นิยาย

รางวัลที่หนึ่ง – ตอนที่ 1/2

Share

ชายวัยรุ่นร่างกะหร่อง วิ่งซอกแซกไปตามซอกซอยในหมู่บ้านอันแออัด เพื่อหนีเจ้าหนี้ที่ยกพรรคพวกมาทวงเงินค่าพนักบอลที่มันค้างจ่าย กูรูฟุตบอลในเว็บไซต์บอกอย่างมั่นใจว่าปีนี้ทีมหงส์ไฟจะกลับมาคืน “ฟอร์ม” มันเชื่อตามนั้น จึงเดิมพันแบบจัดหนัก ผลสุดท้ายกลับเจ็บหนัก เพราะทีมหงส์ไฟถ่านหมดจนต้องคืน “ฟอร์มาลีน” ตกรอบแรกก่อนใครเพื่อน

ชายวัยรุ่นหนีกลุ่มคนอายุไล่เลี่ยกัน 2-3 คนที่ไล่ตามหลัง โชคดีที่พวกนั้นไม่ใช่คนในพื้นที่ คงรู้จักซอกซอยภายในหมู่บ้านนี้ไม่ดีเท่ามัน เดี๋ยวหลบซ้าย เลี้ยวขวา เข้าหลืบ มุดช่อง พวกนั้นคงงงว่ามันหายไปไหน แต่ยังไม่ทันได้หลบซ้ายก็มีพรรคพวกของเจ้าหนี้อีกคนขับรถจักรยานยนต์มาตัดหน้า แล้วถีบเข้ายอดอกอย่างแรง จนร่างกะหร่องล้มลงก้นกระแทกพื้น

ไอ้บอย ผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้ามือโต๊ะพนันบอลที่ทวงหนี้เหี้ยมโหดที่สุด เดินเข้ามากระชากคอเสื้อชายวัยรุ่นให้ลุกขึ้นจากพื้น

“แกคิดจะหนี้ฉันอย่างนั้นหรือไอ้ปี๊ด!” ไอ้บอยตะเบ็งเสียงใส่

“เปล่าครับพี่… ผมไม่ได้หนี   กำลังจะไปเอาเงินมาใช้หนี้ให้พี่ต่างหาก” ไอ้ปี๊ดตอบเสียงอยู่ในคอ เพราะกลัวเจ้าหนี้สุดโหดผู้นี้

“ไหนล่ะเงิน?” ไอ้บอยผลักไอ้ปี๊ดแล้วทำท่าแบมือรับเงิน

“กะ… กำลังจะไปหาครับ”

“ฮึ!” ไอ้บอยทำเสียงแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก จากนั้นมันอัดเข้าที่ท้องของให้ปี๊ดหนึ่งที ไอ้ปี๊ดจุกหน้าเขียวล้มลงกับพื้นเป็นครั้งที่สอง “ฉันให้เวลาแกสามวัน หาเงินมาใช้หนี้ฉันให้ครบทุกบาททุกสตางค์ แกรู้แล้วใช่ไหมว่าพวกที่เบี้ยวไม่ยอมจ่ายต้องเจอกับอะไร?”

ลูกน้องที่ติดตามไอ้บอยชูมือข้างที่นิ้วนางกับนิ้วก้อยด้วนให้ไอ้ปี๊ดดู มันเคยเป็นลูกหนี้ไอ้บอยมาก่อนและเบี้ยวไม่ยอมจ่าย   สุดท้ายหนีไม่พ้นและผลเป็นอย่างที่เห็น

“นิ้วละห้าพัน แกติดฉันสามหมื่นก็โดนตัดหกนิ้ว จะให้ฉันตัดนิ้วแกวันนี้เลยไหม?” ไอ้บอยตะเบ็งเสียงใส่หน้า ขู่ไอ้ปี๊ดจนกลัวหัวหด

“ยังครับ   อีกสามวันผมหาเงินสามหมื่นมาคืนพี่ได้แน่”

“มั่นใจอย่างนั้นก็ดี แต่ถ้าทำไม่ได้ ตัดสินใจมาเลยนะว่าจะให้ฉันตัดนิ้วไหนของแกทิ้งบ้าง”

ไอ้บอยทำเสียงเยือกเย็น แล้วมันกับพรรคพวกก็เดินจากไป ไอ้ปี๊ดลุกขึ้นมายืนตัวสั่นงันงกไม่ขยับไปไหน มันคิดไม่ตกว่าภายในสามวันนี้จะหาเงินสามหมื่นจากไหนมาใช้หนี้พนันบอลให้ไอ้บอย เฉลี่ยแล้วต้องหาให้ได้วันละหนึ่งหมื่น ความรู้ระดับหางอึ่งอย่างไอ้ปี๊ดจะมีงานอะไรที่ได้ผลตอบแทนมากขนาดนั้นให้ทำ ไปเป็นเด็กส่งยาไอ้ปี๊ดก็ไม่กล้า มันไม่อยากถลำลึกสู่สังคมดำมืดมากไปกว่านี้   หาเงินใช้หนี้งวดนี้ได้ มันจะเลิกอบายมุขทุกอย่าง คราวนี้เลิกจริง ๆ ไม่กลืนน้ำลายอย่างหลายครั้งที่ผ่านมาแล้ว

บรรยากาศคึกคักยามสายของตลาดสด อาจดูวุ่นวายในสายตาใครบางคน แต่ที่นี่เปรียบเสมือนชีวิตของใครหลายคน เพราะเป็นแหล่งทำมาหากินและพบปะเพื่อนฝูงร่วมอาชีพผู้ทำงานหาเช้ากินค่ำ สำหรับลูกค้า ที่นี่ยังมีเสน่ห์เสมอกับการได้พูดคุยต่อราคากับคนขายซึ่งหาความรู้สึกอย่างนี้ไม่ได้ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่

“ลดได้สามมัดยี่สิบเท่านั้นแหละ ถ้าไม่มีเงินก็ไม่ต้องซื้อ” น้ำเสียงไม่เป็นมิตรของป้าแช่มด่าลูกค้าที่มาต่อราคาผักแกอีกตามเคย

“ก็ได้ ๆ ยี่สิบก็ยี่สิบ   งั้นเอาหมดนี่สามมัด” สาวนางหนึ่งผู้เป็นลูกค้าพูดด้วยน้ำเสียงเปี่ยมจริต พร้อมยื่นธนบัตรยี่สิบบาทให้ป้าแช่มเป็นการแลกกับผักสามมัดในถุงพลาสติก “ผักชีกำเล็ก ๆ นี่ฉันขอแถมได้หรือเปล่า?”

“แหม… ของซื้อของขายกล้าขอฟรีกันดื้อ ๆ อย่างนี้เลยเหรอ ผักชีกำละห้าบาทจะซื้อหรือไม่ซื้อ ถ้าไม่ซื้ออะไรแล้วก็ออกไป อย่ายืนเกะกะขวางทางหน้าร้าน” ป้าแช่มพูดอย่างมะนาวไม่มีน้ำ ไม่แยแสลูกค้ารายนี้เลย

“ขี้เหนียวทั้งปีนะป้า ปากจัดอย่างนี้ระวังเถอะคนจะไม่มาซื้อ แล้วผักป้าจะเน่าทั้งแผง” ลูกค้าสาวแขวะป้าแช่มแล้วรีบเดินออกจากแผง ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่เธอก็เป็นลูกค้าประจำมาซื้อผักที่แผงของป้าแช่มแทบทุกวัน

“ไปเลยนะไปเลย! หนอย… มาแช่งฉันได้ยังไง ร้านฉันนี่แหละผักสดที่สุดในร้านแล้ว” ป้าแช่มด่าไล่หลังลูกค้าสาวแล้วเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนแคร่

“รำคาญจริงพวกต่อราคาเนี่ย ซื้อแค่ไม่กี่บาทจะให้ลดไปถึงไหน” ป้าแช่มบ่นกระปอดกระแปด พลางหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้ขึ้นมาอ่านระหว่างรอลูกค้า

“อ้าว… ฉบับนี้มีตรวจหวยด้วยเหรอ จะว่าไปงวดนี้เราก็ซื้อไว้ใบหนึ่งนี่นา”

ว่าแล้วป้าแช่มก็ล้วงถุงใส่เงินที่เหน็บตรงผ้าถุงออกมา แกหยิบสลากกินแบ่งที่ปะปนอยู่กับธนบัตรเพียงไม่กี่ใบ ออกมาเทียบตรวจกับตารางผลการออกรางวัลบนหนังสือพิมพ์

ป้าแช่มแกแปลกกว่าคนอื่นตรงที่แกชอบตรวจจากรางวัลเล็ก ๆ ไล่มารางวัลใหญ่ ครั้งนี้ก็เป็นอย่างเคย ตรวจมาถึงรางวัลที่สองแล้ว ตัวเลขบนสลากกินแบ่งของแกไม่คล้ายกับตัวเลขที่ถูกรางวัลเลย แกถอนหายใจยาว นิตยสารดาราเมาท์มันส์ทำนายไม่ถูกแล้ว ที่ว่าแกจะมีดวงได้ลาภก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิตช่วงกลางเดือนนี้

“ถูกกินอีกจนได้ ไอ้หมอไฝคราวนี้ดูดวงไม่แม่นแล้วโว้ย สงสัยคงจะได้เลิกซื้ออ่านซะแล้วมั้งไอ้นิตยสารดาราเมาท์มันส์เนี่ย” ป้าแช่มทิ้งหนังสือพิมพ์กับสลากกินแบ่งลงบนแคร่ ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจรางวัลที่หนึ่งเลย

แล้วสายตาของแกก็เหลือบไปเห็นชุดตัวเลขหกตัวสองชุดคล้ายคลึงกัน ชุดหนึ่งอยู่บนสลากกินแบ่งของแก อีกชุดอยู่ใต้ช่องรางวัลที่หนึ่ง

อย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง ป้าแช่มคว้าหนังสือพิมพ์กับสลากกินแบ่งมาดูใกล้ ๆ เพราะกลัวว่าอาการสายตายาวจะหลอนแกไปเอง

เห็นแล้วถึงกับช็อก!

ป้าแช่มถูกรางวัลที่หนึ่ง

ยี่สิบล้านบาท!

“กรี๊ด… รวยแล้วโว้ย อีแช่มรวยแล้วโว้ย” ป้าแช่มกรีดร้องดีใจ ลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้นรอบแผงผัก อย่างลืมอาการข้อเข่าเสื่อม ทุกสายตาในตลาดจับจ้องมาที่แกด้วยความสงสัย

รวมถึงสายตาของไอ้ปี๊ด เด็กหนุ่มที่ผู้คนต่างตราหน้าว่าเป็นเดนมนุษย์ มันมองสลากกินแบ่งในมือป้าแช่ม ด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความโลภ ปากที่ยิ้มแสยะเผยให้เห็นเศษปาท่องโก๋ซึ่งเคี้ยวไม่ละเอียด มันรู้แล้วว่าจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าพนันบอลที่ค้าง

สองล้อของรถเข็นผัก เคลื่อนผ่านพื้นดินลูกรังเข้ามาภายในบ้านของป้าแช่ม แกวางรถเข็นไว้ใต้ถุนบ้าน ตอนนี้ไม่ห่วงผักจะเน่าแล้ว สนใจอยากเอาสลากกินแบ่งไปขึ้นรางวัลมากกว่า อยากครอบครองเงินยี่สิบล้านอยู่เต็มทน

ป้าแช่มทิ้งก้นที่เต็มไปด้วยเซลลูไลท์ ลงกระทบกับแคร่ไม้ไผ่ใต้ถุนบ้าน บ้านหลังนี้สร้างมาห้าสิบกว่าปีแล้ว ตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่ค่อนข้างแออัด เพราะบ้านแต่ละหลังห่างกันไม่เกินสิบเมตร

ป้าแช่มไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว แกอาศัยอยู่กับหลานสาวอีกคนซึ่งเป็นลูกของน้องสาวต่างมารดา หลานสาวคนนี้ชื่อทราย ตอนนี้เป็นดาวมหาวิทยาลัย เรียนคณะครุศาสตร์ชั้นปีที่สอง ทุนการศึกษาทั้งหมดก็มาจากรายได้ขายผักของป้าแช่มล้วน ๆ

สายตาที่ยาวเพราะวัยล่วงเลย กลอกมองไปทั่วบริเวณบ้าน ป้าแช่มนึกถึงวันเก่า ๆ ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเล็กแสนซอมซ่อหลังนี้ จากนี้ไปชีวิตแบบนั้นคงสิ้นสุดลงเสียที เพราะป้าแช่มจะใช้เงินส่วนหนึ่งจากที่ถูกรางวัล มาเนรมิตบ้านสุดหรูยิ่งกว่าในละครอยู่กับหลานสาว พร้อมข้าทาสบริวารรายล้อม อีกส่วนจะยกให้หลานสาว เพื่อเป็นทุนการศึกษาต่อในต่างประเทศอย่างที่หลานสาวเคยวาดฝันไว้

ยิ่งคิดยิ่งเห็นภาพเป็นจริงขึ้นทุกที ป้าแช่มอดใจรอที่จะได้ครอบครองเงินยี่สิบล้านไม่ไหวแล้ว แกหยิบสลากกินแบ่งใบนั้นขึ้นมาเชยชมอีกครั้ง มุมปากเหยียดยิ้มออกมาอย่างมีความสุขก่อนจะเดินขึ้นบ้านเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปขึ้นรางวัล

ป้าแช่มสลัดเสื้อผ้า เปลี่ยนมานุ่งผ้าถุงกระโจงอกแทน ก่อนจะเข้าห้องน้ำแกเดินเอาสลากกินแบ่งราคายี่สิบล้านใบนั้นมาเก็บไว้ในลิ้นชักใต้ชั้นวางโทรทัศน์จอเล็กกะทัดรัด

ทุกอากัปกิริยาของป้าแช่ม ถูกจับจ้องอยู่ตลอดโดยไอ้ปี๊ดที่แอบหลบอยู่หลังต้นละมุด แค่แอบย่องเข้าไปหยิบสลากกินแบ่งออกมา โดยไม่ให้เจ้าของบ้านรู้ตัวคงไม่เสี่ยงติดคุกติดตารางหรอกมั้ง คิดดังนั้นแล้วมันก็กลืนปาท่องโก๋ลงคอ แล้วก้าวออกมาจากตรงนั้น   มุ่งเข้ามาในบ้านของป้าแช่ม หลังจากได้ยินเสียงน้ำตกกระทบพื้น

สองเท้าในรองเท้าเลียนแบบยี่ห้อดัง ผลิตจากจีนแดงย่างกลายเข้าใกล้ชั้นวางโทรทัศน์ที่มันหมายตาไว้แต่แรก เสียงอาบน้ำยังคงดังอยู่ มันจึงดำเนินการโจรกรรมอย่างใจเย็น

ลิ้นชักใต้ชั้นวางโทรทัศน์ค่อย ๆ ถูกลากออก ทันใดนั้นสองตาของไอ้ปี๊ดก็ลุกวาว เมื่อมันเห็นสลากกินแบ่งยับยู่ยี่อยู่ภายใน มือไม้ที่สั่นระริก ค่อย ๆ เอื้อมไปหยิบออกมาเป็นของตน

คลิก!

ไอ้ปี๊ดหันไปมองตามเสียง เห็นป้าแช่มในชุดผ้าถุงเปียกโชกเดินออกมาจากห้องน้ำ มันตกใจ ไม่คิดว่าป้าแช่มจะอาบน้ำเสร็จเร็วขนาดนี้ ส่วนป้าแช่มก็ตกใจที่พบว่ามีคนแอบย่องเข้ามาในบ้านแบบนี้

“ขโมย!” ป้าแช่มตะโกนร้องโหวกเหวก ปลุกสัญชาตญาณการหนีของไอ้ปี๊ดให้ตื่นขึ้น

ไอ้ปี๊ดตั้งหน้าตั้งตาวิ่งออกไปจากบ้านของป้าแช่มอย่างไม่คิดชีวิต และไม่ลืมที่จะหยิบสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลใบนั้นติดมือไปด้วย  “หยุด! เอาสลากกินแบ่งของฉันคืนมา” ป้าแช่มตะโกนไล่หลัง วิ่งตามไอ้ปี๊ดไปพร้อมผ้าถุงที่ยังเปียก

Share

Leave a Reply

What's New

เศรษฐีชี้ทางรวย ปรัชญาสร้างความมั่งคั่งจากบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดแห่งบาบิโลน

ถ้าพูดถึงเรื่องการเงิน หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน มีหลายอย่างที่ต้องทำความเข้าใจมากเกินไป แต่จริง ๆ แล้วแก่นหลักที่จะทำให้ใครสักคนมั่งคั่งมีแค่ไม่กี่ข้อเองครับ และเป็นเหมือนสัจธรรมด้านการเงินที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย หลักการเหล่านี้ก็ยังใช้ได้ดีอยู่ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ The Richest Man in Babylon ชื่อไทยมีหลายชื่อเลยครับ แล้วแต่ว่าตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ไหน ชื่อที่เห็นบ่อยคือเศรษฐีชี้ทางรวย หรือบุรุษผู้มั่งคั่งที่สุดในบาบิโลน เขียนโดยจอร์จ ซามูเอล...

Frankenstein: แฟรงเกนสไตน์ – เมื่อมนุษย์ทะเยอทะยาน ฝืนอยากเล่นบทพระเจ้า

ปีศาจสยองขวัญยุคคลาสสิก นอกจากแดร็กคูล่า มนุษย์หมาป่า และมัมมี่ ยังมีปีศาจจากเรื่องแฟรงเกนสไตน์ที่มีภาพจำเป็นปีศาจตัวยักษ์สีเขียว ทั้งตัวมีแต่รอยเย็บ ตรงขมับมีหมุดเหล็กปักอยู่ ไอติมบุ๊คคลับ ep นี้จะมาเล่าเรื่องจากนิยายไซไฟสยองขวัญเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ผลงานเขียนของแมรี เชลลีย์ (Mary Shelley) ซึ่งเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจมาก ไว้ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในตอนท้ายครับ ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankenstein)...

Suddenly Talented วิชาเก่งปุบปับ เทคนิคเรียนรู้จนกลายเป็นคนเก่ง แบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

ตั้งแต่เด็กเรามักถูกปลูกฝังว่า คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ไม่เท่ากัน หรือ ถ้าไม่เก่งตั้งแต่เด็กก็คงไม่มีวันเก่ง แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่า ความเก่งสร้างได้จากศูนย์ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Suddenly Talented: วิชาเก่งปุบปับ เขียนโดย ฌอน เดอซูซา (Sean D’Souza) ก่อนเข้าเนื้อหาของหนังสือ ผมขออธิบายความหมายของคำว่า Talented ก่อนนะครับ ความหมายแรกของคำนี้ที่คนมักนึกถึงคือ พรสวรรค์ แต่คำนี้ยังหมายถึงความสามารถได้ด้วยครับ เหมือนรายการโชว์ความสามารถ...

365 วิธี สมองดีขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เรื่องง่าย ๆ ที่หมอสมองอยากให้คุณทำทันที

สมองของมนุษย์มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเทียบเท่าหนังสือพิมพ์ 6 ล้านฉบับ กาแล็กซีทางช้างเผือกมีดาวประมาณ 100,000 ล้านดวง และสมองในกะโหลกเล็ก ๆ ของเรามีเซลล์สมองประมาณ 100,000 ล้านเซลล์พอ ๆ กันเลยครับ เซลล์สมองแต่ละเซลล์มีการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่น ๆ บางเซลล์มีแค่ไม่กี่จุด แต่บางเซลล์อาจมีมากถึง 10,000 จุดเลยครับ เมื่อรวมกันแล้วเซลล์สมองของเรามีการเชื่อมต่อกันมากถึง 100 ล้านล้านจุด แต่ละเซลล์สื่อสารกันตลอดเวลา...

Million Dollar Weekend ธุรกิจเงินล้าน สร้างได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ช่วงนี้หลายคนสนใจการเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียว ภาษาอังกฤษบางคนเรียกว่า Solopreneur บางคนเรียกว่า One-Person Business ความหมายของทั้งสองคำนี้คือ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนลงมือทำ บริหาร และตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแบบไม่จ้างใครเลย โดยเน้นใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยครับ ผู้ประกอบการตัวคนเดียวเป็นโมเดลธุรกิจที่จัดการง่าย มีความคล่องตัวสูงเพราะทำคนเดียว และใช้เงินลงทุนไม่มาก บางธุรกิจอาจเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาทเลยด้วยซ้ำครับ และธุรกิจตัวคนเดียวสามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลาออก ผมสนใจแนวคิดนี้และกำลังเริ่มศึกษา ได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มต้นเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการตัวคนเดียวครับ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Million...

ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ วิธีคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต แบบไม่ต้องทุ่มงบโฆษณา

ประเทศจีนถือว่าเป็นสนามประลองทางธุรกิจที่ดุเดือดมาก ด้วยความเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับสองของโลก และรายได้ของคนจีนก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจจึงผุดขึ้นมา เพื่อหวังให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเขา ดังนั้นทุกธุรกิจในจีนจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์มาต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากัน ผิดพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง จนการตลาดแบบจีนมีบทเรียนให้เราเรียนรู้ และเอาไปปรับใช้มากมายครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ ถอดรหัสการตลาดแบบจีน ใช้เงินน้อยแต่คนซื้อเยอะ เขียนโดยเสี่ยวหม่าซ่ง (Xiao Ma Song) กูรูด้านการตลาดเบอร์ต้น ๆ...

Related Articles

ชุดขาว – ตอนที่ 5/5 (จบ)

ถึงเวลาร้านปิด ทุกคนทะยอยกันกลับทางใครทางมัน กลุ่มของเหรียญยังมีสติกันครบ ยกเว้นหยวนที่หมดสภาพไปแล้ว ลำบากเหรียญและแบงค์ต้องหิ้วปีกกลับมาขึ้นรถของพี่ปอนด์ เหรียญกำชับให้เพื่อน ๆ หาถุงพลาสติกติดมือขึ้นรถไปด้วย เผื่อหยวนอ้วกระหว่างทางจะได้ไม่เหลือหลักฐานทิ้งไว้บนรถ ดูเหมือนฟรังก์จะติดใจบรรยากาศร้านในวงเหล้า ระหว่างทางกลับเธอเล่ามุกตลกที่โดนใจซ้ำให้เพื่อนในรถฟังอีกครั้ง คนระดับเธอมาเจออะไรแบบนี้เท่ากับได้เปิดโลกทัศน์เลยทีเดียว...

ชุดขาว – ตอนที่ 4/5

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้กับคนทุกระดับในสังคม แม้แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศเตือนนักศึกษาให้ขับขี่รถอย่างระมัดระวัง งดสังสรรค์จนดึกดื่น ตลอดเวลาหนึ่งภาคการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มีข่าวเกี่ยวกับผีชุดขาวให้ได้ยินไม่เคยขาด หลังสอบวิชาหนึ่งเสร็จ เหรียญและเพื่อน ๆ นัดกันกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารประจำคณะ กินไปพลางพูดเรื่องข้อสอบที่เพิ่งทำมา จนเข้าเรื่องผีชุดขาวในที่สุด “สักวันหนึ่งจะมีคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเราเจอผีชุดขาวไหมวะ?”...

ชุดขาว – ตอนที่ 3/5

ใกล้เวลาเรียนวิชาแรกเข้าไปทุกที อาจารย์ประจำวิชายังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง ระหว่างนี้มีนักศึกษาชายคนถึงลุกไปเปิดประตูห้องเรียนให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ทีแรกทุกคนนึกว่าเป็นอาจารย์ พากันเงียบกริบแล้วหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าแท้จริงแล้วเป็นอัฐ เพื่อนร่วมชั้นปี ชายหนุ่มร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่ตอนเข้าค่ายวันนั้นยังเห็นปกติสบายดี แต่ตอนนี้เขาต้องเดินกะเผกโดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุง ขาข้างขวามีเฝือกดามอยู่...

ชุดขาว – ตอนที่ 2/5

เล่าจบเพื่อนนักศึกษาใหม่ก็ส่งเสียงฮือฮา ขนลุกขนพองไปกับเรื่องที่อัฐเล่า ไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากเป็นต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น จะประคองสติไว้กับตัวเช่นใด เหรียญหัวเราะหึในลำคอ แววตาส่องประกายเหมือนคนจับโกหกคนอื่นได้ เขาหันหน้าไปคุยกับเพื่อน ๆ “นี่แบงก์ นายกลัวผีหรือเปล่า?” “ไม่รู้สิว่ากลัวไหม ไม่เคยเจอเองกับตัว...

error: Content is protected !!