บ้านที่อาศัยอยู่ก็เก่ามากแล้ว สีฟ้าที่เคยทาไว้นอกตัวบ้าน บัดนี้ถูกแสงแดดโลมเลียเสียจนซีดจางไม่น่ามอง เครื่องเรือนไม้เก่าก็สมควรได้รับการทาน้ำยาเคลือบเงาใหม่ พื้นบางแห่งควรรื้อแล้วปูใหม่ วันนี้ยุพาคิดว่าจะทุ่มเวลากับการสำรวจจุดต่าง ๆ ในบ้านที่เห็นว่าควรจะซ่อมโดยเริ่มที่ห้องนอนของเธอก่อนอันดับแรก
ขณะที่ก้าวขาขึ้นบันไดถึงชั้นสอง ยุพาก็ได้ยินเสียงแหลมเล็กของมันดังขึ้นมาจากเพดานด้านบนหัว ฟังจากเสียงมันคงอยู่กันหลายตัว สิ่งสำคัญที่สุดที่ลืมไม่ได้ในการทำบ้านให้น่าอยู่ คือต้องกำจัดหนูทุกตัวให้สิ้นซาก!
บันไดอะลูมิเนียมแบบกางตั้งได้ถูกขอยืมมาจากเพื่อนบ้าน ยุพาตั้งมันไว้ตรงทางเดินชั้นสองใกล้กับบันไดขึ้นลง จุดนี้เองที่เธอได้ยินเสียงหนูและตอนนี้มันยังดังอยู่ มือข้างหนึ่งถือค้อนอีกข้างถือสวิงพร้อมจัดการเก็บกวาด
เธอค่อย ๆ ปีนขึ้นบันไดอะลูมิเนียมอย่างมั่นคง ออกแรงทุบเพดานด้วยค้อนจนมันเคลื่อนเปิดออก เธอปีนขึ้นอีกขั้น ชะโงกหน้าเข้าช่องเพดาน หนูพวกนี้คงยังไม่รู้ว่าอวสานชีวิตของพวกมันมาถึงแล้ว
ดวงตาทั้งสองของยุพาเบิกกว้าง ในนี้มีหนูยั้วเยี้ยเต็มไปหมด เยอะเสียจนพวกมันขี่คอกันแล้วขี่คอกันอีก เธอตกใจกับปริมาณมหาศาลของพวกมัน ชักหวั่นใจว่าจะเอาพวกมันไม่อยู่ กลิ่นสาบของพวกมันรุนแรงมาก แรกทีที่กลิ่นตีอัดเข้าหน้าของเธอก็ทำอาหารในกระเพาะถึงกับวิ่งย้อนขึ้นมาถึงคอ เธอรับรู้ได้ถึงรสเปรี้ยวของอาเจียนและหักห้ามอาการได้ ฝืนใจยกสวิงขึ้นมาช้อนหนูนรกพวกนั้นลงมา
แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น แม้หนูจะเป็นสัตว์เดรัจฉานสี่เท้าตัวเล็ก ๆ แต่มันก็ไม่โง่พอที่จะยอมให้คนรังแกอยู่ฝ่ายเดียว ไอ้หนูตัวอ้วนกลมขนยาวหยาบ วิ่งมางาบที่ง่ามนิ้วข้างที่ถือสวิงของยุพา ฝังฟันแหลมลงลึกเข้าไปถึงกระดูก ยุพาตกใจปล่อยสวิงทิ้ง พวกหนูที่อยู่ข้างในตกลงสู่พื้นแล้วพากันวิ่งพล่านหนีเข้าซอกหลืบ
เธอสะบัดมือเพื่อสลัดไอ้หนูอ้วนกลมให้ละคมเขี้ยวออกจากมือของเธอ คมเขี้ยวของมันสร้างความเจ็บปวดแก่เธอมหาศาล มันเจ็บปวดร้าวไปทั้งแขน เธอเริ่มควบคุมความเจ็บปวดไม่ไหว จึงดิ้นพราด ๆ ทั้งที่อยู่บนบันไดอะลูมิเนียม
ยุพาสลัดไอ้หนูอ้วนกลมตัวนั้นสำเร็จ มันหลุดกระเด็นตกลงไปกระแทกพื้นปูนของชั้นหนึ่ง นอนร่อแร่อยู่อย่างนั้น บันไดอะลูมิเนียมโคลงเคลง ค่อย ๆ เอียงล้มมาทางเดียวกับไอ้หนูอ้วนกลม ร่างของยุพาร่วงลงจากความสูง กระแทกบันไดไม้ทีละขั้นอย่างรุนแรง จนมาถึงพื้นปูนด้านล่าง โชคยังดีที่หัวของเธอไปหนุนร่างไอ้หนูอ้วนกลมพอดี ไม่ได้กระแทกพื้นปูนตรง ๆ ร่างของไอ้หนูอ้วนกลมแหลกเละลำไส้เล็ก ๆ ทะลักออกมากองกับพื้น ก่อนสติสัมปชัญญะของยุพาจะดับวูบ ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือหนูพวกนั้นออกมาออกันบริเวณปากเพดานที่เธอทุบ ทุกตัวจ้องมาที่เธอ สายตาของพวกมันเหมือนเย้ยหยัน เหมือนสมน้ำหน้าในชะตากรรมของเธออย่างไรอย่างนั้น
ยุพาอยู่ท่ามกลางหมอกควันหนา เธอแน่ใจว่าไม่มีสถานที่แบบนี้อยู่บนโลก ที่นี่คือความฝัน ในความฝันมันทั้งหนาว อ้างว้าง และเปล่าเปลี่ยว มันเงียบเกินไปจนน่าขนลุก เธออยากตื่นเพื่อพบกับโลกแห่งความจริงเสียเดี๋ยวนี้
เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ค่อย ๆ ดังขึ้นและมุ่งมาทางเธอ มันเป็นเสียงที่เธอจำได้และเกลียดเข้าไส้ เสียงของพวกมันนั่นเอง พิจารณาจากเสียง เธอคาดว่าพวกมันคงมีอย่างมากสักยี่สิบตัว เสียงฝีเท้าดังหนักขึ้นอีก คราวนี้พวกมันคงมาเพิ่มไม่เกินหนึ่งร้อยตัว ไม่ใช่สิ สองร้อยตัวเลยต่างหาก เสียงฝีเท้าดังขึ้นต่อเนื่อง ทำเธอไม่แน่ใจเสียแล้วว่ามันมีกันห้าร้อยตัวหรือหนึ่งพันตัวกันแน่ หรืออาจมีเป็นล้านตัว!
ยุพาหันซ้ายหันขวาอย่างระแวดระวังภัย พวกมันจะออกมาจากทางไหนก็ไม่ทราบแน่ ไม่รู้ว่าพวกมันจะตามเธอไปถึงไหน ขนาดความฝันพวกมันยังตามไม่เลิก เงาดำทะมึนฝ่าดงหมอกกรูเข้ามาประชิดตัวเธอ ไอ้หนูอ้วนกลมตัวนั้นเธอจำมันได้ เป็นมันเองที่ฝังคมเขี้ยวไว้ที่มือของเธอ มันปีนขึ้นขาของเธออย่างคล่องแคล่วว่องไว ผิดกับรูปร่างที่ดูเทอะทะงุ่มง่าม
ที่สำคัญมันไม่ได้มีตัวเดียว ยังมีหนูหน้าตาแบบเดียวกับมันทุกระเบียบนิ้วอีกเป็นสิบ ราวกับก็อปปี้กันมา เข้ามารุมไต่ตามตัวเธอ ทุกตัวร่วมกันฝังคมเขี้ยวตามจุดต่าง ๆ ทั่วร่างกายของเธอ คมเขี้ยวหลายสิบคู่ทำเธอเจ็บปวด เจ็บเสียจนชาไปทั้งร่าง
“กรี๊ด!”
ยุพากรีดร้อง มันเจ็บปวดเกินไปที่จะเป็นเพียงความฝัน เธอหลับตาลง หวังหนีให้พ้นจากความทรมานที่เกาะกุมไปทั่วร่าง ได้ผล วิธีนั้นพาเธอหนีมาสู่โลกแห่งความจริงได้ พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในห้องพักฟื้นคนไข้ ข้างตัวเธอมีสายน้ำเกลือและแก้วกิ่งลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอ
เธอตื่นจากฝันร้ายแล้ว และตอนนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลชื่อดังในตัวจังหวัด ที่นี่สะอาดสะอ้าน ไม่มีหนูตัวใดมาสร้างความกังวลใจแก่เธอได้ ความฝันแสนเลวร้ายทำให้เธอโหยหาไออุ่นจากลูกสาว เธออยากกอดเพื่อขอกำลังใจสักครั้ง แต่มือและแขนกลับด้านชา พยายามขยับเท่าไหร่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เธอจึงเปล่งเสียงขอให้ลูกสาวเป็นผู้เข้ามากอดเธอแทน
“แอ้ว-อิ่ง ออด-แอ้-อ่อย-อู้ก”
ยุพาพูดไม่ชัด!
แก้วกิ่งน้ำตาไหลพราก เมื่อเห็นสภาพแม่!
หมอวินิจฉัยว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นทำเธอเป็นอัมพาตทั้งตัว!
สภาพจิตใจของยุพาดีขึ้นมาก เธอรักษาตัวเพื่อบำบัดอาการอัมพาตที่โรงพยาบาลแห่งนี้มาร่วมเดือนเศษแล้ว ทุกคนที่นี่น่ารักและปฏิบัติต่อเธอดีมาก จนบางครั้งบางเวลาเธอลืมสาเหตุที่ทำให้ต้องตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ไป
วันนี้เธอต้องย้ายไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว นั่นทำให้เธอรู้สึกขยาดขึ้นมา บ้านที่เป็นของเธอ แต่ก็เหมือนไม่ใช่ เพราะบ้านหลังนั้นเต็มไปด้วยพวกหนูเดรัจฉานสายพันธุ์นรก เธอยังจำสายตาเย้ยหยันของพวกมันได้ติดตา
แก้วกิ่งทำความสะอาดและจัดห้องใหม่ให้ยุพาจนสวยแปลกตา ดอกมะลิที่นำมาวางไว้ทั่วห้องส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว บุรุษพยาบาลสองคนอุ้มยุพามานอนบนเตียงอย่างนุ่มนวลแล้วเธอก็เริ่มแหกปากร้องโวยวาย
“อ้าย ๆ อีอู๋ ๆ อั๋นอ้ายอู่อี้อี้”
“ไม่เป็นอะไรนะคะแม่ ที่นี่บ้านของเราเอง น่าอยู่กว่าโรงพยาบาลตั้งเยอะค่ะ”
“คุณน้าดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ ไว้เราจะมาเยี่ยมอีก สวัสดีครับ” บุรุษพยาบาลกล่าวลาแล้วพากันเดินออกไป
แก้วกิ่งมองยุพาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ ทำไมแม่ของเธอต้องประสบเคราะห์กรรมอย่างนี้ด้วย น้ำตาเอ่อปริ่มดวงตาทั้งสอง เธอพยายามหักห้ามมันไว้ไม่ให้ไหลออกมา ขืนเธอร้องไห้แม่คงหมดกำลังใจแน่
“แม่คะ หนูรักแม่นะ” แก้วกิ่งเดินเข้ามาข้างตัวยุพา แล้วย่อเข่าโน้มลงหอมแก้มแม่ เหตุผลที่บ้านหลังนี้ยังคงเป็นบ้านของเธออยู่ ก็เพราะมีความรักจากลูกสาวเพียงคนเดียวคอยหล่อเลี้ยงดวงใจ
ตึกแถวในฝันของสองแม่ลูกก่อเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ทุกครั้งที่แก้วกิ่งออกไปดูงานก่อสร้างเธอจะถ่ายรูปตึกติดมือถือมาให้ยุพาดูตลอด เธออยากให้แม่เธอหายเป็นปกติ ทันไปเจิมตึกใหม่เพื่อเป็นสิริมงคล
ตั้งแต่ยุพาย้ายมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านร่วมสองสัปดาห์ เธอยังไม่เห็นวี่แววของหนูพวกนั้นเลย เป็นไปได้ว่าพวกมันอาจย้ายออกไปแล้ว เนื่องจากพอใจที่เห็นเธอมีสภาพเช่นนี้ เธอคิดมาตลอดว่าหนูพวกนั้นคงแค้นเธอมาก ที่ไปทารุณบรรพบุรุษของพวกมันไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน พวกมันจ้องล้างแค้นมาโดยตลอด และวันนี้พวกมันก็ทำสำเร็จแล้ว ตอนนี้เธอเป็นอัมพาตทั้งตัวลุกไปไหนและพูดอะไรไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน คงสาสมแก่ใจไอ้หนูนรกพวกนั้นแล้ว
วันนี้เป็นอีกวันที่แก้วกิ่งไม่อยู่บ้าน เธอป้อนอาหารเช้าให้ยุพา แล้วออกไปดูงานก่อสร้างโดยจะกลับมาอีกทีตอนเที่ยงกว่า ๆ เพื่อป้อนอาหารกลางวันแก่ยุพา
ยุพาเลิกวิตกจริตเกี่ยวกับหนูพวกนั้นไปนานแล้ว พวกมันไม่มาปรากฏตัวให้เห็นนับตั้งแต่วันที่ย้ายออกจากโรงพยาบาล กลิ่นหอมของดอกมะลิที่ถูกแก้วกิ่งนำมาวาง ตลบอบอวลไปทั่วห้องทำให้จิตใจของยุพาเบิกบาน เสียงเพลงวงสุนทราภรณ์แว่วออกลำโพงมาหล่อเลี้ยงจิตใจของเธอให้ชุ่มฉ่ำ เหมือนกับตอนสมัยที่ยังเป็นสาว อีกไม่นานเธอคงหายจากอาการ ไม่ต้องเป็นภาระลูกสาวคอยเทียวไปเทียวมา ป้อนข้าวป้อนน้ำให้เธอทุกวี่วัน
แต่แล้วยุพาก็ได้ยินเสียงที่เธอหวาดกลัวที่สุดในชีวิต ฝีเท้าเล็ก ๆ ของสัตว์เดรัจฉานพวกนั้นวิ่งพล่านบนเพดาน แข่งเสียงเพลงวงสุนทราภรณ์จากลำโพง สีดำทมิฬฝูงมหึมากรูออกจากช่องแตกเล็ก ๆ บนเพดาน มุ่งมายังเตียงตัวเดียวภายในห้องนอน เธอผวาตกใจ เพราะไม่คิดว่าพวกมันยังอยู่
ดวงตาเลือดเย็นหลายคู่จ้องเธอเขม็ง พวกมันต้องการอะไรจากเธออีก ฟันขาวยาวแหลมคม ชูต้องแสงเงาแวววิบวับ มันแหลมเกินกว่าจะเป็นฟันของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเล็ก ๆ บนโลกมนุษย์ เจ้าหนูนรกพวกนั้นจรดฟันคมแหลมแทะเล็มนิ้วเท้าทั้งสิบของเธอ
“อื้อ… อ้า… อื้อ…”
พวกมันแทะเล็มเนื้อหนังตรงนิ้วเท้าของเธออย่างเอร็ดอร่อย
เธอเห็นเลือดสีแดงสดกระฉูดออกมาจากปลายนิ้วเท้าทั้งสิบ
เธอเห็นนิ้วเท้าทั้งสิบกลายเป็นกระดูกสีขาวไร้เนื้อหนัง
กระดูกที่ว่าหายไปแล้ว มันหายไปพร้อม ๆ กับเสียงกระดูกถูกบดดัง “แกร๊บ!”
เงาดำมะรุมมะตุ้มแย่งเนื้อหนังส่วนอื่นของเธอ อีกไม่นานเท้าทั้งสองข้างคงไม่เหลือ ขาที่ขยับไม่ได้กลายเป็นเหยื่ออันโอชะของพวกมัน และตอนนั้นเธอคงเหลือแค่ครึ่งตัว ไส้เหนียว ๆ พวกมันคงเคี้ยวเพลิน อีกทั้งตับ ไต กระเพาะบรรจุข้าวต้มปลาซึ่งเป็นอาหารเช้า ปอดที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมดอกมะลิ ทุกส่วนคงเข้าไปอยู่ในท้องพวกมัน
หัวใจซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ คงเข้าไปเต้นตุบตับสนุกปากเมื่อพวกมันเคี้ยว ดวงตาทั้งสองคงถูกลากดึงให้หลุดออกมาจากเบ้า หนูตัวเล็ก ๆ คงมุดเข้าไปในเบ้านั้น แล้วโผล่ออกที่กลางกะโหลกเพื่อดูดกินก้อนมันสมอง ถ้าตอนเที่ยงแก้วกิ่งกลับมาคงตกใจ เพราะแม่ของเธอที่ตอนเช้ายังนอนอยู่บนเตียง หายไปเหลือทิ้งไว้เพียงกองเลือดสีแดงเลอะเปรอะที่นอนเป็นรูปลำตัวมนุษย์
มันคงต้องเป็นอย่างนั้น หนูพวกนี้หิวโซมาตั้งสิบปี สติสัมปชัญญะของเธอขาดหายไปพร้อมกับเสียงร้องระงมของพวกมัน
จี๊ด ๆ ๆ
แจ๊บ ๆ ๆ
จี๊ด ๆ ๆ
จบ
Leave a comment