เคล็ดลับยกระดับการนอน รวมเทคนิคช่วยให้หลับง่าย ไม่ตื่นกลางดึก สดชื่นหลังตื่นนอน

Share
Share

การนอนไม่เพียงพอส่งผลร้ายแรงต่อร่างกายมากกว่าที่คิด บางคืนที่นอนดึกแล้วตื่นเช้ามารู้สึกง่วง อาจถูกมองข้ามว่าเป็นแค่อาการนอนไม่พอเฉย ๆ แต่หากนอนไม่พอติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลให้ “ติดหนี้การนอน” ซึ่งทำให้สมองทำงานไม่ดี การติดหนี้การนอนทำให้เกิดอาการหลับใน ซึ่งเป็นภาวะหลับเป็นช่วงสั้น ๆ ไม่กี่วินาทีโดยไม่รู้ตัว หากเกิดขึ้นระหว่างขับรถก็เสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุได้

เมื่อนอนไม่พอจะทำให้หัวใจบีบตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดได้รับความเสียหาย นอนจากนี้ระบบเผาผลาญยังทำงานลดลง ระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลาย ทำให้ร่างกายไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้

นอกจากนี้การนอนไม่พอ อาจส่งผลให้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และทำสิ่งต่าง ๆ โดยขาดความยั้งคิด หากอารมณ์แกว่งอย่างรุนแรง เกิดอารมณ์ด้านลบมากจนเกินไปก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้ แถมการนอนไม่พอติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง ผู้ชายปริมาณอสุจิลดลง 29% ผู้หญิงปริมาณฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญของไข่ลดลง 20%

การนอนกินเวลา 1 ใน 3 ของชีวิตมนุษย์ มาทำให้ช่วงเวลาการนอนเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขกันครับ เพียงแค่นอนหลับสนิทก็สามารถช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว หนังสือ “100 เคล็ดลับยกระดับคุณภาพการนอน” จะช่วยแนะนำเคล็ดลับที่ช่วยให้หลับง่าย ไม่ตื่นกลางดึก สดชื่นหลังตื่นนอน หมดปัญหาไม่ตื่นในตอนเช้า หรือง่วงในตอนกลางวัน


บทที่ 1 เทคนิคการกินอาหารเพื่อปรับจังหวะการนอน

อาหารที่ดีต่อร่างกายก็ดีต่อการนอนด้วย ในผักกาดและกล้วยมีสารที่มีฤทธิ์ช่วยระงับประสาท ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียพบว่า หากกินอาหารที่มีไฟเบอร์มากในมื้อเย็นจะช่วยให้นอนหลับได้ดีและหลับลึก แต่หากกินไขมันหรือน้ำตาลในปริมาณมาก จะใช้เวลาเฉลี่ย 29 นาทีจึงจะหลับ และมีโอกาศตื่นกลางดึกสูงขึ้น อาหารที่มีไฟเบอร์ ตัวอย่างเช่น ถั่ว งา เมล็ดพืช สาหร่ายวากาเมะ ผัก เห็ด หัวมัน เป็นต้น

อาหารที่ช่วยคลายความเหนื่อยล้าที่แนะนำให้กินคืออกไก่ ซึ่งมี “สารอิมิดาโซลไดเพปไทด์” ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกอนุมูลอิสระทำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุของความเหนื่อยล้า ปริมาณสารอิมิดาโซลไดเพปไทด์ที่ควรกินใน 1 วันคือ 1,200 มก. ซึ่งมีอยู่ในอกไก่ 100 กรัม

หากร่างกายขาดวิตามินจะส่งผลให้สมองล้า ไม่กระตืนรือร้น รู้สึกเศร้าซึม ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นอนหลับได้ไม่ดี ผู้เชี่ยวชาญได้เน้นย้ำเป็นพิเศษว่าควรกินตับซึ่งเป็นสุดยอดวัตถุดิบ เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ โดยแนะนำให้กินสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง นอกจากนี้ควรพยายามกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น กระเทียม ผักสีเขียวและสีส้ม รวมถึงถั่วและงา เนื่องจากเมื่อรู้สึกเครียดจากการทำงาน อนุมูลอิสระจะสะสมและก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ในสมอง ทำให้สมองอยู่ในสภาพแก่ตัว จนอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการนอนหลับไม่เพียงพอ จึงควรคลายความล้าของสมองด้วยการกินอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

การกินซุปมิโซะในตอนเช้าจะช่วยให้ร่างกายตื่น เนื่องจากซุปมิโซะทำมาจากถั่วเหลืองที่อุดมไปด้วย “ทริปโทแฟน” ซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็น เมื่อทริปโทแฟนเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็น “เซโรโทนิน” ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท ช่วยให้สภาพจิตใจมั่นคงและพร้อมทำงาน และในตอนกลางคืนเซโรโทนินจะเปลี่ยนเป็น “เมลาโทนิน” ซึ่งเป็นสารที่ช่วยในการนอนหลับ เมื่อร่างกายของเราผลิตทริปโทแฟนเองไม่ได้ จึงจำเป็นต้องบริโภคจากอาหาร

พยายามกินอาหารเย็นในปริมาณที่ไม่มาก และกินก่อนเวลานอน 3 ชั่วโมง เพราะหากกินอาหารเย็นใกล้เวลานอน แม้จะเข้านอนไปแล้ว แต่อวัยวะภายในเช่นกระเพาะอาหารและลำไส้จะยังทำงานอยู่ เพื่อย่อยอาหารที่กินเข้าไป ทำให้อวัยวะภายในไม่ได้พักผ่อน จึงส่งผลต่อการนอนหลับได้เช่นกัน และการกินอาหารใกล้เวลานอนยังทำให้อ้วนอีกด้วย เพราะระหว่างนอนหลับร่างกายจะเผาผลาญพลังงานน้อยกว่าตอนตื่น ทำให้เผาผลาญพลังงานจากอาหารที่กินเข้าไปไม่หมด จึงถูกเก็บสะสมไว้ในร่างกายในรูปแบบของไขมัน

บางคนอาจไม่กินอาหารเย็นเพราะต้องการลดน้ำหนัก แต่ตกดึกกลับหิวและลุกมากินอาหารมากมาย สิ่งที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์นี้คือสารในสมองที่เรียกว่า “ออเร็กซิน” ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดความอยากอาหารและรู้สึกตื่นตัว หากไม่กินอาหารเย็น ร่างกายจะกระตุ้นการหลั่งออเร็กซิน ทำให้อยากอาหารและนอนหลับได้ไม่ดี

คาเฟอีนเป็นมิตรแท้สำหรับแก้ง่วง สิ่งที่ควรระวังคือระยะเวลาการออกฤทธิ์ของมัน โดยคาเฟอีนจะออกฤทธิ์สูงสุดหลังบริโภคเข้าไป 30 นาที และฤทธิ์ของมันจะค่อย ๆ ลดลง แต่บางครั้งคาเฟอีนก็ออกฤทธิ์ยาวนานถึง 10 ชม. ดังนั้นหากบริโภคคาเฟอีนต้องคำนวนเวลาที่จะเข้านอนให้ดี หากจะเข้านอนตอน 5 ทุ่ม เราจะบริโภคคาเฟอีนได้ถึงบ่าย 2 โมง นอกจากกาแฟ ชา และเครื่องดื่มชูกำลังแล้ว คาเฟอีนยังพบในช็อกโกแลตที่มีเปอร์เซนต์ของโกโก้สูง และอยู่ในผงโกโก้ชงดื่มด้วย

การดื่มชาคาโมไมล์ช่วยให้ผ่อนคลายและนอนหลับได้ดี ในชาคาโมไมล์อุดมด้วยสาร “อะพิจีนิน” ซึ่งจะจับตัวกับกาบาที่เป็นสารสื่อประสาทในสมอง ออกฤทธิ์กดการทำงานของระบบประสาท เราจึงรู้สึกง่วงไปเองตามธรรมชาติ นอกจากนี้การดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำขิงอุ่นก็ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้หลับได้สนิทยิ่งขึ้น


บทที่ 2 เทคนิคการออกกำลังกายที่ช่วยให้หลับสนิท

หลายคนคิดว่าการออกกำลังกายหนัก ๆ จะช่วยให้นอนหลับได้ดีกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกาย แต่การออกกำลังกายหนักเกินไปจะให้ผลตรงข้าม ตอนที่เหนื่อยล้าเราควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ที่ทำให้ชีพจรเต้นเร็วหรือเหนื่อยจนหอบ บางคนอาจรู้สึกว่าเมื่อเหงื่อออกแล้วจะสดชื่น แค่ความสดชื่นนั้นเกิดจากอาการ runner’s high ที่จะคงอยู่ชั่วขณะ แต่ความเหนื่อยล้าสะสมยังคงอยู่

เราควรให้ความสำคัญกับช่วงเวลาที่ออกกำลังกายด้วย โดยควรออกกำลังกายให้เสร็จก่อนนอน 2-3 ชม. เนื่องจากหากออกกำลังกายใกล้เวลานอน ระบบประสาทซิมพาเทติกจะทำงานมาก ทำให้ตาสว่าง การออกกำลังกายที่แนะนำคือ การเดินออกกำลังกายเบา ๆ และการยืดเส้น

เพื่อให้หลับสบาย การผ่อนคลายร่างกายเป็นสิ่งสำคัญมาก ระหว่างวันเราอยู่ในท่าเดิมติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี การยืดเส้นก่อนเข้านอนช่วยคลายกล้ามเนื้อทั่วร่างกายที่อยู่ในสภาวะเกร็งให้ผ่อนคลายและหลับสบาย ควรทำเป็นนิสัยเพื่อปรับร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อนโดยไม่ต้องฝืน

วิธียืดเส้นผ่อนคลายร่างกายเพื่อให้หลับสบาย

  1. สะบัดมือและเท้าเพื่อคลายความเกร็งทั่วร่างกาย
  2. หมุนคอ ข้อมือและข้อเท้าเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
  3. หมุนไหล่ซึ่งเป็นส่วนรับน้ำหนักของแขนเพื่อคลายความล้า
  4. คลายสะโพกโดยการนอนราบแล้วยกขาขึ้น หรือนั่งแล้วก้มไปข้างหน้าเพื่อยืดบริเวณสะโพก
  5. นอนหงายแล้วกางแขนทั้ง 2 ข้าง จากนั้นยกเข่าขึ้นข้างหนึ่ง บิดเข่าข้างที่ยกขึ้นไปไขว้อีกด้าน บิดศีรษะไปทิศตรงข้ามกับเข่า ค้างไว้ 10 วินาที แล้วสลับข้าง

สำหรับคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นนิสัย ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้วิ่งเหยาะช้า ๆ ด้วยความเร็ว 3-5 กม./ชม. เป็นเวลาต่อเนื่อง 30 นาทีขึ้นไป สามารถทำได้โดยไม่ต้องอบอุ่นร่างกายก่อน ช่วยเผาผลาญพลังงานมากกว่าการเดินถึง 2 เท่า ช่วยให้หลับสบาย ช่วยลดน้ำหนักและบรรเทาโรคที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย

หลังนั่งโต๊ะทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน สามารถหมุนไหล่เพื่อคลายความเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกสะบัก ทำให้รู้สึกสดชื่น ทำได้โดยการใช้ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างแตะไหล่ แล้วหมุนข้อศอกไปด้านหลังเป็นวงกว้าง ควรพยายามผายอกออก หมุนไหล่ไปข้างหน้าและหลังรอบละ 20 ครั้ง กล้ามเนื้อที่เกร็งอยู่จะคลายออก เลือดไหลเวียนดีขึ้น

หลายคนที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ จะเกิดอาการล้าของดวงตา เราสามารถฟื้นฟูความล้าของดวงตาได้โดยการใช้ผ้าขนหนูอุ่นมาประคบที่ดวงตา โดยนำผ้าขนหนูชุบน้ำหมาด ๆ แล้วอุ่นด้วยไมโครเวฟประมาณ 1 นาที


บทที่ 3 กิจวัตรที่ช่วยยกระดับคุณภาพการนอน

หากต้องการปรับเวลาของนาฬิกาชีวิต การตื่นเป็นเวลาสำคัญกว่าการนอนเป็นเวลา ปกติคนเราจะรู้สึกง่วงขึ้นอยู่กับเวลาที่ตื่นนอน หากตื่นสายกว่าเมื่อวาน 1 ชม. ก็จะรู้สึกง่วงช้ากว่าเดิม 1 ชม. เช่นกัน ที่เรานอนไม่หลับเพราะตื่นสายในวันหยุดก็เพราะเหตุนี้เอง

การแช่น้ำอุ่นช่วยปรับอุณหภูมิภายในของร่างกาย หากแช่น้ำอุ่นอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 15 นาที ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 0.5 องศาเซลเซียส จากนั้นร่างกายจะเริ่มระบายความร้อนออกทางมือและเท้า ทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายเริ่มลดลง ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกง่วงนอน ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 90 นาทีในการลดอุณหภูมิร่างกาย ดังนั้นเมื่อต้องการนอนตอนเที่ยงคืน ต้องแช่น้ำอุ่นให้เสร็จภายใน 4 ทุ่มครึ่ง

หากไม่มีเวลาหรือไม่อยากแช่น้ำอุ่นทั้งตัว แนะนำให้แช่มือและเท้าในน้ำอุ่นประมาณ 43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะมือซึ่งเป็นอวัยวะที่ใกล้หัวใจ เลือดที่ได้รับความอบอุ่นจากบริเวณมือจะส่งไปถึงหัวใจ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นอย่างรวดเร็ว ปกติควรแช่ประมาณ 10 นาที แต่หากรู้สึกดีจะแช่นานขึ้นก็ได้ แต่อย่าแช่จนเหงื่อออก เพราะระบบประสาทซิมพาเทติกจะทำงานมาก ซึ่งส่งผลให้นอนหลับยาก

ฟูกนอนเป็นส่วนสำคัญในการนอนหลับสบาย หากใช้ฟูกที่ไม่เหมาะสมกับตัวเอง นอกจากคุณภาพการนอนจะลดลงแล้ว ยังอาจทำให้ปวดเอวหรือไหล่ง่ายอีกด้วย ปกติเมื่อเราอยู่ในท่ายืน หลังจะแอ่น 4-6 ซม. ส่วนตอนนอนจะเหลือ 2-3 ซม. เป็นลักษณะที่ไม่เป็นภาระต่อร่างกาย ก่อนซื้อฟูกควรลองนอนดูก่อน โดยตรวจสอบ 3 ข้อต่อไปนี้

  1. เมื่อนอนลงแล้วทั่วร่างกายไม่มีจุดที่เกร็ง
  2. หลังและสะโพกแนบสนิทไปกับเตียง
  3. นอนแล้วอยู่ในท่าทางที่ถูกต้องเหมือนตอนยืน

นอกจากนี้ควรลองพลิกตัว โดยตะแคงซ้ายขวาเพื่อตรวจสอบดูว่าพลิกตัวง่าย ฟูกที่ยุบมากจะให้ความรู้สึกดีเหมือนฟูกโอบร่างกายเราไว้ แต่จะพลิกตัวยากเพราะนิ่มเกินไปฟูกชนิดต่าง ๆ ล้วนมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ลองหาชนิดที่เหมาะสมกับตัวเองดูครับ

ความรู้สึกไม่สดชื่นหลังตื่นนอน อาจเกิดจากความสูงและทรงของหมอน โดยเฉพาะความสูงของหมอนส่งผลต่อท่านอนและการหายใจ หากหมอนสูงเกินไป ศีรษะจะอยู่ในท่าก้มตอนนอน ทำให้หลอดลมปิดจึงหายใจยาก ส่งผลให้กรนง่ายและนอนหลับไม่สนิท ทั้งยังทำให้ปวดคอหรือไหล่ ทำให้แก้มหย่อยคล้อยและคางเป็นชั้นอีกด้วย

หมอนที่ต่ำเกินไปทำให้นอนอ้าปากได้ง่าย ทำให้คอแห้ง เมื่อเชื้อไวรัสเข้าปากจะเป็นหวัดง่าย ความสูงของหมอนที่เหมาะสมคือหนุนแล้วศีรษะของเราอยู่ตำแหน่งเดียวกับตอนยืน เมื่อนอนหงาย คอควรตั้งอย่างเป็นธรรมชาติ

ทรงของหมอนควรเอื้อให้เราพลิกตัวได้ง่าย ทรงที่เหมาะคือขอบด้านซ้ายและขวาของหมอนสูงกว่าตรงกลางเล็กน้อย มีความกว้างกว่าศีรษะ 2.5-3 เท่า แนะนำให้เลือกหมอนที่แข็งมากพอจะรองรับคอไว้ได้อย่างมั่นคง

กลิ่นก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้นอนหลับได้อย่างผ่อนคลาย เพียงหยดน้ำมันหอมระเหยลงในสำลี 1-2 หยดแล้ววางไว้ข้างหมอนจะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น กลิ่นที่ใช้ง่ายและเป็นที่นิยม เช่น ลาเวนเดอร์ เหมาะกับคนที่อยากผ่อนคลายอย่างล้ำลึกและต้องการนอนหลับได้ดี, เปปเปอร์มินต์ ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง, ยูคาลิปตัส ให้ความรู้สึกสะอาด เย็นสดชื่น ช่วยให้หายอึดอัด, ส้ม เหมาะสำหรับตอนที่ต้องการปรับอารมณ์ให้สดใสและนอนหลับสนิท, เจอเรเนียม กลิ่นคล้ายกุหลาบ เหมาะสำหรับตอนที่ต้องการปรับระบบประสาทอัตโนมัติและฮอร์โมนเพศหญิง


บทที่ 4 เคล็ดลับการนอนที่ช่วยให้หลับง่าย

เพลงคลาสสิกหรือเสียงธรรมชาติช่วยให้นอนหลับง่าย สาเหตุที่เพลงคลาสสิกช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเพราะคุณสมบัติที่ทำให้เกิด “คลื่นสมองชนิดแอลฟา”

ระดับของแสงสว่างมีผลต่อความผ่อนคลายของร่างกายเรา เพื่อการนอนหลับให้มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ 5 โมงเย็นควรปรับไฟในห้องให้เป็นสีส้มเหมือนแสงแดดยามเย็น เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคืน หากปรับไฟเป็นสีโทนอุ่นและลดความสว่าง ระบบประสาทซิมพาเทติกจะค่อย ๆ ลดการทำงานลง นำร่างกายให้เข้าสู่โหมดพักผ่อน เมื่อถึงเวลา 1 ชม. ก่อนนอน ให้ลดความสว่างไฟลงเหลือครึ่งหนึ่ง หากปรับความสว่างให้เหลือประมาณ 150 ลักซ์ จะเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยให้นอนหลับได้ง่าย

ท่าที่ทำแล้วช่วยให้ง่วงคือนอนหงาย หลับตา กางแขนขาออกกว้างเท่าไหล่ หงายฝ่ามือแล้วหายใจเข้าออกลึก ๆ สามารถส่งผลให้ง่วงนอนได้ หากเริ่มคิดฟุ้งซ่านให้ระบายออกมาพร้อมลมหายใจ ท่านี้เป็นหนึ่งท่าโยคะที่ช่วยให้ผ่อนคลายสูงสุด

หากนอนไม่หลับอย่ากดดันตัวเอง หลายครั้งการนอนไม่หลับเป็นเพราะเหตุผลทางจิตวิทยา เมื่อหลับตานอนในที่มืด สมองจะคิดถึงเรื่องลบได้ง่าย จึงอาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ หากนอนไม่หลับอย่ากดดันตัวเองว่าต้องหลับให้ได้ เพราะจะยิ่งรู้สึกเครียด หากนอนไม่หลับจริง ๆ ให้ลุกขึ้นจากเตียง แล้วนั่งอ่านหนังสือหรือฟังเพลงในห้องที่ไม่ใช่ห้องนอน เมื่อรู้สึกง่วงจึงค่อยกลับไปนอนที่เตียง

การนอนกลางวันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงคุณภาพการนอนในตอนกลางคืน วิธีที่แนะนำคืองีบหลับ 15-30 นาที ในช่วงเที่ยงวันถึงบ่าย 3 โมง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราง่วงหลังกินมื้อเที่ยง แม้งีบหลับเพียง 15-30 นาที ก็ช่วยคลายความล้าของสมอง ทำให้มีสมาธิและสมองแจ่มใส แต่หากงีบนานกว่านี้จะส่งผลให้นอนไม่หลับในเวลากลางคืน

ผู้สูงอายุหลายคนอาจประสบปัญหานอนไม่หลับ ความจริงแล้วเวลานอนที่จำเป็นของเราจะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยเวลานอนที่เหมาะสมกับผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปคือประมาณ 6 ชม. มีคำแนะนำว่าเราควรอยู่บนเตียงเป็นเวลาไม่เกินเวลาที่นอนจริง +30 นาที แต่จากข้อมูลพบว่าผู้สูงอายุที่มีปัญหานอนไม่หลับจะใช้เวลาอยู่บนเตียงนาน

เนื่องจากการอยู่บนเตียงนานจะยิ่งทำให้นอนหลับไม่สนิท วิธีการที่จะทำให้หลับได้สนิทคือ การจำกัดเวลานอน แทนที่จะพยายามฝืนนอนเร็ว การนอนดึกตื่นเร็วกลับทำให้นอนหลับได้ดีกว่า และการนอนตุนเยอะ ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการนอนไม่พอในวันธรรมดา และยังทำให้รู้สึกไม่มีแรงในวันเริ่มต้นสัปดาห์อีกด้วย


บทที่ 5 ความผิดปกติด้านการนอนเป็นเรื่องน่ากลัว

อาการนอนไม่พอแตกต่างจากโรคนอนไม่หลับ อาการนอนไม่พอคือนอนได้แต่ตั้งใจไม่นอนเอง ส่วนโรคนอนไม่หลับคืออยากนอน แต่ร่างกายไม่ยอมหลับ จากสถิติพบว่าใน 9 คนจะมี 1 คนที่เป็นโรคนอนไม่หลับ โดยโรคนอนไม่หลับแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ประเภทแรกคือ “หลับยาก” ซึ่งพบมากสุด เป็นภาวะที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะหลับได้ อีกประเภทคือ “ตื่นบ่อย” เป็นภาวะที่ตื่นกลางดึกหลายครั้ง หากไม่รักษาจะทำให้เกิดอาการล้าระหว่างวัน ความกระตืนรือร้นและความอยากอาหารลดลง และเครียดเรื่องอาการนอนไม่หลับ ทำให้ยิ่งนอนไม่หลับกว่าเดิม จนเป็นวงจรอุบาทว์

หากนอนวันละมากกว่า 10 ชม. แต่ยังไม่หายง่วงให้สงสัยว่าเป็น “ภาวะนอนหลับมากผิดปกติที่ไม่ทราบสาเหตุ” ผู้ที่มีภาวะนี้จะง่วงอย่างรุนแรงระหว่างวัน หาสาเหตุไม่พบความผิดปกติทั้งคลื่นสมองหรือระบบประสาทอัตโนมัติ แม้จะไม่ทราบสาเหตุ แต่ผู้ที่มีภาวะนี้มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ชีวิต บางคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเล่นสมาร์ตโฟนก่อนนอน รวมถึงการนอนไม่เป็นเวลา

โรคลมหลับเป็นโรคทางระบบประสาทชนิดหนึ่งที่มักเกิดในคนอายุ 10-20 ปี อาการคือผู้ป่วยรู้สึกง่วงอย่างรุนแรงและหลับทันที ทั้งที่กำลังพูดหรือเดินอยู่ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่เชื่อว่าเกิดจากการขาดสารในสมองที่ชื่อ “ออเร็กซิน” ซึ่งมีหน้าที่คงภาวะตื่นตัวของร่างกายระหว่างวัน

การใช้ยานอนหลับมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงขึ้น ทีมวิจัยของนายแพทย์แดเนียล คริปเก เก็บข้อมูลอยู่ 2 ปีครึ่งแล้วนำมาเปรียบเทียบ พบว่าคนที่ใช้ยานอนหลับมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตถึง 4.6 เท่าของคนที่ไม่ใช้ยานอนหลับ แถมมีอัตราป่วยเป็นโรคติดเชื้อสูง การใช้ยานอนหลับไม่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเหมือนการนอนหลับตามธรรมชาติ


ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนจากหนังสือ “100 เคล็ดลับยกระดับคุณภาพการนอน” ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ราคา 265 บาท ใครที่กำลังประสบกับปัญหาการนอน อยากได้เคล็ดลับที่ช่วยให้ตัวเองนอนหลับได้ง่ายและมีคุณภาพ ลองหาเล่มนี้มาอ่านกันดูครับ แต่หากลองทำตามทุกวิธีในหนังสือแล้วยังไม่ได้ผล แนะนำให้เข้าไปปรึกษาจิตแพทย์ การพบจิตแพทย์เป็นเรื่องปกติเหมือนพบกับแพทย์ทั่วไป ไม่ต้องอายครับ

สนใจหนังสือ 100 เคล็ดลับยกระดับคุณภาพการนอน

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee:
https://s.shopee.co.th/BCnCKbH7q
หรือซื้อแบบ ebook:
https://www.mebmarket.com
ซื้อผ่านลิงค์เป็นการสนับสนุนช่องครับ

Share

Leave a comment

Leave a Reply

What's New

The Great Gatsby: แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่ – ความฝันที่เงินก็บันดาลให้ไม่ได้

The Great Gatsby วรรณกรรมอมตะของเอฟ สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F. Scott Fitzgerald) เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1925 จนถึงวันนี้ก็อายุ 100 ปีแล้วครับ เรื่องราวในเล่มเล่าถึงความรัก ความทะเยอทะยาน และความฟุ้งเฟ้อช่วงปี 1920s ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของเพลงแจ๊สครับ เรื่องราวจะดำเนินผ่านมุมมองของนิก คาร์ราเวย์ ที่เล่าถึงเจย์ แกตส์บี้...

พระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม คำสอนสู่ชีวิตที่มีความสุขในทุกวัน

พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกข์เพราะอยากได้รับการยอมรับ ทุกข์เพราะก้าวผ่านความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ ทุกข์เพราะสงสัยว่าความหมายของชีวิตนี้คืออะไรกันแน่ คำสอนของศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ พระพุทธเจ้ามีหลักคำสอนมากมายที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไอติมฮีลใจ ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือพระญี่ปุ่นบอกว่าโกรธคือโง่ โมโหทำไมโยม หนังสือที่รวบรวมคำสอนจากพระชาวญี่ปุ่นที่มีประโยชน์สำหรับเอาไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ บางคำสอนอาจช่วยชุบชูจิตใจในตอนนี้ของเพื่อน ๆ ให้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก็ได้ครับ ความหงุดหงิด บางทีคนเราก็เป็นทุกข์เพราะเผลอหงุดหงิดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่อู้...

คนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ ความลับในการทำให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว

ถ้าโลกนี้คือละคร การเปลี่ยนบทพูดแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เรื่องเปลี่ยนไปได้มหาศาลเลยครับ การโน้มน้าวใจคนถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์มานานมาก ๆ แล้ว เรียกได้ว่าการโน้มน้าวใจคนคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ แม้แต่คนที่มือใหม่มาก ๆ ก็สามารถศึกษาเรื่องจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจคน แล้วเอาไปใช้อย่างมืออาชีพได้ครับ ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือคนรู้จิตวิทยาไม่ต้องพูดเยอะ หนังสือเล่มนี้มีผู้เขียนถึง 3 คนเลยครับคือ โนอาห์ โกลด์สไตน์ (Noah Goldstein), สตีฟ...

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง อะไรหลายอย่างดูจะยากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเป็นคนหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหมดไฟกับสิ่งที่ทำอยู่ครับ ความเหนื่อยล้าคืออาการที่ร่างกายกำลังบอกอะไรเราบางอย่าง ซึ่งสาเหตุของความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้จากทั้งการทำงาน การกิน และการใช้ชีวิตครับ ep นี้ ไอติมจะพาเพื่อน...

Theranos สตาร์ทอัพลวงโลก คดีหลอกลวงครั้งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์

ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น Apple, Google, Facebook, NVIDIA และ Intel ครับ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งผลิตหัวกะทิมากมายมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้พวกเราได้ใช้ และเป็นศูนย์รวมของ Venture Capital หรือกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมจะอัดฉีดเงินให้กับสตาร์ทอัพที่มีไอเดียเจ๋ง...

The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” ละทิ้งทุกอย่าง แล้วหาสิ่งเดียวที่ทำแล้วพาไปสู่ความสำเร็จ

หนังสือหลายเล่มเสนอแนวคิดว่าให้ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเวลาทำแต่สิ่งสำคัญแค่ไม่กี่อย่าง แต่หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดที่สุดโต่งกว่านั้นมาก นั่นคือการตัดทุกอย่าง แล้วเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น ไอติมอ่าน ep นี้ มาแนะนำหนังสือ The ONE Thing กฎแห่ง “สิ่งเดียว” เขียนโดยแกรี เคลเลอร์ แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่เกิดจากการเลือกสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด แล้วทำมันให้ดีที่สุดจนสำเร็จครับ แกรีย้อนไปดูผลงานในอดีตของตัวเอง เขาพบรูปแบบสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด...

Related Articles

เทคนิคเพิ่มพลัง บอกลาความเหนื่อยล้า เติมร่างกายให้มีแรง ทำทุกสิ่งได้สำเร็จ

เพื่อน ๆ กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน-ทุกวันอยู่หรือเปล่าครับ? อาการแบบนี้ไม่ปกตินะครับ เพื่อน ๆ อาจคิดว่าใคร ๆ ก็เหนื่อยกันทั้งนั้น และความเหนื่อยล้านี้มีไว้แลกความสำเร็จ แต่ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยขนาดนั้นครับ ความเหนื่อยล้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดต่ำลง...

นาทีชีวิตฉุกเฉิน วิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรมีติดตัว เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินในวินาทีชีวิต

ทุกนาทีในชีวิตสามารถเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต เหตุการณ์ฉุกเฉินไม่เลือกสถานที่เกิด ไม่ว่าจะเป็นบนถนน ในห้างฯ หรือแม้กระทั่งบ้านของพวกเราเอง การมีความรู้เบื้องต้นในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่เหตุการณ์นั้นจะอันตรายถึงชีวิตได้ครับ ไอติมเล่า ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ อยู่ให้ได้ ตายให้ดี:...

อร่อยลวงตาย เบื้องหลังความอร่อยที่ทำให้เราหยุดกินไม่ได้ หนังสือที่จะทำให้เราตาสว่างเรื่องอาหารแปรรูป

โลกเราทุกวันนี้มีอาหารการกินที่สะดวกสบาย เทคโนโลยีอย่างอาหารแปรรูปทำให้เราเก็บอาหารเอาไว้ได้นานโดยไม่เน่าเสีย อุ่นซ้ำง่ายแค่ใช้เตาไมโครเวฟ มีรสชาติอร่อย ทำให้อยากกินบ่อย ๆ และราคาถูกกว่าการไปกินอาหารปรุงสดที่ร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีอาหารให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี หรืออาหารอิตาลีก็มีให้หยิบจากตู้แช่แข็งในห้างสรรพสินค้า...

สุดยอดวิธีใช้สมองของคนอายุ 30+ สมองไม่มีวันแก่ แค่ทำตามนี้ แล้วสมองจะดีขึ้นไปตลอดชีวิต

เพื่อน ๆ หลายคนที่อยู่ในวัย 30+ น่าจะเคยคิดว่าพออายุมากขึ้นสมองก็เหมือนจะเสื่อมลง รู้สึกว่าความจำแย่ลงกว่าสมัยเรียน แถมยังใช้เวลานานกว่าจะเรียนรู้อะไรสักเรื่องให้เข้าใจ แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งครับที่บอกว่าความคิดนี้ผิดมหันต์ สมองของคนวัยนี้อยู่ในสภาพที่ดีกว่าสมัยเป็นนักเรียนซะอีก ไอติมอ่าน ep นี้มาแนะนำเนื้อหาจากหนังสือ...

สรุปเนื้อหาและแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ ชวนเพื่อน ๆ มาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วันไปด้วยกันครับ

Copyright 2025 Aitim and Co. All rights reserved

error: Content is protected !!