Header Ads

The Last One เกมโลกมืด 12 คนเล่น 13 คนตาย - โดนปกหนังสือเล่มนี้หลอกทั้งปกหน้าและปกหลัง


ขอนำทุกท่านเข้าสู่ "เกมโลกมืด"

รายการเรียลลิตี้ตามติดชีวิตผู้แข่งขันตลอด 24 ชั่วโมง กติกามีอยู่ข้อเดียว...

"คนสุดท้ายที่รอดชีวิตคว้าเงินรางวัลไปทั้งหมด"

ใจกลางป่าลึกของรัฐมิสซิสซิปปี "ซู" ต้องเข้าไปใช้ชีวิตกับผู้เล่นอื่นรวม 12 คน
ไม่มีใครรู้ว่าจะเจออะไร ไม่รู้กระทั่งว่าเกมจะจบลงเมื่อไหร่
อย่างเดียวที่รู้คือเกมกดดันและโหดขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้เล่นบางคนเริ่มกลัวจนสติแตกและถอนตัวไป

แต่แล้วจู่ ๆ ความดุเดือดในเกมก็อันตรธานหายไป บรรยากาศดูเงียบสงัดอย่างน่าขนลุก
ฉากที่รายการเนรมิตขึ้นมาทำให้รู้สึกหลอนจนเสียวสันหลัง
แม้แต่ "ศพคน" ในบ้านหลังหนึ่งก็ดูสมจริงอย่างน่าประหลาด

ไม่สิ...มันไม่ใช่แค่ของประกอบฉาก แต่เป็นศพคนจริง ๆ
ทันใดนั้นซูก็รู้ว่ากติกาของเกมเปลี่ยนไปแล้ว
นี่ไม่ใช่เกมที่มีกันแค่ 12 คนอีกต่อไป

"แต่เป็นเกมโลกมืด...12 คนเล่น 13 คนตาย!"

ข้างบนนี้คือเปรยปกหลังของหนังสือเล่มนี้ พออ่านจบแล้วจะบอกว่าปกหลังของหนังสือเล่มนี้โกหกชัด ๆ เริ่มเรื่องมาเป็นรายการเรียลลิตี้จริง มีคนแข่งทั้งหมด 12 คน แต่เป็นการแข่งขันที่มีบท มีการซักซ้อม ไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่ เกมไม่ได้โหดเหมือนอย่างปกหลังว่า ผู้เล่นที่สติแตกและถอนตัวไปทั้งเล่มมีคนเดียว

ประโยคที่ว่า ทันใดนั้นซูก็รู้ว่ากติกาของเกมเปลี่ยนไปแล้ว ไม่เป็นความจริง กว่าซูจะรู้ตัวคือเรื่องกำลังจะจบแล้ว ไอ้ที่บอกว่า นี่ไม่ใช่เกมที่มีกันแค่ 12 คนอีกต่อไป ก็โกหกชัด ๆ

ปกหน้าและเปรยปกหลังทำให้คิดว่านี่คือเกมเอาชีวิตรอดที่ตอนแรกมีกัน 12 คน แต่เล่นเกมไปเรื่อย ๆ กลับมีคนที่ 13 เข้ามาแทรกแซง และกติกาจากเดิมที่ต้องเอาชีวิตรอดในป่า เปลี่ยนมาเป็นต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากพวกเดียวกัน คนอ่านจะได้เห็นการฆ่า ลอบสังหาร การวางแผนอุบาย การใช้กับดัก ได้เห็นสัญชาตญาณดิบของมนุษย์เผยออกมาเมื่อต้องเข้าตาจน แต่ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คิดไปเองทั้งนั้นเมื่ออ่านเปรยปกหลัง ของจริงไม่ใช่อย่างนี้สักนิด

การเดินเรื่องของหนังสือจะสลับเล่าเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์คือ ช่วงที่ถ่ายทำเรียลลิตี้กับช่วงที่ซูออกมาปฏิบัติภารกิจคนเดียว ซึ่งช่วงถ่ายทำเรียลลิตี้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย เต็มไปด้วยความไร้สาระ ส่วนช่วงที่ซูออกมาคนเดียวก็พอทำให้คนอ่านสงสัยและอยากอยากต่อ แต่คนเขียนก็ลากยาวความอยากรู้อยากเห็นนี้ ไม่ยอมเปิดเผยอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้คนอ่านได้รู้เลย ทำเอาท้อและยิ่งคาดหวังสูงขึ้น แต่พอสรุปออกมาคือเละ ทุกอย่างอัดอยู่ 2-3 บทสุดท้าย ที่ปูมาทั้งเรื่องเพื่อประเด็นแค่นี้เหรอ ไม่คุ้มค่ากับการเสียเวลาอ่านเลย

ความรู้สึกต่อหนังสือเล่มนี้เหมือนมันคือหนังบล็อกบลาสเตอร์ที่ทุนสร้างมหาศาล นักแสดงโด่งดังคับคั่ง โปรโมทเลิศหรูอลังการ แต่ข้างในเป็นหนังนักศึกษาส่งอาจารย์ เป็นอีกหนังเล่มที่คาดหวังมากเกินไป แต่เนื้อในไม่ได้ถึงขั้นห่วยแตก จึงรอดจากการเป็นเล่มห่วยไปได้

ขับเคลื่อนโดย Blogger.