ผมไม่เข้าใจเลย…
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมลูกและภรรยาของผมถึงทำเรื่องน่ากลัวแบบนั้นลงไป
ครอบครัวของเราเป็นชนชั้นฐานะปานกลาง ตอนนี้ผมพยายามสุดความสามารถ เพื่อพาครอบครัวไปสู่ฐานะมั่งคั่ง ตัวผมทำงานในบริษัทส่งออกสินค้า เงินเดือนของผมเพียงคนเดียวสามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องทุกคนในครอบครัวได้ แต่ภรรยาของผมเป็นผู้หญิงหัวสมัยใหม่ ไม่ยอมอยู่บ้านเฉย ๆ รอขอเงินจากสามีใช้ เธอทำงานเกี่ยวกับเอกสารให้บริษัทแห่งหนึ่ง เราสองคนมีลูกชายด้วยกันเพียงคนเดียวอายุ 13 ปี เพิ่งเข้าเรียนชั้น ม.1 ในปีนี้
ลูกชายของผมคนนี้ค่อนข้างขี้อาย แต่ไม่มีปัญหาในการเข้าสังคม แกเป็นคนช่างคิด ช่างจินตนาการ เวลาไปไหนจะพกสมุดจดบันทึกไว้ด้วยเสมอ ยามว่างแกมักหยิบหนังสือสืบสวนสอบสวนที่ผมสะสมเอาไว้กว่า 300 เล่มมาอ่าน แทนที่จะเอาแต่เล่นเกมบนมือถือเหมือนเด็กคนอื่นทั่วไป
ครอบครัวของเราใกล้ชิดสนิทกันมาก แม้งานที่ผมทำจะหนัก แต่ผมก็พยายามเป็นสามีและพ่อที่ดี ครอบครัวเรามักไปเที่ยวด้วยกันในวันหยุด ที่เที่ยวที่เรามักไปกันจะไม่ไกลจากบ้านมาก บางทีก็เที่ยวตามเพื่อน ๆ ที่ถ่ายรูปอวดลงโซเชียลเน็ตเวิร์ก
หากไม่มีเวลาจริง ๆ อย่างน้อยเราจะออกไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ในห้างใกล้บ้าน ครั้งใดมีวันหยุดยาวติดต่อกัน เราจะออกไปเที่ยวต่างจังหวัด ทุกปีเมื่อผมได้รับโบนัสจากบริษัท ผมจะพาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศ ผมกล้าพูดได้เลยว่าครอบครัวของผมเป็นครอบครัวที่น่าอิจฉา
ลูกชายน่ารัก ภรรยาสวย สามีพึ่งพาได้
แต่ข่าวที่ทราบจากตำรวจวันนี้ทำผมแทบหยุดหายใจ ครอบครัวที่น่ารักอันประกอบไปด้วยลูกชายและภรรยาที่เพียบพร้อมนั้น ได้ลาจากผมไปโดยไม่มีวันหวนกลับ ผมเศร้ามาก คล้ายหัวใจสลาย ความเศร้าอัดอั้นตันอยู่ในอก จะระบายออกมาโดยการร้องไห้ แต่น้ำตาก็ไม่ไหลสักหยด ผมโหยหาครอบครัวเหลือเกิน โหยหาช่วงเวลาที่เราอยู่พร้อมหน้าและมีความสุขไปด้วยกัน จากนี้ไปมันไม่มีอีกแล้ว โลกนี้ได้ทิ้งให้ผมอยู่ตัวคนเดียว
ตำรวจนายหนึ่งโทรศัพท์มาบอกผมเมื่อเวลา 11.25 น. ผมจำเวลาแห่งความเจ็บปวดนั้นได้แม่น ตำรวจนายนั้นบอกให้มาชี้ระบุศพผู้ตาย ซึ่งคาดว่าคือลูกชายและภรรยาของผม ยามของบริษัทปุ๋ยเคมีพบศพของทั้งคู่อยู่ในโกดัง สภาพศพของภรรยาผมเต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งเกรอะกรัง เธอนอนไม่หายใจอยู่บนชั้นลอย ศพของลูกชายผมศีรษะส่วนท้ายแตกละเอียด คาดว่าน่าจะตกลงมาจากชั้นลอย ที่เหมือนกันคือทั้ง 2 ศพพบว่ามีร่องรอยของการต่อสู้ ข้อเท็จจริงนี้แหละที่ผมรับไม่ได้ ผมไม่อยากเชื่อว่าแม่ลูกสายเลือดเดียวกันจะต่อสู้ทำร้ายกันไปเพื่ออะไร ผมตั้งข้อสันนิษฐานว่า ทั้งสองอาจถูกคนร้ายไล่ล่าเข้ามาในโกดัง แล้วช่วยกันต่อสู้เอาตัวรอดจากผู้ร้ายจนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต
แต่หลักฐานจากกล้องวงจรปิดชี้ให้เห็นว่า เมื่อวานนี้ตั้งแต่สี่โมงเย็นเป็นต้นมา ไม่มีใครเข้ามาในโกดังนี้เลย นอกจากลูกชายและภรรยาของผม ผมตั้งข้อสันนิษฐานอีกว่าคนร้ายอาจซุ่มรอในโกดังอยู่แล้ว แต่ข้อสันนิษฐานนี้ก็เป็นอันตกไปเพราะตำรวจทั้งท้องที่ระดมหาตัวคนร้ายทุกซอกทุกมุมในโกดังแต่ไม่เจอใคร และโกดังหลังนี้มีทางเข้าออกเพียงทางเดียวเท่านั้น
ผมไม่มีทางเชื่อข้อสันนิษฐานของตำรวจที่ว่าลูกชายและภรรยาของผมทำร้ายกันเอง ผมขอร้องให้ตำรวจเรียกคนงานทุกคนของบริษัทปุ๋ยเคมีแห่งนี้มาสอบปากคำ บริษัทแห่งนี้มีคนงานสามสิบกว่าคนและเป็นผู้ชายเกือบหมด ผมไม่ได้เหยียดคนที่รูปร่างหน้าตา แต่พวกเขาเหล่านี้ดูเหมือนเป็นคนร้ายได้กันทุกคน
ระหว่างการสอบปากคำผมนั่งฟังด้วย ในใจภาวนาของให้ใครสักคนหลุดปากออกมาว่าคือคนร้าย เพื่อข้อสันนิษฐานบ้า ๆ ของตำรวจจะได้หลุดไป ผลการสอบปากคำ คนงานทุกคนล้วนมีพยานยืนยันว่าเวลาตอนเกิดเหตุอยู่ที่อื่น ไม่ได้อยู่ในโรงงาน
ผมไม่เข้าใจเลยว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร จะมีใครเจ็บปวดกับการอยู่คนเดียวเท่าผมในตอนนี้ไหม…
Leave a comment