นวัตกรรมสัตว์ ๆ สัตว์โลกกับความสามารถสุดมหัศจรรย์ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมเปลี่ยนโลก

Share

โลกของเราใบนี้เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่ผ่านการวิวัฒนาการมากว่า 750 ล้านปี จนมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัวที่ทำให้มันเอาชีวิตรอดมาจนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์มากมายเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของสัตว์นานาชนิด พยายามถอดพิมพ์เขียวความสามารถของสัตว์มาสร้างเป็นนวัตกรรมเจ๋ง ๆ ที่ช่วยให้ชีวิตของพวกเราสะดวกสบายขึ้น

ไอติมเล่า ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ สัตว์มหัศจรรย์ 30 ชนิด สู่สิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลก เขียนโดย Patrick Aryee นักทำสารคดีชีวิตสัตว์ป่า เขาเริ่มทำสารคดีให้กับช่อง BBC สถานีโทรทัศน์ของอังกฤษมาตั้งแต่ปี 2013 ในการทำงานเขาได้เห็นชีวิตที่น่าทึ่งของสัตว์มาแล้วมากมาย ในหนังสือเล่มนี้รวบรวมสัตว์ 30 ชนิดที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมล้ำ ๆ ผมเลือกเรื่องที่น่าสนใจมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง 6 เรื่องครับ


นักกระเต็นกับรถไฟหัวกระสุน

ช่วงปี 1990 รถไฟชินคันเซ็นนับว่าเป็นเครื่องจักรแห่งอนาคต มันขนส่งผู้โดยสารหลายล้านคน และเป็นหนึ่งในรถไฟที่แล่นได้เร็วที่สุดในโลก แต่ถึงอย่างนั้นบรรดาวิศวกรก็ยังอยากให้รถไฟพวกนี้แล่นได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ปกติแล้วการเดินทางจากสถานีชินโอซาก้าไปยังสถานีฮากาตะในฟุกุโอกะต้องใช้เวลาเดินทาง 4-5 ชั่วโมง แต่วิศวกรอยากลดเวลาลงให้เหลือไม่เกิน 2 ชั่วโมง 20 นาที การจะทำแบบนั้นได้รถไฟต้องวิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 185 ไมล์ต่อชั่วโมง

ปัญหาหนึ่งของรถไฟหัวกระสุนที่วิศวกรอยากแก้ไขคือเรื่องของเสียง ตอนที่รถไฟวิ่งด้วยความเร็วลอดผ่านอุโมงค์จะเกิดเสียงดังราวกับระเบิด ซึ่งเกิดจากความดันอากาศ เสียงนี้ดังมากจนรบกวนสัตว์ป่าที่อยู่ใกล้เคียง รบกวนผู้โดยสารบนรถไฟ และรบกวนคนที่พักอาศัยอยู่ใกล้กับทางรถไฟ

เสียงระเบิดจากรถไฟดังจนผิดกฏระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่น ถ้าทำตามกฏรถไฟต้องส่งเสียงไม่เกิน 75 เดซิเบล ซึ่งดังประมาณเสียงกดชักโครก และความดันอากาศที่เกิดขึ้นตอนรถไฟลอดอุโมงค์ยังทำให้รถไฟแล่นช้าลง สิ่งที่วิศวกรต้องการคือรถไฟหัวกระสุนรุ่นใหม่ที่วิ่งได้เร็วขึ้นและไม่ส่งเสียงดังเกินไป

เอจิ นาคะสึ เป็นวิศวกรและผู้จัดการแผนกพัฒนาเทคนิคของบริษัทรถไฟญี่ปุ่นตะวันตก เขามีงานอดิเรกเป็นนักดูนก วันหนึ่งเขาเข้าไปฟังบรรยาของวิศวกรการบินคนหนึ่งที่สมาคมนกป่าแห่งประเทศญี่ปุ่นในเมืองโอซาก้า วิศวกรคนนั้นพูดถึงนกกระเต็น เอจิฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าถ้าออกแบบส่วนหัวของรถไฟให้คล้ายกับจะงอยปากของนกกระเต็น มันจะช่วยให้อากาศไหลผ่านรถไฟได้ดีขึ้น และกำจัดเสียงระเบิดดังตู้มไปได้

บนโลกของเรามีนกกระเต็นราว 100 สายพันธุ์ ส่วนใหญ่พวกมันอาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา เอเชีย และออสเตรเลีย โดยทั่วไปนกกระเต็นมีจะงอยปากยาวแหลมคม หัวโต ขาสั้น และหางกุด พวกมันมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Kingfisher ที่แปลว่าราชานักจับปลา

แม้นกกระเต็นจะไม่ได้จับปลากินเป็นอาหารทุกสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่กินปลาเป็นอาหารก็จับปลาเก่งจริง ๆ พวกมันมีสายตาที่ดีเยี่ยม จะงอยปากถูกออกแบบมาได้อย่างสมบูรณ์แบบสำหรับพุ่งลงไปในน้ำ จะงอยปากมีลักษณะยาว แหลม และแคบ ตอนที่พวกมันพุ่งลงน้ำด้วยความเร็วเกือบ 25 ไมล์ต่อชั่วโมง ปากของมันจะตัดเฉือนผ่านเข้าไปในน้ำ ปล่อยให้น้ำไหลผ่านจะงอยปาก

เอจิและทีมของเขาศึกษานกกระเต็นกันอย่างละเอียด จนออกแบบรถไฟหัวกระสุนรุ่นใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากจะงอยปากของนกกระเต็น ด้านหน้าของหัวรถไฟรุ่นใหม่นี้ยาว 15 เมตร ขณะที่รุ่นเดิมยาว 6 เมตร ซึ่งยาวขึ้นมากกว่าเดิมถึง 2 เท่าเลย เมื่อเอามาทดลองวิ่งในอุโมงค์ก็พบว่ารถไฟรุ่นใหม่นี้แล่นได้ไวขึ้น ทรงพลังมากขึ้น เงียบกว่าเดิม และมีแรงต้านของอากาศน้อยกว่ารุ่นก่อนถึง 30%

วันที่ 22 มีนาคม 1997 รถไฟฟ้าชินคันเซ็นรุ่น 500 เริ่มให้บริการ ความท้าทายในการทำเวลาในการวิ่งจากสถานีชินโอซาก้าไปยังสถานีฮากาตะที่ตั้งเอาไว้ว่าต้องไม่เกิน 2 ชั่วโมง 20 นาที รถไฟรุ่นใหม่นี้ใช้เวลาวิ่งเพียง 2 ชั่วโมง 17 นาที และวิ่งมาด้วยเสียงไม่เกิน 75 เดซิเบล โดยไม่รบกวนคนและสัตว์ป่า


ปลาค็อดกับการเก็บรักษาอวัยวะ

หนึ่งในความท้าทายในการปลูกถ่ายอวัยวะคือต้องเก็บอวัยวะไว้ในที่เย็นจัด แต่ต้องไม่เย็นจนถึงขั้นทำให้น้ำในอวัยวะกลายเป็นน้ำแข็ง เพราะหากเกิดผลึกน้ำแข็งขึ้นในเซลล์มันจะเป็นการทำลายโครงสร้างของเซลล์ ทำให้เซลล์นั้นตายและอวัยวะนั้นเสียหายจนนำไปใช้งานไม่ได้ ด้วยความที่มีผู้ป่วยรอการปลูกถ่ายอวัยวะอยู่ทั่วโลก การเก็บรักษาอวัยวะไว้ในสภาพที่เหมาะสมจะช่วยให้เก็บรักษาได้นานขึ้น ทำให้ขนส่งไปในพื้นที่ที่ห่างไกลได้กว่าเดิม

เทคโนโลยีที่มาช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอวัยวะคือโปรตีนเอเอฟพีสังเคราะห์ ซึ่งย่อมาจาก antifreeze protein แปลเป็นภาษาไทยได้ว่าโปรตีนต้านการแข็งตัว โปรตีนเอเอฟพีถูกพบปะปนอยู่ในเลือดของปลาค็อดซึ่งช่วยให้มันสามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง โดยที่ตัวมันไม่กลายเป็นน้ำแข็ง โปรตีนเอเอฟพีช่วยลดจุดเยือดแข็งของสสาร และทำให้ผลึกน้ำแข็งเล็กมาก จนปลาค็อดและปลาในมหาสมุทรอาร์กติกอยู่รอดได้ในอุณหภูมิ -2 องศาเซลเซียส

แม้จะมีการค้นพบโปรตีนเอเอฟพีตั้งแต่ช่วงปี 1960 แต่การวิจัยเรื่องโปรตีนต้านการแข็งตัวนี้ยังอยู่ในช่วงตั้งต้น โปรตีนเอเอฟพีสังเคราะห์ถูกนำมาใช้เก็บรักษาอวัยวะที่เพิ่งถูกผ่าตัดออกมา และเมื่ออวัยวะชิ้นนั้นถูกปลูกถ่ายเข้าสู่ร่างใหม่แล้ว โปรตีนเอเอฟพีที่เจอกับอุณหภูมิปกติของร่างกายจะสลายไปเองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างอยู่ภายในร่างกาย

นอกจากประโยชน์ด้านการแพทย์แล้ว โปรตีนเอเอฟพียังถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการบิน หากเครื่องบินมีน้ำแข็งจับในสภาพอากาศที่หนาวเย็นจะทำให้เกิดความล่าช้าในการบิน และเพิ่มโอกาสที่เครื่องบินจะเสียหาย สถาบันวิจัยเฟราน์โฮเฟอร์ในประเทศเยอรมนีได้วิจัยสีทาเครื่องบินแบบใหม่ที่มีโปรตีนเอเอฟพีเป็นส่วนประกอบ โดยโปรตีนนี้จะปกป้องพื้นผิวของเครื่องบินไม่ให้น้ำแข็งมาเกาะ


งวงช้างกับแขนกลนุ่มนิ่ม

ผู้เขียนยกย่องให้งวงช้างเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง หากเราได้จับงวงช้างดูจะรู้สึกว่ามันนุ่มนิ่ม แต่โครงสร้างด้านในงวงเป็นกระดูกอ่อนแบบเดียวกับตรงข้อต่อของมนุษย์ และห่อหุ้มด้วยกล้ามเนื้อถึง 40,000 มัด จึงทำให้งวงช้างมีพละกำลัง แข็งแรงและทนทานมาก ช้างสามารถใช้งวงโค่นต้นไม้และยกของที่หนักได้ถึง 300 กิโลกรัม

ตรงปลายงวงจะมีส่วนที่ยื่นออกมาเหมือนนิ้ว ช้างแอฟริกามีสองนิ้ว ส่วนช้างเอเชียมีเพียงนิ้วเดียว นิ้วเหล่านี้ทำให้ช้างหยิบจับสิ่งของได้อย่างนุ่มนวล เช่น ใช้เด็ดใบหญ้าได้ทีละใบ หรือหยิบแผ่นมันฝรั่งทอดขึ้นมาได้โดยไม่หัก ช้างมีรูจมูกยาว ๆ สองรูที่พากลิ่นไปยังศูนย์กลางประสาทการรับกลิ่น พวกมันสามารถได้กลิ่นแหล่งน้ำที่อยู่ไกล ๆ ได้ และเชื่อกันว่าสัมผัสรับกลิ่นของช้างเหนือกว่าสุนัขล่าเนื้อบลัดฮาวนด์ถึง 4 เท่า

งวงช้างยังไวต่อแรงสั่นสะเทือนอีกด้วยครับ ช้างสามารถใช้งวงตรวจสอบหาโขลงช้างที่อยู่ไกลออกไปได้ หรือตรวจหาพายุฝนฟ้าคะนอง โดยการแนบงวงไว้กับพื้นดินหรือชูงวงขึ้นฟ้า พวกมันรับรู้ได้ถึงคลื่นอินฟราซาวนด์ซึ่งเป็นคลื่นเสียงความถี่ต่ำมาก

นอกจากนี้งวงช้างยังกักเก็บน้ำได้ในปริมาณมาก ช้างสามารถยืดงวงให้ยาวขึ้นได้อีก 64% เพื่อสร้างพื้นที่เก็บน้ำได้มากถึง 9 ลิตรในคราวเดียว โดยช้างสามารถดูดน้ำขึ้นมาได้ 3 ลิตรต่อวินาที การจะทำแบบนั้นได้ช้างต้องสูดหายใจเข้าด้วยความเร็ว 330 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วเท่ากับรถไฟความเร็วสูงเลยทีเดียว

ช้างไม่ได้กินน้ำผ่านทางงวง พวกมันต้องย้ายน้ำจากในงวงเข้าปากอีกที นอกจากนี้พวกมันยังใช้งวงพ่นน้ำเพื่อล้างตัว ใช้งวงปัดเศษดินเศษโคลนที่อยู่ติดตามตัว ใช้งวงปัดไล่แมลง และเมื่อช้างต้องเดินผ่านลำธารที่ลึก พวกมันก็จะชูงวงขึ้นเพื่อใช้เป็นท่อหายใจ เรียกว่างวงช้างเป็นอวัยวะที่อเนกประสงค์เป็นอย่างมาก

ความสามารถอันหลากหลายของงวงช้างไปสะดุดตากลุ่มวิศวกรผู้เรียนรู้ด้านไบโอนิก เดิมทีพวกเขาเห็นปัญหาของหุ่นยนต์แขนกลที่ใช้งานอยู่ในโรงงานขนาดใหญ่อย่างโรงงานประกอบรถยนต์ หุ่นยนต์แขนกลพวกนี้เคลื่อนไหวไม่นุ่มนวล และหากโครงสร้างที่ทำด้วยเหล็กของพวกมันไปกระแทกกับคนเข้า คน ๆ นั้นก็จะได้รับบาดเจ็บ

ปี 2010 ทีมวิศวกรที่นำโดยชาวเยอรมันพัฒนาหุ่นยนต์แขนกลที่มีความนุ่มนวลกว่า พวกเขาไม่ใช้เหล็กมาทำเป็นส่วนประกอบของแขนกล แต่เปลี่ยนมาใช้พลาสติกน้ำหนักเบาที่เรียกว่าพอลิเอไมด์แทน และวิศวกรออกแบบให้มีช่วงกลวง ๆ เรียงซ้อนกันอยู่ในเนื้อพลาสติก ทำให้แขนกลนี้ถ้าไปโดนคนเข้าก็ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับคนที่โดน

ปกติแขนกลจะเคลื่อนไหวได้ด้วยระบบมอเตอร์และฟันเฟือง แต่วิศวกรทีมนี้ต้องการให้แขนกลของพวกเขามีน้ำหนักเบาจึงเลือกใช้ระบบแรงดันอากาศมาควบคุมการเคลื่อนไหวของแกนกลนี้แทน โดยด้านในแขนกลจะมีช่องกลวง ๆ หลายช่องเรียงติดกัน ให้เพื่อน ๆ นึกภาพว่าช่องเหล่านี้เป็นเหมือนกับลูกโป่งหลาย ๆ ใบเรียงต่อกัน อากาศจะถูกเป่าเข้าไปหรือสูบออกมาจากช่องเหล่านี้ ทำให้แขนกลสามารถเคลื่อนไหวไปได้ทุกทิศทาง โดยที่ยังมีน้ำหนักเบาและแข็งแรงพอจะยกของหนักได้

หลังจากปี 2010 ที่ทีมวิศวกรทีมนี้พัฒนาหุ่นยนต์แขนกลขึ้นมาได้สำเร็จ วิศวกรทีมอื่น ๆ ก็พัฒนาหุ่นยนต์แขนกลนุ่มนิ่มออกมาบ้างอีกหลายร้อยรุ่น โดยหวังว่าแขนกลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้กับหุ่นยนต์ที่จะเข้ามาอยู่ร่วมกับมนุษย์ในชีวิตประจำวัน โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายครับ


ค้างคาวกับโดรน

ผลกระทบจากแผ่นดินไหวสร้างความเสียหายรุนแรงมาก บ้านเรือนพังราบเป็นหน้ากลอง ต้นไม้ใหญ่หักล้มขวางทางถนน อาจมีท่อแก๊สรั่วหรือสายไฟขาดแต่ยังมีกระแสไฟฟ้าอยู่ การเดินสำรวจความเสียหายในสถานการณ์แบบนี้อาจเป็นอันตรายให้กับหน่วยกู้ภัย แต่หากเราสามารถติดปีกบินเหนือพื้นก็จะออกสำรวจความเสียหายได้อย่างสบายและปลอดภัย

มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ศึกษาค้าวคาวอย่างละเอียดเพื่อนำมาสร้างโดรนบินได้ที่คล้ายค้างคาว ค้างคาวสามารถหาตำแหน่งของวัตถุในที่มืดด้วยหลักการเสียงสะท้อน (echolocation) โดยพวกมันจะเปล่งเสียงที่มีแรงสั่นสะเทือนออกไปและฟังเสียงนั้นที่สะท้อนออกมา จากนั้นพวกมันจะสร้างภาพจำลองสามมิติของสภาพแวดล้อมรอบตัว

ถ้าเพื่อน ๆ เคยเห็นตอนที่ค้างคาวกำลังบิน จะเห็นว่าท่าทางการบินของพวกมันดูไม่มั่นคงและไม่สง่างาม แต่จริง ๆ แล้วพวกมันบินได้เก่งกว่านกเสียอีก เคล็ดลับที่ทำให้ค้างคาวบินได้เก่งอยู่ที่ปีกซึ่งมีข้อต่อคล้ายกับมือของมนุษย์ ปีกค้างคาวมีข้อต่อกว่า 20 ข้อที่ถูกห่อหุ้มด้วยแผ่นหนังยืด ๆ บาง ๆ ที่สามารถยืดเพื่อสร้างแรงยกได้จากหลากหลายทิศทาง และค้างคาวใช้พลังงานในการสร้างแรงยกน้อยกว่านก

ค้างคาวควบคุมปีกของพวกมันได้ดีมาก จนสามารถกลับมาตั้งหลักใหม่ได้อีกครั้งหลังจากโดนกระแสลมแรงตี พวกมันสามารถกลับมาบินได้อย่างมั่นคงอีกครั้งด้วยการกระพือปีกเพียงแค่ครั้งเดียว ผิวหนังของค้างคาวปกคลุมไปด้วยประสาทรับความรู้สึก ดังนั้นผิวหนังเหล่านี้จึงส่งข้อมูลตามเวลาจริงเกี่ยวกับกระแสลมไปยังสมองของค้างคาวในขณะที่มันกำลังบินอยู่

ฟังดูแล้วเหมือนว่าปีกของค้างคาวเป็นอวัยวะที่ยากต่อการสร้างขึ้นมาเลียนแบบ แต่ทีมจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์มองว่าเป็นความท้าทาย และสร้างหุ่นยนต์ที่มีปีกเหมือนค้างคาวที่พวกเขาตั้งชื่อว่าแบทบอท (bat bot) ซึ่งมีลักษณะนุ่ม ตรงปีกประกอบด้วยข้อต่อ 9 ข้อ แต่ละข้อต่อสร้างขึ้นมาจากเส้นใยคาร์บอนที่มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรงและยืดหยุ่นมาก

พวกเขาใช้ซิลิโคนแบบบางพิเศษที่ยืดได้มาใช้ทำเป็นผืนปีกของแบทบอท และติดตั้งเซนเซอร์วัดองศาของข้อต่อเพื่อช่วยปรับตำแหน่งของปีกขณะที่มันกำลังบินอยู่ เมื่อทีมนำแบทบอทไปทดสอบการบิน มันก็สามารถบินเลี้ยวแบบเอียงปีกและดิ่งลงมาในองศาชัน ๆ ได้ เหมือนกับการเคลื่นไหวของค้างคาวเวลาที่ไล่ล่าเหยื่อ

แม้ตอนนี้แบทบอทจะอยู่ในขั้นต้นแบบ แต่อนาคตเมื่อติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับการแผ่รังสี ระบบกล้องสามมิติ ระบบตรวจจับอุณหภูมิ ทางทีมก็เชื่อว่าจะสามารถนำมันไปใช้สำหรับการสำรวจพื้นที่ที่อันตรายเกินกว่ามนุษย์จะเข้าไปได้ เช่น เหมืองหรืออาคารที่ถล่ม เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ถูกทิ้งร้าง และทีมเชื่อว่าความเป็นไปได้ในการนำแบทบอทไปใช้นั้นไม่มีที่สิ้นสุด


เฮดจ์ฮอกกับหมวกนิรภัย

ช่วงที่ผ่านมามีการตระหนักถึงอันตรายจากการกระทบกระเทือนทางสมองกันมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่นักกีฬาผาดโผนหรือกีฬาที่ต้องมีการปะทะ เช่น รักบี้ นั่นทำให้ทีมจากมหาวิทยาลัยเอครอน สหรัฐอเมริกา ทำการศึกษาเพื่อสร้างหมวกนิรภัยสำหรับการเล่นกีฬา

หมวกนิรภัยแบบใหม่นี้ต้องป้องกันจากการบิด การแฉลบ และการปะทะด้านข้างซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อสมองมากที่สุด ทีมค้นคว้าโดยการอ่านวิจัยเป็นตั้ง ๆ เพื่อหาว่ามีสัตว์ชนิดไหนที่ดูดซับแรงกระแทกทั่วร่างกายได้ดีที่สุด และพวกเขาก็พบกับสัตว์ที่ชื่อว่าเฮดจ์ฮอก

เฮดจ์ฮอกเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ บนหลังของมันปกคลุมด้วยขนที่เป็นหลามแหลมแข็ง ๆ เมื่อพวกมันเจอกับอันตรายมันจะม้วนตัวให้กลายเป็นลูกบอลหนาม ถ้าสัตว์นักล่าพยายามจะกินมันก็จะเจ็บเพราะโดนหนามตำปาก

นอกจากนี้เมื่ออยู่บนต้นไม้พวกมันจะใช้การม้วนตัวเป็นลูกบอลหนามแล้วทิ้งตัวลงมาบนพื้นโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ เพราะขนที่เป็นหนามของมันช่วยซับแรงกระแทก เฮดจ์ฮอกสามารถตกลงมาจากความสูง 6 เมตร ได้โดยที่ไม่เป็นอะไรเลย

เฮดจ์ฮอกมีขนบนหลังถึง 7,000 เส้น ขนเหล่านี้มีความซับซ้อนกว่าเส้นขนของมนุษย์มาก โดยด้านในของขนเหล่านี้ไม่ได้ทึบตัน แต่กลับเต็มไปด้วยโพรงช่องว่างหลายโพรง ซึ่งนอกจากจะทำให้ขนมีน้ำหนักเบาและแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้มันไม่หักหรืองอตอนเจอกับแรงกด และตอนที่เฮดจ์ฮอกม้วนตัวเป็นลูกบอล ขนของมันจะไขว้กันจนเกิดเป็นเบาะรองรับน้ำหนักเมื่อตกลงมาจากที่สูง

หมวกนิรภัยสำหรับใส่เล่นกีฬา โดยทั่วไปถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้สวมใส่จากความเสียหายที่มาจากการชนแรง ๆ แบบตรง ๆ ด้านนอกของหมวกเหล่านี้แข็ง ด้านในบุด้วยโฟมหรือวัสดุอื่นที่คล้ายกันซึ่งมีช่องว่างที่เต็มไปด้วยอากาศ แต่หมวกแบบนี้จะมีประสิทธิภาพลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเกิดการปะทะติด ๆ กันอย่างต่อเนื่อง เพราะโฟมที่อยู่ข้างในไม่คืนรูป และหมวกแบบนี้ไม่สามารถป้องกันแรงปะทะที่มาจากด้านข้างและมาแบบแฉลบได้ ซึ่งก่อความเสียหายต่อสมองมากที่สุด

ทีมจากมหาวิทยาลัยเอครอนใช้เครื่องพิมพ์สามมิติสร้างขนเฮดจ์ฮอกสังเคราะห์ที่มีความยืดหยุ่นและด้านในเต็มไปด้วยโพรงอากาศแบบขนเฮดจ์ฮอกตามธรรมชาติ จากนั้นนำขนสังเคราะห์มาจัดเรียงกันแบบไขว้ลงบนแผงสี่เหลี่ยม แล้วนำแผงเหล่านี้มาเป็นวัสดุบุด้านในหมวกนิรภัย

เมื่อผู้สวมใส่หมวกนิรภัยแบบใหม่นี้ถูกกระแทกแบบตรง ๆ แบบมาจากด้านข้างและแบบแฉลบ ขนเฮดจ์ฮอกสังเคราะห์ด้านในหมวกจะกระจายพลังงานจากการปะทะไปทั่วทุกทิศทุกทาง ป้องกันไม่ให้สมองของผู้สวมใส่สั่นสะเทือน และเมื่อหมวกนี้ถูกกระแทกซ้ำ ๆ มันก็ยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันดีเหมือนเดิม เพราะขนสังเคราะห์ยังคงรูปเดิม ไม่ได้เสื่อมลง

ตอนนี้ทีมกำลังทดลองให้วัสดุบุด้านในหมวกแบบใหม่ของพวกเขาผลิตได้ง่ายขึ้นในระดับอุตสาหกรรม อีกไม่นานเราจะได้เห็นนักกีฬาผาดโผนทั่วโลกสวมหมวกนิรภัยแบบใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสัตว์ตัวเล็ก ๆ อย่างเฮดจ์ฮอกกันครับ


แมวกับความปลอดภัยบนถนน

เรื่องนี้ไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ แต่เป็นนวัตกรรมที่ใช้กันมานานแล้ว จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีประโยชน์อยู่ นั่นคือป้ายสะท้อนแสงที่ติดอยู่ตามถนนซึ่งมีต้นกำเนิดขึ้นมาเมื่อ 100 ปีก่อน เพอร์ซี ชอว์ นายช่างและนักประดิษฐ์กำลังขับรถไปตามถนนเส้นที่อันตรายมากเป็นพิเศษ เมื่อกลับบ้านในคืนวันที่หมอกลงจัด มันเป็นทางที่ตัดขึ้นไปบนเขาสูงชัน ข้างทางด้านหนึ่งเป็นหุบเหวลึกที่มีรั้วเตี้ย ๆ กั้นเอาไว้

คืนนั้นเพอร์ซีเห็นแมวตัวหนึ่งยืนอยู่บนรั้ว ตาของมันสะท้อนไฟหน้ารถของเขากลับมา เพอร์ซีตกใจ จอดรถแล้วลงไปตรวจสอบดูก็พบว่าเขาขับรถมาผิดเลน หากขับต่อไปอีกนิดรถของเขาจะพุ่งตกลงไปในเหว โชคดีที่เห็นแมวตัวนั้นก่อน แล้วเขาก็เกิดความคิดขึ้นมาว่าถนนน่าจะปลอดภัยขึ้น ถ้าเอาแมวหลาย ๆ ตัวมานั่งเรียงกันบนถนน

ทำไมตาของแมวถึงเรืองแสงได้ นั่นเพราะเมื่อแสงส่องเข้าไปในตาของแมว แสงบางส่วนจะชนเข้ากับจอประสาทตาแบบตรง ๆ กระตุ้นให้เกิดกระแสประสาทส่งไปยังสมองเหมือนกับตาของคนเรา แต่ตาของแมวมีคุณสมบัติเพิ่มเติมมาอย่างหนึ่ง คือแสงบางส่วนจะทะลุผ่านจอประสาทตาและไปกระทบเข้ากับชั้นเนื้อเยื่อที่เรียกว่า ทาเปตุม ลูซิดุม เป็นภาษาละตินแปลว่าผ้าประดับผนังสีสว่าง แสงใดก็ตามที่กระทบเข้ากับทาเปตุม ลูซิดุม จะสะท้อนกลับมายังจอประสาทตา ซึ่งช่วยให้แมวมองเห็นในที่แสงน้อยได้เป็นอย่างดีนั่นเองครับ

แมวไม่ใช่สัตว์ชนิดเดียวที่ดวงตามีทาเปตุม ลูซิดุม เราสามารถเห็นดวงตาสะท้อนแสงแบบนี้ได้ในสุนัข ม้า นก หรือแม้กระทั่งแมงมุม เพอร์ซีใช้เวลาประดิษฐ์และพัฒนาอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติเลียนแบบทาเปตุม ลูซิดุม จนปี 1934 เขาก็จดสิทธิบัตรให้กับสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนที่ตัวเองคิดค้นขึ้น เขาเรียกสิ่งนี้ว่าตาแมว หรือ Cat’s eyes แต่ปัจจุบันนิยมเรียกว่า Road Stud มากกว่าครับ

ช่วงแรกเพอร์ซีพยายามโน้มน้าวให้ผู้มีอำนาจซื้อตาแมวประดิษฐ์ของเขาไปติดตั้งบนถนน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถตอนกลางคืนให้กับประชาชน แต่เป็นเรื่องยากมากเพราะยังไม่มีใครตระหนักถึงประโยชน์ของสิ่งประดิษฐ์นี้ จนเข้าสู่ช่วงสงครามโลก อังกฤษตกเป็นเป้าของการโจมตีทางอากาศ รัฐบาลสั่งให้ประชาชนปิดไฟตอนกลางคืน รถที่วิ่งบนถนนต้องลดความสว่างของไฟหน้าลง ช่วงเวลานี้แหละครับที่ตาแมวประดิษฐ์ของเพอรืซีเป็นที่ต้องการอย่างมาก จนสงครามจบรัฐบาลอังกฤษก็สั่งให้ติดตั้งตาแมวประดิษฐ์ทั่วประเทศ ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วโลก ปัจจุบันตาแมวประดิษฐ์ถูกพัฒนาให้มีหลายรูปทรงและหลายสี ชีวิตของผู้คนหลายล้านคนได้รับการปกป้องเพราะแรงบันดาลใจที่ได้จากแมวครับ


นี่คือบางส่วนของนวัตกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสัตว์โลก ในเล่มยังมีอีกหลายนวัตกรรม เช่น สถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวนิ่ม ห้างสรรพสินค้าที่ออกแบบระบบระบายอากาศให้เหมือนรังปลวก ผ้าพันแผลกันน้ำที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจิ้งจก เจลเก็บความเย็นที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอูฐ ถ้าเพื่อน ๆ สนใจสามารถตามไปอ่านต่อได้ครับกับหนังสือสัตว์มหัศจรรย์ 30 ชนิด สู่สิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลก เขียนโดย Patrick Aryee ตีพิมพ์ป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์แคคตัส ราคา 389 บาท

สนใจหนังสือ สัตว์มหัศจรรย์ 30 ชนิด สู่สิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลก
สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee: https://s.shopee.co.th/8AKWYpc4pE
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

จดหมายเหตุขนาดจิ๋ว สำรวจประวัติศาสตร์ที่บันทึกอยู่ในแสตมป์ ที่พิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ไทย

ครั้งหนึ่งจดหมายและแสตมป์คือเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนมาอย่างยาวนาน แต่ทุกวันนี้เราสามารถส่งข้อความถึงกันได้เพียงเสี้ยววินาที ผ่านสมาร์ทโฟนที่ล้วนมีใช้กันแทบทุกคน การส่งจดหมายเลยเป็นเรื่องล้าสมัย เด็กเจนใหม่ ๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ส่งจดหมายถึงกันแล้ว การเข้าไปเที่ยวในพิพิธภัณฑ์แสตมป์ไทย (Thai Stamp Museum) เหมือนเป็นการได้เดินทางย้อนเวลาดูประวัติศาสตร์ผ่านแสตมป์ เพราะแสตมป์ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเล็กที่มีกาวด้านหลัง แต่มันคือจดหมายเหตุขนาดจิ๋วที่บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในประเทศ ทั้งยังเป็นตัวแทนกระจายความเป็นไทยออกสู่สายตาชาวโลก ผ่านซองจดหมายที่วิ่งว่อนมาแล้วกว่า 140 ปี กิจการไปรษณีย์ไทยเกิดจากวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5...

ทำไม USJ ถึงทำรถไฟเหาะให้วิ่งถอยหลัง เบื้องหลังวิธีคิดที่พาธุรกิจผ่านวิกฤต ด้วยการใช้ไอเดียแทนเงิน

หากพูดถึงสวนสนุกระดับโลก นอกจาก Disneyland แล้ว ชื่อที่ตีคู่มาด้วยกันคือ Universal Studios ซึ่งในทวีปเอเชียของเรามีอยู่ 3 แห่ง คือในญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน สาขาที่เป็นภาพจำของคนทั่วไปเมื่อพูดถึงสวนสนุกเจ้านี้คือปราสาทฮอกวอตส์ที่สาขาญี่ปุ่น ซึ่งจำลองโรงเรียนเวทมนตร์ในเรื่องแฮร์รี พอตเตอร์ ออกมาได้เหมือนเรากำลังอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นจริง ๆ แต่เบื้องหลังกว่าที่เครื่องเล่นธีมแฮร์รี พอตเตอร์จะสร้างเสร็จ ตอนนั้น Universal Studios...

ไปทำบะหมี่ถ้วยเดียวในโลกกัน! ส่องตำนานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารขวัญใจสายรีบที่ Cup Noodles Museum

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมนูขวัญใจสายรีบอย่างพวกเราเป็นมากกว่าแค่อาหารจานด่วนครับ มันถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั่วโลกเลยทีเดียว เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือเรื่องราวของชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่ชื่อว่า โมโมฟุกุ อันโด (Momofuku Ando) ผู้ก่อตั้งบริษัท Nissin Foods Group ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนิชชินนั่นเองครับ โมโมฟุกุ อันโด บิดาผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โมโมฟุกุ อันโด เกิดปี ค.ศ. 1910 ที่ไต้หวัน ซึ่งตอนนั้นไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น จากนั้นเขาได้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง...

ดำดิ่งสู่โลกกลับทิศ จิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ในซีรีส์ “สเตรนเจอร์ ทิงส์”

หากพูดถึงซีรีส์ที่คนทั้งโลกรอคอย ซีรีส์ที่ปั้นเด็กไม่มีชื่อเสียงให้มายืนแถวหน้าของวงการบันเทิงได้ ซีรีส์ที่เป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดให้คนมาสมัครบริการ Netflix จะเป็นซีรีส์เรื่องไหนไม่ได้นอกจากเรื่องสเตรนเจอร์ ทิงส์ ที่ตอนนี้มีมาถึงซีซัน 5 ซึ่งเป็นซีซันสุดท้ายแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ผลงานท้ายสุดของจักรวาลในซีรีส์นี้ เพราะในปี 2026 จะมีอนิเมชันที่เรื่องราวอยู่ในช่วงระหว่างซีซัน 2 และ 3 ของซีรีส์ต้นฉบับออกฉายตามมาครับ สาเหตุที่ซีรีส์เรื่องนี้ถูกใจคนทั้งโลก และขยายจักรวาลมาได้ยิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้ นอกจากเนื้อเรื่องที่ลึกลับน่าติดตามแล้ว อีกเหตุผลคือแต่ละตัวละครในเรื่องดูมีมิติสมจริง มีปูมหลัง และมีแรงผลักดันในชีวิตที่แตกต่างกันไป...

นาทีชีวิตฉุกเฉิน วิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรมีติดตัว เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินในวินาทีชีวิต

ทุกนาทีในชีวิตสามารถเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต เหตุการณ์ฉุกเฉินไม่เลือกสถานที่เกิด ไม่ว่าจะเป็นบนถนน ในห้างฯ หรือแม้กระทั่งบ้านของพวกเราเอง การมีความรู้เบื้องต้นในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่เหตุการณ์นั้นจะอันตรายถึงชีวิตได้ครับ ไอติมเล่า ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ อยู่ให้ได้ ตายให้ดี: เรียนรู้นาทีชีวิตจากห้องฉุกเฉิน เขียนโดยคุณหมอสองท่านครับคือ หมอเจี๊ยบ พญ. ลลนา ก้องธรนินทร์ และหมอยุ้ย พญ. พรรณอร เฉลิมดำริชัย ในเล่มนี้เล่าว่าหมอฉุกเฉินต้องเจอกับอะไรบ้าง...

บทเรียนจากคนเหล็ก 7 ข้อคิดการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จฉบับอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

การได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จ ถือเป็นทางลัดอย่างหนึ่งในการเรียนรู้ชีวิต โดยที่เราไม่ต้องรอให้พบเจอด้วยตัวเอง ยิ่งคนนั้นเป็นคนที่ใช้ชีวิตมานาน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ บทเรียนจากชีวิตของพวกเขาก็ยิ่งมีคุณค่า ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ Be Useful: Seven Tools for Life ชื่อภาษาไทยคือ จงทำตัวให้มีประโยชน์: 7 เครื่องมือสำหรับใช้ชีวิต เขียนโดยอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ (Arnold Schwarzenegger)...

Related Articles

รอยตายไม่โกหก เรื่องจริงในวงการนิติวิทยาศาสตร์ที่นักสืบยุคเชอร์ล็อก โฮล์มส์ใช้ไล่ล่าคนร้าย จนถึงยุคพิสูจน์ดีเอ็นเอ

ในที่เกิดเหตุ ไม่ว่าอาชญากรจะระวังตัวมากแค่ไหน ก็มักจะทิ้งร่องรอยหรือหลักฐานบางอย่างไว้ ไม่ว่าจะเป็นรอยเท้า รอยนิ้วมือ เส้นผม คราบเลือด เมล็ดพืช หรือสภาพศพ เมื่อนำหลักฐานเหล่านั้นมาผนวกเข้ากับวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ก็ได้ให้กำเนิดหลักนิติวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้นักสืบสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวย้อนกลับไปได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในที่เกิดเหตุบ้าง นิติวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าและแม่นยำขึ้นทุกวัน...

อร่อยลวงตาย เบื้องหลังความอร่อยที่ทำให้เราหยุดกินไม่ได้ หนังสือที่จะทำให้เราตาสว่างเรื่องอาหารแปรรูป

โลกเราทุกวันนี้มีอาหารการกินที่สะดวกสบาย เทคโนโลยีอย่างอาหารแปรรูปทำให้เราเก็บอาหารเอาไว้ได้นานโดยไม่เน่าเสีย อุ่นซ้ำง่ายแค่ใช้เตาไมโครเวฟ มีรสชาติอร่อย ทำให้อยากกินบ่อย ๆ และราคาถูกกว่าการไปกินอาหารปรุงสดที่ร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีอาหารให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี หรืออาหารอิตาลีก็มีให้หยิบจากตู้แช่แข็งในห้างสรรพสินค้า...

กลิ่นไหนใครทำ แกะรอยที่มาของแต่ละกลิ่น ตั้งแต่กลิ่นฝน ไปจนถึงกลิ่นจักรวาลอันไกลโพ้น

กลิ่นเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวและเป็นสิ่งที่เราพบเจอในทุก ๆ วัน กลิ่นมีหลายชนิด ทั้งกลิ่นหอม กลิ่นเหม็น มีบางกลิ่นเป็นกลิ่นที่บางคนชอบ แต่บางคนเข้าขั้นเกลียด ยกตัวอย่างกลิ่นทุเรียนเป็นต้น แล้วเพื่อน ๆ เคยสงสัยถึงที่มาของแต่ละกลิ่นบ้างไหมครับว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง...

วิทยาสัตว์ เรื่องวิทยาศาสตร์สนุก ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสัตว์โลก

ผีเสื้อชอบกินน้ำตา มดมีนม แพนด้าชอบสปาขี้ แมลงสาบไซบอร์ก แบตเตอรี่จากกระดองปู ผมเพิ่งอ่านเรื่องแปลก ๆ เกี่ยวกับสัตว์เหล่านี้มาจากหนังสือ Ani-More วิทยาสัตว์ เขียนโดยป๋วย อุ่นใจ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!