ฝันร้าย – ตอนที่ 1/4

Share

เด็กชายมาอยู่ในที่ไม่เคยคุ้น จำได้ว่าเมื่อครู่เขายังเล่นสนุกกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่ลานกว้าง สถานที่ตรงนี้มีเพียงเขาคนเดียวโดดเดี่ยวในความมืด อากาศรอบข้างอบอ้าว แต่ภายในร่างกายกลับรู้สึกหนาวเหน็บ เขาหวาดวิตกจนตัวสั่น หาสาเหตุที่มาของอาการไม่ได้ คงกลัวความมืดล่ะมั้ง

ขณะกำลังหวั่นใจในความมืด เด็กชายก็ตกใจที่จู่ ๆ มีบางสิ่งสากกระด้างคล้ายแผ่นไม้ไม่ได้ขัดเสี้ยนออก ตบฉาดอย่างแรงเข้าที่แก้มข้างซ้าย จนตัวเขาลอยล่องสู่กลางอากาศ ไม่นานนักร่างผอมบางก็ตกสู่หนองน้ำเสียงดังตูมใหญ่

หนองน้ำแห่งนี้ไม่ได้ใสจนเห็นฝูงปลาแหวกว่าย ไม่ได้มีสีเขียวเนื่องด้วยตะไคร่น้ำ ไม่ได้มีสีขุ่นของดินที่ละลายมาปน ทว่าหนองน้ำแห่งนี้กลับมีสีแดงฉานคล้ายสีของเลือด ร่างที่ดูไม่น่าจะหนักของเด็กชาย จมดิ่งสู่ก้นหนองไวปานมีเครื่องยนต์ฉุด

เด็กชายพยายามตะเกียกตะกายหนีเอาตัวรอดจากมัจจุราชสุดชีวิต เขาตะโกนร้องขอความช่วยเหลือตามที่สัญชาตญาณสั่ง แต่กลับไร้ผล ฟองอากาศไหลออกจากปอด ผ่านปากพุ่งขึ้นเหนือน้ำ กลายเป็นว่ายิ่งเร่งนาทีตายให้มาถึงเร็วขึ้น เขาสำลักน้ำเข้าไปเต็มปอด

แค่ก แค่ก แค่ก

เฮือก ก ก!

ร่างล่ำสันสูงยาวเด้งขึ้นจากเตียง เขาไอเหมือนสำลักน้ำทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรค้างอยู่ในลำคอ เพียงแค่ฝันไป ก็แค่ฝันร้ายเท่านั้น ตอนนี้เขาตื่นมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว ไม่เห็นต้องกลัวอะไร ภายในห้องนอนร้อนอบอ้าวจนเหงื่อไหลท่วมกาย ทำเสื้อกล้ามที่สวมอยู่เปียกชุ่ม

เสียงเครื่องปรับอากาศเครื่องเก่าที่มักครางหึ่ง ๆ เวลาทำงาน กลับเงียบกริบในเวลานี้ ไฟฟ้าดับแน่เลย ตอนนี้ข้างนอกฝนกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา แถวบ้านเขาไฟฟ้ามักดับทุกทีที่พายุฝนเข้า

ชายหนุ่มควานหาโทรศัพท์มือถือที่มักวางไว้บนหัวเตียงเวลาเข้านอน หยิบมันขึ้นดูเวลา ตอนนี้ตีหนึ่งกว่า ๆ แล้ว ไม่รู้เจ้าหน้าที่จะแก้ไขให้ไฟฟ้ากลับมาใช้ได้เมื่อไหร่ อย่างเร็วสุดคงเช้ามืดอีก 4-5  ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

ชายหนุ่มรำคาญเนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะของตนเอง เขาเปิดแอปพลิเคชั่นบนมือถือให้เปลี่ยนแฟลชเป็นไฟฉาย สำหรับใช้ส่องนำทางฝ่าความมืด เดินไปหยิบผ้าขนหนูที่แขวนไว้หน้าตู้เสื้อผ้า แล้วเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายอีกสักรอบ คืนนี้เขาคงหลับตานอนไม่ลงอีกแล้ว พยายามสลัดภาพฝันร้ายในหัวให้ไหลไปตามสายน้ำ แต่กลับทำไม่ได้


ไฟฟ้ากลับมาใช้ได้ไวกว่าที่คิด ประมาณตีสามเครื่องปรับอากาศบุโรทั่งก็ครางหึ่ง ๆ ขึ้นมาเอง ชายหนุ่มที่นอนไม่หลับพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงจำต้องลุกขึ้นมาปิดมัน ตอนนี้อากาศเย็นจนแทบต้องเอาผ้านวมมาห่มตัวแล้ว ฝนยังคงตก ไม่มีทีท่าจะหยุดลงง่าย ๆ

ชายหนุ่มเปิดไฟให้แสงสว่างทั่วถึงทั้งห้อง คว้ารีโมทโทรทัศน์แล้วกลับมานอนที่เตียง กดปุ่มเปิด ไม่นานภาพก็ฉายขึ้นบนจอ เป็นภาพยนตร์ไล่ล่าภาคต่อสุดมัน เขากดเพิ่มเสียงให้ลำโพงดังขึ้น กระนั้นก็ยังสู้เสียงฝนกระหน่ำด้านนอกไม่ได้อยู่ดี สายตาจับจ้องภาพเคลื่อนไหวตรงหน้า ทว่าจิตใจกลับคิดเหม่อลอย ไม่ได้จดจ่อกับเนื้อหาภาพยนตร์เลย

เครดิตท้ายเรื่องของภาพยนตร์ปรากฏขึ้นบนจอ หลังจากเนื้อหาคลี่คลายจนคนดูกระจ่าง พอดีกับฝนที่ขาดเม็ดลง ตอนนี้ตีห้าแล้ว เมฆหนาทึบสลายไปพร้อมฝน เผยแสงรำไรของวันใหม่ที่ขอบฟ้าทางทิศตะวันออก

ชายหนุ่มได้ยินเสียงก๊องแก๊งดังมาจากในครัวชั้นล่าง แม่ของเขาตื่นเช้าขึ้นมาหุงข้าวสำหรับทุกคนในบ้านที่มีกันอยู่ถึงหกคน มีตัวเขา พ่อ แม่ ตา ยาย และน้องชายร่วมท้องเดียวกันที่อายุห่างกันถึง 13 ปี

ชายหนุ่มกดปิดโทรทัศน์ที่รีโมท เดินออกจากห้องลงไปที่ชั้นล่างมุ่งตรงสู่ห้องครัว เห็นแม่ของเขากำลังซาวข้าวสำหรับหุงเช้านี้ ที่เตาอั้งโล่มีถ่านสีแดงลุกโชน แม้ครัวบ้านนี้จะมีเตาแก๊สแบบสมัยนิยม แต่แม่ของเขาไม่นิยมสมัย ยังชอบเสน่ห์ของเตาถ่าน กลิ่นควันไฟจาง ๆ ที่ติดอยู่กับเม็ดข้าว

ชายหนุ่มโอบกอดแม่จากด้านหลัง โน้นตัวแนบแก้มไว้ตรงไหล่ของแม่

“อุ้ย! ตั้วทำแม่ตกใจหมด อะไรกัน วันนี้ตื่นเช้าผิดกับทุกทีนะ”

“ตกใจเสียงฟ้าร้องน่ะแม่ เลยนอนไม่หลับจนถึงเช้า”

ผู้เป็นแม่ยิ้ม นึกถึงวัยเด็กของลูกชายคนนี้ก็อดเอ็นดูขึ้นมาเสียไม่ได้ สัก 5-6 ขวบ เธอและสามีพาเขาไปเที่ยวงานวัดครั้งแรก ในงานนั้นมีการปล่อยโคมลอยที่มีประทัดพ่วงท้าย เมื่อสิ้นสายฉนวนประทัดก็เผาผลาญตัวเอง ระเบิดเสียงดังตูมตาม เมื่อโคมหลาย ๆ ลูกถูกปล่อยขึ้นฟ้าพร้อมกันก็ประสานเสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาททั่วฟ้า เขย่าขวัญเด็กชายตัวน้อยจนร้องไห้โยเยน้ำตาไหล

“ปล่อยก่อนลูก ให้แม่หุงข้าวก่อน” ผู้เป็นแม่เกาะแขนลูกชายที่รัดเอวเธอไว้

ชายหนุ่มคลายมือออกอย่างว่าง่าย

“มีอะไรให้ช่วยไหมแม่?” ชายหนุ่มถามห้วน ๆ แต่แฝงน้ำเสียงออดอ้อนเอาใจ

“เราหุงข้าวเป็นเหรอ ไว้เดี๋ยวแม่หุงข้าวเสร็จไปจ่ายตลาดเป็นเพื่อนแม่นะ”

“ครับ”

ข้าวร้อน ๆ ใช้เวลาหุงสุกไม่นาน นงเยาว์หิ้วตะกร้าหวายออกมานอกบ้าน ลูกชายสุดที่รักของเธอนั่งควบบนรถจักรยานแม่บ้าน จอดรอเธอขึ้นซ้อนท้าย พร้อมปั่นพาไปตลาดสดใกล้บ้านที่อยู่ละแวกเดียวกัน

ฟ้าเริ่มสว่าง มองเห็นหนทางที่รถจักรยานจะผ่านไป ไม่นานสองแม่ลูกก็มาถึงตลาดสด แหล่งซื้อขายที่มีชีวิตชีวา ต่อรองราคาได้ ซื้อหรือไม่ซื้อค่อยว่ากัน ตอนนี้จวนหกโมงเช้าแล้ว ช่วงเวลาประมาณนี้คนจะพลุกพล่านที่สุด จะเริ่มซาลงตอนแปดโมงเช้าและตลาดวายในที่สุด ตลาดสดแห่งนี้เปิดแป๊บเดียวเอง เมื่อเทียบกับห้างสรรพสินค้า

ตั้วจอดรถจักรยานชิดถนนเหมือนคนอื่น ๆ อาจเกะกะขวางทางจราจรไปบ้างแต่รถรายังสัญจรกันได้อยู่ เพราะคนที่นี่นิยมใช้รถจักรยานเป็นพาหนะ รถจักรยานยนต์พอมีให้เห็นบ้าง ส่วนรถยนต์ในตอนเช้านั้นไม่มีเลย

“เช้านี้แม่จะทำกับข้าวอะไรบ้าง?” ตั้วถาม ระหว่างเดินเข้าตลาดไปพร้อมแม่ 

“แม่ว่าจะทำคะน้าน้ำมันหอย แกงเทโพและน้ำพริกกะปิ คุณตาแกบ่นอยากกินน้ำพริกกะปิมาหลายวันแล้ว”

“ผมถือให้นะแม่”

พูดแล้วตั้วก็คว้าตะกร้าหวายในมือแม่ไปถือแทน

“ขอบใจจ้ะ รีบเข้าไปกันเถอะเดี๋ยวคนแย่งซื้อหมด”

ตลาดสดแห่งนี้คึกคักด้วยร้านรวงแผงลอยและลูกค้า ที่นี่มีครบครันทั้งของสดของแห้ง ไม่ว่าจะผักนานาชนิดสำหรับทำผัดทำแกง เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ ไข่สารพัดขนาด เครื่องปรุง กะปิ ปลาร้า พริกแกง ปลาแห้ง กุ้งแห้ง เนื้อแดดเดียว และอื่น ๆ อีกมากมายสารพัด

สองแม่ลูกมาหยุดที่แผงขายผักเป็นร้านสุดท้าย หลังจากเดินรอบตลาดไปแล้วหนึ่งรอบได้ของสำหรับทำมื้อเช้ามาเกือบเต็มตะกร้าหวาย ผักที่ต้องซื้อจากร้านนี้ก็มีผักคะน้าและผักบุ้ง แม่ค้าเจ้าของแผงทักนงเยาว์อย่างคุ้นเคย

“วันนี้ลูกชายตามแม่มาจ่ายตลาดด้วยเหรอ เดี๋ยวนี้โตเป็นหนุ่มแล้วแทบจำไม่ได้” หันมาพูดกับตั้ว “สมัยก่อนที่มาวิ่งเล่นกับลูกชายน้า ยังตัวกะเปี๊ยกอยู่เลย แล้วนี่จะแต่งงานแต่งการเมื่อไหร่ล่ะ ลูกชายน้ามันมีหลานให้น้าอุ้มตั้งสองคนแล้วนา”

สารภาพว่าตั้วจำคุณน้าที่พูดจาสนิทสนมกับเขาคนนี้ไม่ได้แล้ว ตั้งแต่เขาเข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนในเมืองก็ไม่ได้ไปมาหาสู่เพื่อนบ้านเรือนเคียงอีกเลย เพื่อนที่เล่นด้วยกันสมัยเด็กก็ต่างแยกย้ายไปมีสังคมใหม่ของใครของมัน

“อ๋อ ผมยังไม่รีบแต่งหรอกครับ ไว้รอร้านที่เพิ่งเปิดเข้าที่เข้าทางกว่านี้ แล้วค่อยว่ากันอีกที”

“นั่นแน่ พูดอย่างนี้แสดงว่ามีแฟนอยู่แล้วใช่ไหม” แม่ค้าแผงผักพูดขึ้นอย่างรู้ทัน

ตัวยิ้มเขินอาย ไม่ได้เขินที่ถูกแซวว่ามีแฟนแล้ว แต่อายเพราะป่านนี้ยังหาคนรู้ใจไม่ได้ต่างหาก

“อิจฉาเธอนะแม่เยาว์ มีลูกเอาการเอางานแบบนี้ รู้จักทำธุรกิจก่อร่างสร้างตัว จนตอนนี้เธอไม่ต้องหาเช้ากินค่ำเหมือนฉันอีกแล้ว ดูลูกชายฉันสิ ดีแต่ทำเรื่องขายหน้าแม่มัน ตั้งแต่เกิดมามันไม่เคยหาเงินมาให้ฉันใช้เลยสักแดงเดียว มีแต่มันมาขอเงินฉันเอาไปซื้อนมซื้อผ้าอ้อมให้ลูก สงสัยฉันต้องขายผักเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานจนตายคาแผงนี้แน่เลยเชียว”


อาหารปรุงสุกใหม่ ๆ หอมกรุ่นพร้อมอยู่บนโต๊ะ สมาชิกทุกคนในบ้านทยอยมารวมตัวกันเพื่อรับประทานมื้อเช้าอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ตั้วปลื้มใจที่ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวในฝันของใครหลายคน

“โห… วันนี้มีน้ำพริกกะปิด้วย” ตาของตั้วเดินมาพร้อมกับยาย ร้องทักเมื่อเห็นกับข้าวบนโต๊ะที่ตนเองอยากกินมาหลายวัน

“เห็นคุณพ่อบ่นอยากกินมาหลายวัน วันนี้เลยทำให้กิน” นงเยาว์พูดพลางตักข้าวใส่จานให้ครบคน

“ไหน ๆ วันนี้มีอะไรกินบ้าง” หัวหน้าครอบครัวเดินเข้ามาร่วมโต๊ะเป็นคนสุดท้ายด้วยท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใส ผิดกับรูปร่างสมบุกสมบันน่าเกรงขาม

เมื่อทุกคนในครอบครัวได้รับจานข้าวครบก็เริ่มลงมือตักมื้อเช้าเข้าปาก อาหารฝีมือนงเยาว์อร่อยไม่เคยเปลี่ยน สมกับเคยเปิดร้านอาหารตามสั่งมากว่ายี่สิบปี

“ช่วงนี้การเรียนเป็นไงบ้าง” ตั้วหันไปถามน้องชาย

ตั้มกลืนอาหารในปากที่เคี้ยวจนละเอียดลงคอ ก่อนจะเอ่ยปากตอบคำถามของพี่ชาย

“ดีมากเลยครับพี่ ข้อสอบที่โรงเรียนไม่ยากเลย แถมโรงเรียนกวดวิชาที่พี่ตั้วให้ตั้มไปเรียนก็สอนละเอียดเข้าใจง่าย ตั้มมั่นใจว่าสอบติดโรงเรียนที่พี่อยากให้ตั้มเข้าแน่นอน” ตั้มน้องชายของตั้วพูดด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ

“ไว้นายสอบติดโรงเรียนที่พี่ว่าได้ พี่จะซื้อมือถือรุ่นล่าสุดให้เป็นของขวัญ”

“ซื้อวันนี้เลยก็ได้ ของแบบนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว ตั้มสอบติดที่นั่นแน่ ๆ น้องพี่ตั้วซะอย่าง”

“อย่าเพิ่งมั่นอกมั่นใจไปตาตั้ม เกิดสอบไม่ติดขึ้นมา พ่อจะให้มือถือรุ่นกระติกน้ำเครื่องเก่าของพ่อให้เป็นของขวัญปลอบใจแทน” พ่อแซวลูกชาย ดูแล้วน่ารักน่าอิจฉาในความอบอุ่นของครอบครัวนี้

“เอาไปขายให้พิพิธภัณฑ์เถอะครับ มือถือเครื่องนั้น” ตั้มว่า

“เออ… วันนี้ตั้วจะเข้าร้านกี่โมงล่ะลูก?” นงเยาว์ถามลูกชาย

“วันนี้จะเข้าเช้าหน่อยแม่ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จสักแปดโมงก็จะไปเลย”

“ดี ๆ งั้นลูกแวะบ้านลุงเชิดให้แม่หน่อยนะ แม่จะฝากมะม่วงสุกไปให้ป้าจันทร์หน่อย รายนั้นทำขนมหวานอร่อย จะได้เอามะม่วงสวนหลังบ้านเราไปทำข้าวเหนียวมะม่วง”

“ครับ แม่เอาไปใส่ไว้หลังรถกระบะผมเลย”


หลังจากรับประทานมื้อเช้าแสนอร่อยจนอิ่มแปล้ ตั้วก็เตรียมตัวไปทำงานที่ร้าน เขาขับรถกระบะสีบรอนซ์ทองออกจากบ้าน งวดหน้าเป็นงวดสุดท้ายที่จะผ่อนรถคันนี้หมด เป็นรถคันแรกในชีวิตที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง จากอาชีพสุจริต ไม่ได้กู้หนี้ยืมสินจากใครมาซื้อ

ก่อนจะเข้าไปที่ร้าน ตั้วไม่ลืมแวะนำมะม่วงมาให้ป้าจันทร์ถึงที่บ้าน ป้าจันทร์เป็นภรรยาของลุงเชิด ลุงเชิดเป็นพี่ชายของพ่อตั้วและตั้ม สองสามีภรรยามีลูกชายสองคน คนหนึ่งเป็นวิศวกรทำงานอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ อีกคนกำลังเรียนปริญญาโทอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ทั้งสองอายุมากกว่าตั้วห้าปีและสามปีตามลำดับ เมื่อก่อนพวกเขาเคยมาเล่นด้วยกันบ่อย ๆ แต่หลังพ้นวัยวิ่งเล่นห้อยโหนโจนทะยาน ลูกพี่ลูกน้องทั้งสองบ้านก็เลิกไปมาหาสู่ และห่างเหินกันในที่สุด จะเจอหน้ากันแค่ปีละครั้งคือวันสงกรานต์ตอนไปดำหัวที่บ้านคุณย่า

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต – 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล ที่คุณนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

ไอติมฮีลใจ ep นี้ มาแนะนำหนึ่งในหนังสือที่หลายสื่อยกย่องกันว่าโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 21 ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี 1999 และขายดีต่อเนื่องมานานกว่า 25 ปี ยอดขายรวมมากกว่า 15 ล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 92 ภาษา หนังสือเล่มนี้ผมรู้จักมาพักหนึ่งแล้วครับ เคยเห็นแต่ฉบับภาษาอังกฤษ พอเห็นว่ามีฉบับแปลไทยก็ซื้อเลยทันที หนังสือเล่มที่ว่านี้คือ The Monk Who...

4 ปี นรกในเขมร เรื่องจริงจากบันทึกของภรรยาท่านทูต ที่ชีวิตเหมือนตกนรกในช่วงยุคเขมรแดง

ไอติมเล่า ep นี้ มาสรุปเนื้อหาจากหนังสือ 4 ปี นรกในเขมร เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องจริงในยุคเขมรแดงจากบันทึกของยาสึโนะ นาอิโต หญิงชาวญี่ปุ่นที่เกิดในตระกูลซามูไร แต่งงานกับโศ ทันลัน นักการทูตชาวกัมพูชาที่เรียนจบจากฝรั่งเศส และถูกส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอนนั้นคุณนาอิโตะอายุ 23 ปี คุณโศอายุ 39 ปี และมีลูกติด 3 คนจากภรรยาเก่า...

จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เปลี่ยนคนที่ยังลังเลให้ซื้อทันที

สินค้าดี มีคนสนใจ แต่ทำไมไม่มีคนซื้อ? บางทีอาจเป็นเพราะสมองของลูกค้าไม่ยอมให้ซื้อก็เป็นได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Brain Audit จิตวิทยาการขายที่สมองปฏิเสธไม่ลง เขียนโดยฌอน ดีซูซา นักการตลาดที่พบว่าต่อให้ลูกค้าสนใจแค่ไหน แต่พวกเขาจะยังไม่ซื้อ จนกว่าสมองจะได้รับข้อมูลครบถ้วน และตามลำดับที่ถูกต้อง ฌอนบอกว่าสมองของคนเราทำงานเหมือนสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินครับ ตอนขึ้นเครื่องเราโหลดกระเป๋ามาด้วยทั้งหมด 7 ใบ พอลงจากเครื่องเราต้องมายืนรอให้กระเป๋าออกมาตามสายพาน...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด “สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?”...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!