ใจพันธนาการ

ตอนที่ 29

กลางขุนเขาที่แน่นไปด้วยต้นไม้สีเขียวสูงใหญ่ บรรยากาศแวดล้อมไปด้วยหมอกจาง ๆ ที่มีตลอดทั้งปี  วันนี้เป็นวันแถลงข่าวเปิดกิจการบ้านเนินดอยรีสอร์ท ณเรศเนรมิตที่พักอาศัยให้มาอยู่กลางบรรยายกาศเช่นนี้ได้อย่างลงตัว

ขณะนี้มีแขกผู้ใหญ่และนักข่าวหลายสำนักมากันคับคั่ง พวกเขาแบ่งกันนั่งล้อมโต๊ะที่มีอาหารท้องถิ่นของที่นี่

ไอยราเดินขึ้นมากลางเวที เธอพูดใส่ไมโครโฟน

“ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาร่วมวานเปิดบ้านเนินดอยรีสอร์ทในวันนี้ ดิฉันมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่จะนำเสนอรีสอร์ทแห่งนี้ให้ลูกค้าทุกท่านได้มาใช้บริการ เราสัญญาว่าจะดูแลทุกท่านเป็นอย่างดี ดิฉันขอใช้ชื่อเสียงของบริษัทดิเรกธานนท์การเงินจำกัดการันตีค่ะ” ไอยราพูดเสร็จก็ถอยลงเวทีไป

เสียงปรบมือตามมารยาทดังขึ้น ศกรที่อยู่ด้านล่างเดินควงแขนแป้งหอมอวดแขกผู้ใหญ่พร้อมแจกบัตรเชิญงานแต่งไปด้วย ทั้งคู่ยิ้มแย้ม แต่ใครรู้ว่าข้างในใบหน้าอันสดใสนี้ แป้งหอมได้ซ่อนความรู้สึกอึดอัดเอาไว้ข้างใน

เจ้าของผลงานอย่างณเรศ เดินทอดน่องอยู่ท้ายรีสอร์ท สีหน้าเขาดูไม่ยินดีกับผลงานที่ทุกคนต่างยอมรับ  ท่ามกลางบรรยากาศดี ๆ ปลอดโปร่งโล่งใจเช่นนี้ ช่างเหมาะสมเหลือเกิดที่ณเรศจะขบคิดเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิต

“ป๊าสวัสดีครับ!” เสียงสดใสดังขึ้นใกล้กับณเรศ เขาก้มลงมองก็เห็นเด็กชายร่างเล็กยืนยิ้มให้

“อ้าว… แทนใจ” ณเรศแทบจะยิ้มทันทีเมื่อเห็นหน้าเด็กชาย “ไม่เจอกันนานเลย หายไปไหมมา?” ณเรศทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมย่อตัวลงลูบหัวเด็กชายอย่างเอ็นดู

“ผมไม่สบายครับ แต่ตอนนี้หายแล้ว ป๊าไม่ต้องกลัวติดหรอก” แทนใจพูดไปอมยิ้มไป

จากการสังเกต ณเรศเห็นว่าแทนใจดูซูบผอมลงเล็กน้อย

“แล้วแทนเป็นอะไรไม่สบาย?”

“เป็นไข้หวัดธรรมดา ตอนไปหาหมอผมได้แค่น้ำหวานมากิน ไม่โดนฉีดยาเพราะผมไม่ดื้อ”

“งั้นเหรอ แล้วทำไมแทนไม่ไปกินของอร่อย ๆ ในงานล่ะ?”

“ผมไม่รู้จะไปขอใครดี มีแต่คนที่ผมไม่รู้จักทั้งนั้นเลย”

ณเรศยิ้ม

“ป๊าว่าเรามาวิ่งแข่งกันดีกว่า ใครวิ่งไปถึงต้นไม้ต้นนั้นก่อนชนะ”

ณเรศชี้ให้แทนใจมองไปที่ต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้า ซึ่งอยู่ห่างไปไม่เท่าไร

“เอาแล้วนะ เข้าที่! ระวัง! ไป!”

แทนใจออกตัววิ่งนำฉิวไปก่อน ณเรศค่อย ๆ ก้าวตามหลังไป  เด็กน้อยเป็นผู้ชนะ เขาจับต้นไม้ใหญ่ได้ก่อน  ณเรศเดินตามมาเห็นแทนใจหอบแฮ่กเสียงดังก็ตกใจ โผเข้าไปหา อาการของเด็กน้อยดูแย่จนน่าเป็นห่วง

“แทนเป็นอะไรหรือเปล่า?”

ไม่น่าเชื่อว่าเด็กที่เคยแข็งแรงอย่างแทนใจ วิ่งระยะใกล้แค่นี้ก็หอบแล้ว แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นแสดงอาการเหนื่อยอ่อนอย่างนี้เลย หรืออาจเป็นเพราะเด็กชายเพิ่งจะหายจากอาการไข้ก็เป็นได้ เขาจึงไม่ติดใจสงสัย

“ขึ้นขี่หลังป๊าดีกว่า”

ณเรศย่อตัว หันหลังให้เด็กชายขึ้นขี่ แทนใจแทบจะกระโดดเกาะหลังเขาทันที  แล้วณเรศก็ลุกขึ้นพาแทนใจชมพืชพันธุ์ต่าง ๆ บริเวณนี้ที่เด็กชายรู้จักเป็นอย่างดี

ช่วงกลางวันณเรศขับรถพาแทนใจออกไปที่ห้างเพื่อซื้อของเล่น จากนั้นก็เข้าร้านหนังสือซื้อสมุดภาพระบายสีอย่างที่แทนใจชอบ ก่อนกลับพวกเขาแวะกินไอติมคนละถ้วย

วันนี้ทั้งวันแทนใจมีความสุขมากกับการได้อยู่ใกล้ชิดผู้ที่ยอมให้เรียกว่าพ่อได้  ณเรศเองก็ดูมีความสุขมากเช่นกัน แทนใจเป็นเพื่อนคลายเหงาได้มากทีเดียว  เขายังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะรับอุปการะแทนใจไว้เป็นบุตรบุญธรรม ไว้รอพิธีแต่งงานเสร็จเมื่อไหร่ เขาจะรีบไปจัดการเรื่องนี้ทันที

กว่าจะกลับมาถึงบ้านเนินดอย อาทิตย์ก็พ้นขอบฟ้าไปแล้ว ณเรศเลี้ยวรถมาส่งแทนใจในรีสอร์ท  ตอนนี้ที่นี่ร้างผู้คนแลเว จะมีก็แต่ลุงเข้มซึ่งดูเหมือนกำลังตามหาหลานชาย  แทนใจรีบเปิดประตูรถ วิ่งแจ้นเข้าไปกอดผู้เป็นลุง

“หายไปไหนมาเจ้าแทน!” ลุงเข้มถามเสียงดุ

ณเรศลงจากรถมาชี้แจงให้ลุงเข้มทราบ “ผมต้องขอโทษลุงเข้มด้วยนะครับที่พาแทนใจออกไปโดยไม่ได้บอกก่อน”

“ถ้าไปกับคุณณเรศผมก็ไม่ว่าอะไรครับ”

“นี่ของฝาก ลุงรับไว้นะครับ” ณเรศยื่นถุงเสื้อผ้าที่ซื้อจากห้างให้

ลุงเข้มเกรงใจที่จะรับ แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธน้ำใจณเรศ

“คราวหลังคุณไม่ต้องซื้ออะไรมาฝากลุงหรอกครับ ลุงเกรงใจ”

“แค่นี้เองครับ ไม่มากมายอะไรหรอก แล้วนี่ทุกคนหายไปไหนหมดครับ?”

“อ๋อ… เห็นคุณไอยราบอกว่าจะไปส่งแขกที่โรงแรมในเมืองครับ พวกเพื่อน ๆ คุณก็ไปด้วยนะ”

ณเรศคิด แป้งหอมต้องอยู่กับศกรแน่ วันนี้เห็นสองคนนี้เกาะแขนกันแน่นอย่างกับปลาหมึก  เขาไม่ยอมให้ทั้งคู่มีความสุขเกินหน้าเกินตาเขา

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ณเรศลาลุงเข้ม โบกมือลาแทนใจแล้วรีบขึ้นรถ ขับมันออกไปอย่างรวดเร็ว

ที่โรงแรมระดับหรูที่สุดในจังหวัดนี้ ไอยราเปิดห้องพักสำหรับแขกที่เดินทางมาไกลหรือมาจากต่างประเทศ  สาเหตุที่ไม่สามารถพักที่บ้านเนินดอยรีสอร์ทได้ เพราะพนักงานที่นั่นยังไม่พร้อม จึงต้องให้มาพักที่นี่แทน

“ขอบคุณมากนะคะมิสเตอร์จอห์นที่อุตส่าห์มาร่วมงานของฉันในวันนี้” ไอยรากล่าวกับเพื่อนต่างชาติของเธอ

“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีมาร่วมงานเสมอ เพียงแค่คุณไม่ลืมเชิญผมก็พอ” มิสเตอร์จอห์นตอบด้วยภาษาไทยสำเนียงไม่ชัด

“ฉันไม่ลืมเพื่อนดี ๆ อย่างคุณหรอกค่ะ พักผ่อนเถอะนะคะ ฉันไม่รบกวนคุณแล้ว”

“ราตรีสวัสดิ์ครับ” มิสเตอร์จอห์นกล่าวแล้วโน้มศีรษะลงมาหอมแก้มไอยราตามธรรมเนียมฝรั่ง ก่อนจะเข้าห้องพักไป

ณเรศเดินเข้ามาฉุดแขนแป้งหอม เธอตกใจที่จู่ ๆ เขาก็โผล่เข้ามา

“ขอตัวเจ้าสาวแกเดี๋ยวนะ” ณเรศพูดกับศกรแล้วลากแขนแป้งหอมออกมาที่บันไดหนีไฟ

“อะไรของคุณคะ?” แป้งหอมสะบัดแขนให้พ้นจากพันธนาการของเขา

ณเรศไม่ตอบ ได้แต่มองตาเธออย่างอาลัย  ต่อจากนี้เขาคงไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเธอง่าย ๆ แบบนี้อีก

“คุณมีธุระอะไรคะ?”

ณเรศเงียบ ยังมองตาเธออยู่อย่างนั้น แป้งหอมอึดอัดใจ สะบัดหน้าจะเดินหนีเขา แต่เขาเอื้อมมือรั้งเธอไว้

“เดี๋ยวก่อนสิแป้งหอม”

แป้งหอมหันกลับมา

“คุณมีอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ หายออกมานานคนอื่นจะสงสัยเอา”

“กลัวไอ้ศกรจะเข้าใจเธอผิดเหรอ เธอคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะแต่งงานกับมัน?”

“ถ้าคุณยังจะพูดเรื่องนี้อยู่อีก ฉันขอตัวนะคะ”

แป้งหอมหันหลังจะเดินหนี ณเรศรีบมาขวางทางเธอ

“ตอบฉันมาก่อนสิ เธอรักไอ้ศกรจริงเหรอ?”

แป้งหอมหวั่นไหวกับคำถาม จะให้เธอตอบตามความจริงว่าเธอไม่ได้รักศกรงั้นเหรอ

“ตอบฉันมาสิว่าเธอไม่ได้รักมัน” ณเรศรบเร้า

“จะให้ฉันตอบอีกสักกี่ครั้งคุณถึงจะพอใจ ฉันตัดสินใจจะแต่งงานกับคุณศกร คุณโปรดเคารพการตัดสินใจของฉันด้วยค่ะ” แป้งหอมกระแทกเสียงใส่ณเรศ

“พูดดี ๆ กับฉันบ้างไม่ได้หรือไง?” ณเรศพูดเสียงนุ่มนวล

“ทำไมฉันต้องพูดดี ๆ กับคุณด้วย ในเมื่อคุณไม่เคยให้เกียรติฉัน ดูถูกเหยียดหยามฉันสารพัด มันสมควรแล้วไม่ใช่เหรอที่ฉันจะพูดจาอย่างนี้ใส่คุณบ้าง  แล้วไม่ใช่คุณเหรอคะที่ยัดเยียดให้ฉันรักกับคุณศกร ยังต้องมาถามอะไรอีก?”

“ฉันรู้ว่าเธอโกรธ ฉันแค่อยากให้เธอยกโทษให้ฉันสักครั้ง อภัยให้ฉันเถอะนะแป้งหอม” ณเรศคว้ามือเธอมากุมพลางบีบแน่น

“ฉันขอปฏิเสธ หวังว่าคุณจะไม่โกรธ” เธอสะบัดมือเขาทิ้ง

ณเรศอ่อนใจ ทำไมเธอไม่ลดอคติลงบ้าง

“เราจะพูดกันดี ๆ สักครั้งไม่ได้เลยหรือไง?”

แป้งหอมหันมามอง จ้องเขาแขม็งแล้วตอบเสียงหนักแน่น

“ไม่ได้ค่ะ!”

“แล้วเมื่อไหร่ที่ฉันจะได้รักเธอล่ะแป้งหอม?”

แป้งหอมจังงัง คำถามเมื่อครู่จริงจังหรือแค่ล้อกันเล่น เขาจะรักผู้หญิงที่เขาตีค่าต่ำได้เหรอ ความจริงแล้วเขาคิดยังไงกับเธอกันแน่ เธอชักจะสับสนเสียแล้ว ทำไมความรักถึงได้วุ่นวายแบบนี้ จึงรีบตอบคำถามนั้นอย่างไม่ทันได้ไตร่ตรองดีนัก

“คงเป็นตอนที่ฉันรักคุณมั้งคะ”

ณเรศหน้าจ๋อย

“งั้นคงไม่มีวันที่ฉันจะมีโอกาสได้รักเธอหรอกสินะ เพราะยังไงเธอก็ไม่คิดจะรักฉันอยู่แล้ว”

คำพูดตัดพ้อฟังดูหดหู่ของณเรศ ทำให้แป้งหอมพลอยเศร้าใจไปด้วย เธอเห็นเขาหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าด้านหลังกางเกง  มันเป็นตลับขนาดเล็กที่เปิดออกมามีแหวนวงเล็ก ๆ ซึ่งณเรศชอบหยิบมาดูอยู่ประจำ

“นี่เป็นแหวนที่ฉันจะใช้ขอเธอแต่งงาน แต่มันก็ไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่นั้นแล้ว  ฉันคิดอยู่นานว่าควรให้เธอดีไหม แล้วก็ตัดสินใจเอามันมาให้เธอวันนี้ เธอจะเก็บไว้หรือเอาทิ้งฉันก็ไม่ว่า แต่รับมันไปเถอะ”

ณเรศมอบแหวนให้แป้งหอม เธอไม่ยอมยื่นมือมารับ เขาจึงต้องยัดมันไว้ในมือเธอแล้วรีบเดินจากไป  หญิงสาวก้มหน้าลง มองแหวนที่เธอกำไว้แน่น พลางน้ำตาก็ร่วงผล็อย

ชายหนุ่มเดินออดมาจากชั้นนั้นด้วยความสิ้นหวัง ตอนนี้ไม่สามารถฉุดรั้งเธอได้แล้ว สิ่งที่เขาอยากทำวันนี้ก็ได้ทำแล้ว  เขาเดินลงบันไดหนีไฟมาได้ระยะหนึ่งนิตาก็โผล่ออกมา

“เป็นอะไรไปคะคุณณเรศ?” นิตาถาม

“ปะ… เปล่านี่”

“อย่าปฏิเสธดีกว่าค่ะ นิตาแอบฟังคุณคุยกับแป้งหอมจนรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว”

ณเรศยิ้มจาง “งั้นเหรอ คุณคงรู้แล้วสินะว่าผมชอบแป้งหอม ผมคงทำให้คุณผิดหวังมากใช่ไหม ขอโทษด้วยแล้วกันนะ”

นิตาฝืนยิ้มให้ณเรศ มันเป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความรู้สึกใด ๆ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นิตาเข้าใจและเชื่อว่าคุณต้องตัดใจจากแป้งหอมได้ ก่อนเราจะเข้าพิธีกัน  คุณอย่าเศร้าไปเลยนะคะ เอาเป็นว่าเราออกไปหาอะไรดื่มเพื่อลืมเรื่องทุกข์กันเสียหน่อยดีไหม?”

ณเรศพยักหน้า ก่อนนิตาจะจูงมือพาเขาเดินออกไป

เสียงเพลงดังอึกระทึกที่คนธรรมดาเข้าไปอาจรำคาญ แต่มันกลับปลุกใจคนเมาให้ลุกขึ้นมาเต้นปล่อยอารมณ์  แสงสีกระพริบวิบวาวทั่วสถานที่นี้ณเรศเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง  ที่นี่คือผับประจำของหมู่เพื่อนสาวของนิตา

“อ้าว… ดูสินั่นใครมา” ริต้าตะโกนขึ้น

“กรี๊ด… ยายนิตาพาหนุ่มคนเดิมมาเที่ยวอีกแล้ว” นุ่นพูดในมือถือแก้วไวน์

ข้างกายของทั้งสองสาวคือแฟนหนุ่มคนใหม่ของพวกเธอ

“ใครมันจะอย่างพวกเธอล่ะ เปลี่ยนผู้ชายเป็นว่าเล่นทุกอาทิตย์” นิตาแซวเพื่อนสาวพร้อมพาณเรศมานั่งร่วมวงด้วย

“แต่คนนี้รักแท้ของฉันจริง ๆ นะแก” นุ่นพูด

“ใช่ เขาคือรักแท้ รักเดียว และรักครั้งสุดท้ายของพวกเรา” ริต้าว่าพลางคลอเคลียแฟนหนุ่ม ที่เธอพูดอย่างนี้ได้เพราะสูญสติสัมปชัญญะให้แอลกอฮอล์ไปแล้ว

“ฉันเห็นแกสองคนพูดอย่างนี้กับผู้ชายทุกคนนั่นแหละ” นิตาพูดแล้วหันมาถามณเรศ “คุณจะสั่งอะไรดีคะ?”

“แล้วแต่คุณเถอะครับ” ณเรศตอบเสียงเรียบ สายตาของเขาเหม่อลอยไม่สนใจคนถามแม้แต่น้อย

นิตาถอนใจ รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ณเรศไม่เคยสนใจใยดีอะไรเธอเลย เธอทำทุกวิถีทางที่จะเรียกความสนใจจากเขา แต่ไม่เคยได้ผล


error: Content is protected !!