เวลาล่วงเลยมาจนใกล้เที่ยงคืน นิตาและศกรต่างกลับบ้านไป ไอยรา มอด และแหววแยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องใครห้องมัน เหลือเพียงณเรศที่นอนเหม่อลอยมองน้ำในสระอยู่บนเตียงผ้าใบ แป้งหอมเดินมาหา ข้างหลังซ่อนอะไรไว้ แอบไม่ให้ณเรศเห็น “สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณณเรศ” แป้งหอมเอ่ย ณเรศชำเลืองมอง “อย่ามากวนประสาทฉันดีกว่า กลับห้องของเธอได้แล้ว” “ฉันยังไม่ง่วง วันนี้เป็นวันเกิดของคุณนะ คุณน่าจะมีความสุขสิ” “ความสุขของฉันหมดไปเมื่อสิบกว่าปีก่อนโน้นแล้ว” “ฉันได้ยินคุณพูดอย่างนี้มาหลายรอบแล้ว ทำไมเหรอ… เมื่อสิบกว่าปีก่อนมันเกิดอะไรขึ้นกับคุณ?” “เธอจะรู้ไปทำไม คนอย่างเธอเคยคิดจะสนใจเรื่องฉันด้วยเหรอ?”...
วันนี้เป็นวันหยุดจึงไม่ต้องรีบร้อนออกไปทำงาน หลังจากรับประทานมื้อเช้าร่วมกับไอยราที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว แป้งหอมก็ยกสำรับอาหารขึ้นไปให้ณเรศบนห้อง ก๊อก ๆ ๆ “คุณณเรศคะ ฉันเอาอาหารมาให้ คุณตื่นหรือยัง?” เงียบ… “งั้นฉันขออนุญาตเข้าไปในห้องคุณนะ” แป้งหอมถือวิสาสะเข้าไปในห้อง วางสำรับอาหารไว้บนโต๊ะ มองหาณเรศแต่ไม่เห็น ดีเลย… ไม่เจอก็ดีแล้ว เธอกำลังจะออกจากห้องนี้ “จะรีบไปไหน?” เสียงณเรศดังขึ้นมา เขาเดินออกมาจากห้องน้ำ แป้งหอมสะดุ้ง หยุดชะงักก่อนจะหันหลังกลับไป “เดี๋ยวก่อนสิ...
ไอยราเดินมาที่โต๊ะทำงานของแป้งหอม เธอมีเรื่องต้องบอกแป้งหอมและณเรศให้รู้ เมื่อมาถึงไม่พบใคร คิดว่าแป้งหอมคงอยู่ในห้องณเรศจึงเปิดเข้าไป แต่ก็ไม่พบใครสักคน “เอ๊ะ! สองคนนั้นหายไปไหน ป่านนี้แล้วยังไม่ขึ้นมากันอีก” ไอยราพูดแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายถึงณเรศ ตื๊ด… ตื๊ด… มอดที่กำลังเช็ดทำความสะอาดรถอยู่ที่บ้านประภากรณ์ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังอยู่ในรถจึงเข้าไปหยิบมาดู “อ้าว… คุณหนูลืมโทรศัพท์ไว้ในรถอีกแล้ว” มอดกดรับสาย ปลายสายพูดแทบจะทันที “ณเรศ ลูกยังไม่ขึ้นมาอีกเหรอ?” “เอ่อ… คุณนายครับ นี่มอดครับ” “อ้าว… มอดเหรอ?”...
ฝนพรำหลังจากเมื่อครู่ตกหนักอย่างไม่ลืมหูลืมตา การจราจรเบื้องล่างติดขัด ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เจอแต่ตึกรามบ้านช่องตั้งชิดติดกัน ดูแล้วรู้สึกอึดอัดใจ หญิงสาวคนหนึ่งกำลังรอชายหนุ่มฟื้น วันนี้เข้าวันที่ห้าแห่งการรอคอย แม้ศกรจะยังไม่ได้สติ แต่อาการก็ไม่ทรุดลงไปกว่าเดิม นิตาภาวนาอยากให้เขาฟื้นขึ้นมาเสียที หมอกสีขาวโพลนบดบังจนมองไม่เห็นสิ่งใด แท้จริงแล้วมันไม่มีสิ่งใดให้เห็นต่างหาก ในมโนภาพของศกรตอนนี้ว่างเปล่า พื้นสีขาวกำลังรอการแต่งเติม ภาพวันเก่าเริ่มปรากฏบนฉากสีสะอาด เริ่มจากจางจนค่อยเข้มขึ้นกลายเป็นชัด ภาพเขาเมื่อวัยเยาว์และคุณแม่ลอยเข้ามาในมโนสำนึก แม่ผู้เลี้ยงดูอุปถัมภ์ทะนุถนอมจนเขาเติบใหญ่เช่นทุกวันนี้ น่าเสียดายที่ท่านไม่มีโอกาสได้เห็นความสำเร็จของลูกชาย อ้อมกอดอันอบอุ่นที่หาที่ไหนในโลกไม่ได้อีก ตอนนี้เหมือนเขาได้สัมผัสมันอีกครั้ง อ้อมกอดที่คะนึงหา อ้อมกอดของแม่ผู้เป็นที่รัก แสงไฟจ้าจากหลอดไฟที่ติดบนเพดาน...
นิตาทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงศกร เธอจ้องไปที่ใบหน้าฟกช้ำของชายหนุ่ม สีหน้าแสดงออกถึงความกลุ้มใจบางอย่าง เธอพูดระบายออกมาให้คนที่ไม่ได้ยินฟัง “ทำไมคุณไม่ถูกตีให้ตายไปเลย อยู่ไปก็เดือดร้อนฉันแบบนี้” นิตาพูดด้วยสายตาและน้ำเสียงละห้อย ดูเธอก็เป็นห่วงเป็นใยเขาเหมือนกัน ยิ่งมองแผลของศกร ภาพวันก่อนของเธอและเขาก็วนเวียนขึ้นมาในสมอง ตอนวันที่ณเรศเข้าโรงพยาบาลแล้วขาเธอแพลง ศกรก็อุ้มแถมขับรถพามาส่งถึงบ้าน เย็นวันนี้เธอถูกโรคจิตลวนลาม ศกรก็เข้ามาช่วย ยิ่งนึกถึงมากเท่าไหร่ ใจของเธอก็เริ่มหวั่นไหว แต่ไม่นะ… เธอไม่ยอมปันใจให้คนที่ชอบพูดเหน็บแนมเธอหรอก ใจของเธอมีไว้สำหรับณเรศเพียงคนเดียวเท่านั้น เช้าวันใหม่เริ่มขึ้นอย่างสดใส นี่ผ่านมาสามวันแล้ว ศกรไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเลย สามคืนแห่งการรอคอย...
สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติเวลานี้คับคั่งไปด้วยผู้คน ทั้งผู้ใหญ่จูงลูกจูงหลานมาเที่ยว ทั้งวัยรุ่นหนุ่มสาวที่สนใจมาดูดารานักร้องขวัญใจของพวกเขา แม้ประตูเพิ่งจะเปิดให้เข้า แต่คนก็แห่มาจนเริ่มเต็มพื้นที่และยังคงทยอยมาเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าถ้างานเริ่มคนจะล้นทะลักออกนอกสถานที่จัดงานหรือเปล่า ขณะนี้บนเวทียังไม่มีการแสดง กระทั่งหญิงสาวร่างอ้อนแอ้นในชุดเดรสเข้ารูปสีขาว เดินออกมาหยุดกลางเวที ท่ามกลางเสียงปรบมือโห่ร้องด้วยความชื่นชม พี่นิตา! กรี๊ด… ดดด! “ขอบคุณค่ะ” นิตาโค้งคำนับ ฉีกยิ้มกว้างส่งความสดใส “ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีผู้ชมทุกท่านนะคะ ที่วันนี้เป็นเกียรติมาร่วมยินดีกับการเติบโตขึ้นอีกก้าวของโนว่า เอฟเอ็ม ดิฉันดีเจนิตาค่ะ” กรี๊ด… ดดด!...
ยามค่ำคืนในเมืองใหญ่ แป้งหอมยืนเอาไหล่พิงกับกระจกหน้าต่างในห้องพักฟื้นของณเรศ เอียงหน้าออกไปมองด้านนอกเห็นท้องฟ้าสีทะมึน ปราศจากแสงวับวาวของหมู่ดาวน้อยใหญ่ ผิดกับต่างจังหวัดที่เธอเคยอยู่ ก้มมองเบื้องล่างเห็นแสงไฟของรถราวิ่งแล่นบนถนนที่คดเคี้ยวสวนกันไปมา ชีวิตในเมืองใหญ่ช่างสับสนวุ่นวาย แป้งหอมเริ่มคิดว่าเธอไม่เหมาะสมกับชีวิตอย่างทุกวันนี้ วันเลวร้ายอย่างวันนี้ผ่านพ้นไปหรือยังนะ เรื่องที่ทำให้แป้งหอมไม่สบายใจเมื่อไหร่จะหมดสิ้นลง ทั้งเรื่องที่ณเรศและศกรทะเลาะกันเมื่อเช้านี้ เรื่องที่ณเรศขับรถชนต้นไม้ใหญ่ข้างทาง หรือเรื่องที่วันงานจัดแถลงข่าวโดนเลื่อนกำหนดการ แป้งหอมโทษทุกอย่างว่าเป็นความผิดของเธอ เธอเดินมานั่งข้างเตียงของณเรศ จ้องมองชายหนุ่มผู้ไม่ได้สติด้วยสีหน้าอ่อนใจ ตั้งแต่เธอเจอเขาก็มีเรื่องวุ่นวายให้ปวดหัวอยู่ตลอดทั้งสองฝ่าย เธอหลุดปากบ่นพึมพำระบายความรู้สึกออกมา “ฉันผิดเองแหละค่ะ ถ้าฉันไม่มายุ่งเกี่ยวกับชีวิตคุณ คุณคงไม่ต้องมานอนเจ็บตัวแบบนี้” แสงวันใหม่ส่องผ่านกระจกใส กระทบผนังสีขาวสว่างไปทั่วทั้งห้อง...
ช่วงเวลาทำเงินของโนว่า เอฟเอ็ม ช่วงเวลาที่มีผู้สนับสนุนแน่น ช่วงเวลายามบ่ายที่ทุกคนจะได้ยินเสียงใสสบายหูของนิตา นักจัดรายการสาวที่ร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ “วันเสาร์นี้เรามีนัดกันที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรตินะคะ มาเจอนิตาตัวจริงเสียงจริงได้บนเวทีภายในงาน ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากดารานักร้องชื่อดังที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสร้างความบันเทิงให้แก่ทุกท่านค่ะ อย่าลืม! เสาร์นี้ที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ฟรีตลอดงานค่ะ” นิตาแจ้วเสียงสดใสใส่ไมโครโฟน วันเสาร์ที่จะถึงนี้ จะมีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการใหม่ของโนว่า เอฟเอ็ม ที่ร่วมงานกับบริษัทดิเรกธานนท์ การเงินจำกัด สี่หนุ่มสาวอันเป็นเสาหลักของงานนี้ได้แก่...
เช้าวันใหม่แสนสดใส แป้งหอมในชุดสุภาพสำหรับออกไปทำงานเดินลงมาจากบันได ตรงเข้าห้องอาหาร พบไอยราซึ่งกำลังนั่งรับประทานมื้อเช้าบนโต๊ะตัวใหญ่อยู่คนเดียว “อ้าว… แป้งหอม แต่งตัวเสร็จแล้วเหรอจ๊ะ วันนี้แต่งตัวน่ารักเชียว” “ขอบคุณค่ะ แล้วคุณณเรศยังไม่ลงมาอีกหรือคะ?” “น้าให้แหววขึ้นไปตามแล้ว สงสัยจะยังไม่ตื่นอีกตามเคย” “งั้นเดี๋ยวหนูขึ้นไปตามอีกรอบให้นะคะ” ไอยราพยักหน้าแทนคำตอบ แป้งหอมเดินกลับขึ้นชั้นบน เดินตรงไปยังหน้าห้องณเรศ เธอเคาะประตูสามสี่ครั้ง ร้องเรียกไปหลายหน แต่ณเรศก็ยังไม่ขานรับเสียที ก๊อก ๆ ๆ “คุณณเรศ...