้หมดเป็นก้อน ๆ จะช่วยให้มีแรงจูงใจที่จะใช้หนี้ต่อไป เพราะเห็นความคืบหน้าจากการปลดหนี้ก้อนเล็กไล่ไปก้อนใหญ่ วิธีนี้ไม่สนเปอร์เซนต์ดอกเบี้ย ในระยะยาวคุณอาจเสียดอกเบี้ยมากกว่าวิธีแรก แต่คุณจะเห็นความคืบหน้าได้เร็วกว่า ถนัดวิธีไหนสามารถเลือกได้ตามความต้องการ

สนใจหนังสือ สูตรโกงของคนเก่งเงิน (MONEY HACKS)

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee:
https://s.shopee.co.th/AA04mci3rg
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

Related Articles

ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน แกะวิธีคิดของคนรวยว่าเขาหาเงินและใช้เงินยังไง ถึงมีเงินเป็นล้าน

ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาในหนังสือ ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน เขียนโดย T. Harv Eker หนังสือเล่มนี้พูดถึงความคิดที่แตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจน ผู้เขียนบอกว่าทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องเงินสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้ โดยผู้เขียนได้ยก 17...

The Almanack of Naval Ravikant คู่มือสร้างความมั่งคั่ง และความสุขในโลกที่ไม่เป็นใจ ฉบับนายนาวาล

ไอติมอ่าน ep นี้ จะมาแนะนำเนื้อหาในหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant หนังสือที่จะมาสอนให้คุณสร้างความมั่งคั่งและความสุขด้วยตัวเอง เล่มนี้เขียนโดย Naval...

การเงิน 101 อยากศึกษาเรื่องการเงินพื้นฐาน ต้องเริ่มยังไง?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยเงิน เราทุกคนทำงานหาเงินเพื่อเอาเงินไปแลกปัจจัย 4 ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ทุกช่วงวัยของเราตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัยเกษียณจำเป็นต้องใช้เงิน ทั้งที่เรื่องเงินสำคัญขนาดนี้ แต่กลับไม่ได้มีการสอนอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะในโรงเรียนหรือในมหาวิทยาลัย กว่าที่หลายคนจะตระหนักถึงความสำคัญของความรู้ทางการเงิน ก็เป็นตอนที่ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้, รถโดนยึด หรือบ้านโดนยึดไปซะแล้ว...

Think and Grow Rich คิดแล้วรวย หนังสือบอกเล่า “กฏแห่งความสำเร็จ” ที่ทุกคนสามารถทำตามได้

Think and Grow Rich เป็นหนังสือที่บอกเล่า “กฏแห่งความสำเร็จ” ที่ผู้เขียนบอกว่าทุกคนบนโลกสามารถทำตามได้ หนังสือเขียนโดย “นโปเลียน ฮิลล์” นักหนังสือพิมพ์ที่มีโอกาสสัมภาษณ์บุคคลผู้ประสบความสำเร็จมาแล้วกว่า 500...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!