ฝันร้าย – ตอนที่ 2/4

Share

ตั้วหยิบถุงพลาสติกใส่มะม่วงสุกลูกใหญ่หลายลูกจากหลังรถกระบะ ถือเดินเข้าไปในบ้านสองชั้นซึ่งเปิดประตูอ้าซ่า เหมือนรู้ว่าจะมีแขกมาวันนี้ แม้จะไม่ได้มาเยือนบ้านหลังนี้นานแล้วแต่ตั้วก็เดินเข้ามาจนถึงห้องครัวโดยไม่หลง

“ป้าจันทร์ครับ แม่ฝากมะม่วงสุกมาให้ครับ” ตั้วเอ่ยแล้ววางถุงมะม่วงไว้บนโต๊ะกินข้าว

หญิงวัยห้าสิบต้น ๆ ละสายตาจากหม้อกล้วยบวดชีหันมามองแขกผู้มาเยือน เมื่อเห็นว่าเป็นหลานชายหล่อนก็ทักทายด้วยความคุ้นเคย

“อ้าวตั้ว แม่ฝากมะม่วงมาให้ป้าเหรอจ๊ะ สุกกำลังดีเลยขอบใจมากนะ ไว้บ่ายนี้ป้าจะทำข้าวเหนียวมะม่วง ถึงตอนตั้วกลับบ้านก็แวะมาเอาไปฝากทุกคนที่บ้านนะ แล้วนี่รีบเข้าร้านรึเปล่า รออีกนิดกล้วยบวดชีก็ได้ที่แล้ว ป้าจะฝากเอาไปให้คนงานที่ร้านหน่อยได้ไหม?”

ตั้วอยู่รอตามคำขอของผู้เป็นป้า ไม่นานนักเธอก็ปิดเตาแล้วตักกล้วยบวดชีอุ่นๆ ร้อน ๆ ใส่ถุงพลาสติกใบใหญ่ รัดอย่างแน่นหนาด้วยหนังยาง ใส่ถุงพลาสติกอีกชั้นแล้วส่งให้ตั้ว ตั้วรับมาแล้วขอตัวลาเสียตอนนั้น

“ไปถึงร้านก็กินเลยนะจ๊ะ อากาศเย็น ๆ อย่างนี้ทิ้งไว้เดี๋ยวกะทิจะเป็นก้อนไขไม่อร่อยเอา แล้วเย็นนี้อย่าลืมแวะมาเอาข้าวเหนียวมะม่วงนะ ข้างนอกถนนลื่นขับรถระมัดระวังนะป้าเป็นห่วง”

ป้าจันทร์แสดงความเป็นห่วงเป็นใยเหมือนแม่คนที่สองของตั้ว ตั้วยกมือไหว้ขอบคุณ รับปากว่าเย็นนี้จะแวะมาที่นี่อีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากบ้านมาที่รถกระบะและขับออกไปตามถนนหลวงมุ่งสู่ร้านที่ตนเองเป็นเจ้าของ

ร้านของตั้วเป็นร้านขายวัสดุก่อสร้างขนาดย่อมแห่งหนึ่งอยู่ในตัวเมือง กิจการค่อนข้างดีเนื่องจากบริเวณรอบ ๆ มีหมู่บ้านเกิดใหม่ ทั้งบ้านจัดสรร ตึกแถว ตลาดสดเทศบาล ล้วนสร้างรายได้ให้แก่เขา ลูกจ้างที่ร้านมีอยู่สี่คน เป็นผู้ชายล้วน ตั้วไม่ได้จ้างนักบัญชีสาวเนื่องจากเรื่องนั้นเขาทำเองได้ เพราะจบปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจและการบัญชีมา

“วันนี้นายเข้าร้านเช้าจังนะครับ” นายเงินลูกจ้างคนหนึ่งของร้านปรี่เข้ามาทักด้วยสำเนียงทองแดงหลังจากเห็นรถกระบะของตั้วเข้ามาจอด

“อากาศเช้าวันนี้มันเย็นสบายดี เลยอยากขับรถเล่น” ตั้วส่งถุงกล้วยบวดชีให้กับนายเงิน “ป้าจันทร์ฝากมา บอกให้รีบกินเลยเดี๋ยวไม่อร่อย เอาไปแบ่งคนที่เหลือด้วยนะ”

“โห… เยอะขนาดนี้กินสี่คนไม่หมดแน่ นายจะกินด้วยไหมครับ เดี๋ยวผมเอาใส่ถ้วยมาให้”

“ไม่เป็นไร ฉันเพิ่งกินข้าวเช้ามา ยังแน่นท้องอยู่เลย” ตั้วยกมือปฏิเสธ

“ผมอิจฉานายจริง ๆ ที่มีทั้งคุณแม่และคุณป้าทำอาหารอร่อยอย่างนี้ นี่ถ้าผมอยู่บ้านเดียวกับนายรับรองผมอ้วนเป็นหมูแน่”

ตั้วมาที่ห้องทำงาน เขาเปิดคอมพิวเตอร์ เข้าอินเตอร์เน็ตค้นหารายชื่อและรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับโรงเรียนในจังหวัด มีโรงเรียนเล็ก ๆ นอกตัวเมืองหลายโรงเรียนประสบปัญหาสภาพอาคารเก่าแก่ทรุดโทรม โดยเฉพาะห้องน้ำซึ่งเป็นสุขอนามัยหลัก มันควรสะอาดพร้อมใช้งาน และเพียงพอต่อจำนวนนักเรียน ตั้วคิดอยากจัดโครงการสร้างห้องน้ำให้โรงเรียนเหล่านี้เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์และประชาสัมพันธ์ร้านของเขาไปในตัว

อ่านตัวหนังสือจากหน้าจอได้เกือบสองชั่วโมง ตั้วก็มีอาการล้าสายตาและง่วงเหงาหาวนอน คงเป็นเพราะวันนี้นอนไม่หลับตั้งแต่ตีหนึ่ง เขาเลื่อนเมาส์ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเดินมาทิ้งกายลงนอนบนโซฟา เมื่อพับเปลือกตาลงก็เข้าสู่ห้วงนิทราโดนพลัน


เด็กหนุ่มวิ่งหนีสุดชีวิต แม้จะไม่รู้ว่ามีอะไรวิ่งตามหลังมาก็ตาม แต่เขารู้สึกถึงอันตรายที่ย่างกรายเข้ามาใกล้ บรรยากาศโดยรอบมืดสนิทมองไม่เห็นหนทาง กระนั้นสองเท้าก็ยังวิ่งอยู่ จู่ ๆ พื้นที่เคยเหยียบก็หายไป ร่างของเขาร่วงดิ่งสู่ก้นเหวลึกไกลแสนไกลราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด ตลอดทางมีเสียงหญิงสาวน่าเดียดฉันท์ดังรบกวนโสตประสาทตลอดเวลา เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าเป็นเสียงใคร แต่กลับเกลียดเจ้าของเสียงนั้นสุดจิตสุดใจ

สั่งสอนให้มันรู้เสียบ้าง อีกหน่อยคงไม่เห็นหัวเรา เห็นเราเป็นหมูเป็นหมา

แกนี่มันไม่ได้ดั่งใจเลยจริง ๆ ทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง

เอาเลยค่ะ จัดการมันเลย เอาให้เจ็บหนัก ๆ จนลุกขั้นมาไม่ได้เลย

ในที่สุดเด็กหนุ่มก็ร่วงถึงพื้นโดย ไม่รู้สึกเจ็บเหมือนกระดูกแตกหรือกระดูกร้าวอย่างที่คนตกจากที่สูงควรจะเจ็บ แต่กลับรู้สึกแสบบริเวณก้นเหมือนถูกเฆี่ยนด้วยไม้เรียวแทน ข้างล่างนี้หนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ กลิ่นอับชื้นโชยมาจากทั่วทุกสารทิศ เด็กหนุ่มค่อย ๆ ก้าวเดินต่อไปท่ามกลางความอ้าวว้างเปล่าเปลี่ยวที่มีอยู่ล้นอก จู่ ๆ ก็มีมือที่มองไม่เห็นฉุดคอเสื้อเด็กหนุ่มขึ้นสู่เบื้องบน คอเสื้อรัดรอบคอเด็กหนุ่มแน่นจนหายใจไม่ออก

อึก!

เฮือก ก ก!

ร่างล่ำสันสูงยาวเด้งขึ้นจากโซฟา เขาไอเหมือนจุกที่ลำคอทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น เพียงแค่ฝันไป ก็แค่ฝันร้ายเท่านั้น ตอนนี้เขาตื่นมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว ไม่เห็นต้องกลัวอะไร ภายในห้องทำงานร้อนอบอ้าว จนเหงื่อไหลท่วมกายทำเสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่เปียกชุ่ม

เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ล่าสุดเงียบกริบไม่ทำงาน ตอนนี้ข้างนอกฝนกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตาเหมือนเมื่อคืน ขนาดในเมืองไฟฟ้ายังดับ นับประสาอะไรกับพื้นที่นอกเมืองเช่นบ้านเขาซึ่งไฟฟ้าคงดับด้วยแน่นอน หากไม่มีไฟฟ้าใช้ยามกลางคืนนั้นสุดแสนลำบาก

ตั้วมองนาฬิกาแขวนผนัง ขณะนี้เวลาสี่โมงเย็นแล้ว เขานอนไปนานเหมือนกันจนข้ามเวลาอาหารกลางวันไป ตอนนี้ยังมืดไม่มาก พอมีแสงสลัว ๆ ให้มองเห็นว่าอะไรเป็นอะไร เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้น พร้อมกันนั้นนายเงินก็เดินเข้ามา ในมือข้างหนึ่งถือชามกระเบื้องเซรามิกลายไก่ปิดฝาไว้มาด้วย

“ผมเห็นนายหลับอยู่ก็เลยไม่กล้าปลุกขึ้นมากินข้าวเที่ยง เลยออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวมาให้เผื่อนายตื่นมาเมื่อไหร่แล้วหิวจะได้กิน” นายเงินเดินนำชามกระเบื้องมาวางไว้บนโต๊ะกระจกรับแขกหน้าโซฟา เขาเปิดฝาขึ้นเผยให้เห็นเส้นก๋วยเตี๋ยวสีขาวขึ้นอืดดูดน้ำซุปไปจนเกลี้ยงชาม ดูอย่างไรก๋วยเตี๋ยวชามนี้ก็ไม่น่ากินแต่อย่างใด

“เอ่อ… รู้อย่างนี้ผมสั่งแยกน้ำมาเสียก็ดี ขอโทษครับนายเดี๋ยวผมออกไปซื้อให้ใหม่”

“ไม่เป็นไรหรอกนายเงิน เย็นป่านนี้แล้ว แถมฝนยังตกหนักอีกคงไม่มีร้านก๋วยเตี๋ยวที่ไหนเปิดแล้วล่ะ ร้านเราก็เหมือนกัน วันนี้คงไม่มีลูกค้าแล้ว ฉันฝากนายเงินปิดร้านให้ด้วยนะ”

“ครับ ๆ แล้วนี่นายจะกลับบ้านเลยหรือปล่า หรือจะรอให้ฝนซาลงกว่านี้ครับ?”

ตั้วครุ่นคิด

“อืม… ฝนตกมานานเท่าไรแล้ว?”

“สักชั่วโมงหนึ่งได้แล้วครับ”

“งั้นคงอีกนานกว่ามันจะซา ไฟฟ้าดับอย่างนี้ฉันว่าควรรีบกลับตอนที่ยังพอมีแสงอยู่บ้างดีกว่านะ” ตั้วลุกจากโซฟา “ฉันกลับก่อนนะ ฝากนายเงินดูแลทางนี้ให้เรียบร้อยด้วย”

“ครับ ๆ นายไว้ใจผมได้ไม่ต้องเป็นห่วง”

เมื่อออกมาข้างนอกก็ได้ยินเสียงฝนกระหน่ำดังกว่าเดิม ตั้วเข้าไปนั่งในรถกระบะ บิดกุญแจเพื่อติดเครื่องยนต์แล้วขับออกจากร้านไป ฝนตกอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ถนนโล่งดี ก่อนกลับถึงบ้านเขาต้องแวะที่บ้านป้าจันทร์เสียก่อน เพื่อไปเอาข้าวเหนียวมะม่วง นึกถึงของกินขึ้นมาน้ำลายก็สอท้องไส้ก็ร้อง

ตั้วคาใจเรื่องความฝันวันนี้ เขาฝันเรื่องเดียวติดกันสองครั้ง เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นใครกันนะ แม้เป็นเพียงความฝัน แต่เขาก็รู้สึกร่วมไปกับความเจ็บปวด ความหนาวเหน็บ ความอึดอัดที่เด็กหนุ่มคนนั้นต้องเผชิญ สงสัยว่าเด็กหนุ่มคนนั้นมีตัวตนอยู่บนโลกนี้จริงหรือเปล่า

ปรี๊น น น!

ตั้วหลุดจากภวังค์ห้วงความคิด เพราะเสียงแสบแก้วหูของแตรรถยนต์ รถบรรทุกหกล้อคันหนึ่งขับฉวัดเฉวียนด้วยความเร็วสูง ควบเส้นกั้นกลางถนนตรงมายังช่องที่ตั้วเดินรถอยู่ ไฟคู่หน้าของมันสาดเต็มสองตาเขาจนพล่ามัว เขาหักพวงมาลัยหลบไปทางซ้าย แต่เจ้ากรรมดันไม่พ้น รถคันนั้นชนเข้าเต็ม ๆ ตรงประตูฝั่งคนขับของรถกระบะ เขาตกใจแล้วรู้สึกตื้อไปทั้งหัว มองภาพอะไรไม่เห็นด้วยสายตา แล้วสติสัมปชัญญะของเขาก็พลอยดับวูบพร้อมรถกระบะที่แล่นตกไหล่ทางและรถบรรทุกหกล้อคันนั้นขับหนีหายไป


ที่นี่มืดและร้อนอบอ้าวมาก ไม่รู้ความมืดแผ่อาณาบริเวณออกไปไกลแค่ไหน ที่นี่น่าอึดอัดหายใจไม่สะดวกเหลือเกิน เด็กชายคนนี้อีกแล้ว เด็กที่ตั้วฝันถึงติดต่อกันสองครั้งติด แสดงว่าตอนนี้ตั้วกำลังฝัน เขาฝันเห็นเด็กชายคนนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว

ภายในความฝัน เด็กชายคนนี้นั่งคู้เข่าซบหน้ากับแขน สะอื้นไห้ตัวโยน เขาดูน่าสงสารมาก ไม่รู้เจอเรื่องอะไรหรือโดนใครทำร้ายจิตใจ ถึงได้มานั่งร้องไห้อย่างเดียวดายอยู่ตรงนี้ เขาไม่มีเพื่อน หรือคนในครอบครัวคอยปลอบใจเลยหรือยังไง

พลันเด็กชายที่นั่งคู้เข่าอยู่ตรงหน้าตั้วก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้น ร่างกายของเขาขยายใหญ่อย่างรวดเร็วเหมือนภาพแฟลชฟอร์เวิร์ดในสารคดี จากเด็กชายตัวน้อย เติบโตอย่างก้าวกระโดดเข้าสู่วัยหนุ่ม หนุ่มที่นั่งคู้เข่าหันหน้ามามองตั้ว เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กชายคนนั้นในวัยหนุ่ม ตั้วถึงกับอึ้ง ใบหน้านั่นเป็นใบหน้าของเขาเอง

แล้วยิ่งตกใจหนักเมื่อเห็นเด็กชายคนเดิมโผล่มายืนตรงหน้า จากมุมใดมุมหนึ่งในความมืด เมื่อมองดูให้ดีเห็นว่าเด็กชายคนนี้ช่างมีใบหน้าเมื่อตั้วในวัยเด็กเหลือเกิน เหมือนกันทุกรายละเอียด แม้แต่ตำแหน่งขี้แมลงวัน เมื่อเด็กชายเข้ามาใกล้ ตั้วก็เห็นสีหน้าของเด็กชายชัดเจนขึ้น ใบหน้านี้ช่างไม่สดใสสมวัยเด็กกำลังซนเสียเลย เป็นใบหน้าเรียบเฉยปราศจากการแสดงอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ แววตากลมโตคู่นั้นเศร้าหมองคล้ายกับผู้ใหญ่ที่ระทมอมทุกข์มาทั้งชีวิต เด็กชายพูดกับตั้ว

“จำไม่ได้แล้วเหรอ?”

ตั้วประหลาดใจกับคำถามของเด็กชายผู้มีใบหน้าและเสียงเหมือนเขาในตอนเด็ก เด็กชายต้องการย้ำเตือนอะไรเขา เขาเคยสัญญาอะไรกับตัวเองไว้ในอดีตอย่างนั้นหรือ พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

“จำความเจ็บปวดที่เคยเผชิญเมื่อตอนเป็นเด็กไม่ได้แล้วเหรอ ใครทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของเรา นายเคยสัญญาว่าถ้าโตขึ้นจะล้างแค้นคน ๆ นั้น”

ตั้วขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่เด็กชายพูดถึง สิ่งที่เขาในวัยเด็กและเด็กชายตรงหน้าแตกต่างกันคงเป็นบุคลิกนิสัยใจคอ ครั้งยังเล็กตั้วเป็นเด็กร่าเริงสดใส พาน้องชายออกไปเล่นซนโน่นนี่นั่นไปตามประสา ผิดกับเด็กชายที่ปั้นหน้าตายไร้อารมณ์ความรู้สึกและพูดจาเป็นจริงเป็นจังผู้นี้

“งั้นฉันจะช่วยให้นายนึกเรื่องทุกอย่างออก”

พลันรอบข้างของตั้วเต็มไปด้วยแสงสว่างหลายสีที่ประกอบเข้ากันเป็นภาพสามมิติฉายบนอากาศ ล้วนเป็นภาพของเขาในวัยเด็กทั้งสิ้น ไม่ใช่สิ เป็นภาพของเด็กชายคนนี้ต่างหากเพราะเด็กในภาพไม่ยิ้มแย้มอัธยาศัยเลย ภาพสามมิติค่อย ๆ ทวีคูณเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกมันขยายอาณาเขตราวกับว่าเป็นการก่อเกิดจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล

จากนั้นภาพทั้งหมดก็บิดเกลียว โลกในความฝันที่ตั้วยืนอยู่บิดเบี้ยว ภาพต่าง ๆ นานาประดาเข้ามาในหัวของเขาทีละหลายพันหลายหมื่นภาพ มันมากเกินไปที่สมองของเขาจะรับได้ไหว ทำให้เขาเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงขึ้น ความเจ็บปวดทวีขึ้นเรื่อย ๆ ภาพหลายล้านภาพยังแล่นเข้าหัวอย่างต่อเนื่อง

เจ็บปวดทรมานเหลือเกินรีบพาฉันออกไปจากความฝันบ้า ๆ นี้ที

อ๊าก ก ก!

เฮือก ก ก!

ตั้วสะดุ้งตัวโยน เมื่อหลุดออกมาจากความฝันได้สำเร็จ แรงสั่นจากเขาทำให้เตียงเหล็กที่นอนอยู่ลั่นเอี๊ยดอ๊าด ตอนนี้เขาอยู่ในห้องพักพิเศษในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลังมือข้างซ้ายถูกเจาะเพื่อฝังเข็มให้น้ำเกลือที่เส้นเหลือใหญ่ คอมีเฝือกแบบถอดออกได้ค้ำเอาไว้ แขนขวาทั้งแขนมีรอยถลอกที่ตกสะเก็ดกระจายอยู่เป็นหย่อม ๆ ญาติผู้มาเยี่ยมไข้สองคนที่นั่งอยู่บนโซฟารีบลุกขึ้นมาหา พร้อมใบหน้าเปี่ยมสุขที่เห็นชายบนเตียงฟื้นคืนสติสักที

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด “สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?”...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!