ดึกสงัดท่ามกลางบรรยากาศเปลี่ยว กลางเกาะเดี่ยวบนผืนทะเลกว้างใหญ่ หลังเสร็จจากมื้อค่ำ ณเรศก็ลากแป้งหอมเข้ามาในห้องนอน เพื่อพันธนาการเธอไว้ด้วยโซ่อีกครั้ง
“คุณไม่ต้องล่ามฉันไว้แล้วก็ได้มั้ง” แป้งหอมบ่น ขณะเธอนั่งบนเตียง ยอมให้ณเรศเอาโซ่ล่ามที่ข้อเท้าแต่โดยดี
ดูเหมือนณเรศไม่ได้สนใจฟังคำพูดเธอเลย
“วันนี้ฉันจะลดความยาวโซ่ลง เพื่อไม่ให้เธอเอาอะไรมาตีหัวฉันได้อีกเหมือนวันนี้” ณเรศพูด เขาใช้โซ่พันเสาต้นใหญ่หลายรอบเพื่อลดความยาวของมันลง
“ทำไมคุณยังล่ามฉันอยู่อีก?”
“กันเธอหนียังไงล่ะ”
“ฉันไม่หนีหรอกน่า… ไม่ไว้ใจกันหรือไง ลองเชื่อใจสักครั้งแล้วปล่อยฉันดู”
“ไม่เอา ฉันไม่อยากเสี่ยง”
ณเรศล็อกกุญแจ เขาลุกขึ้นแล้วเก็บลูกกุญแจเข้ากระเป๋าเสื้อ หันมากล่าวลาแป้งหอม
“ราตรีสวัสดิ์นะ”
“ฉันขอให้คุณเรือล่มกลางทะเล โดนฉลามรุมฉีกเนื้อด้วยเถอะ เพี้ยง!”
แป้งหอมเช่ง ยกมือขึ้นมาพนมเหนือศีรษะ
ณเรศยิ้มหยิ่ง ๆ ให้เธอ จากนั้นเดินออกจากห้อง แล้วเดินมาลงเรือที่ท่าซึ่งคนเรือนำเรือมาจอดรอรับ
เป็นเวลา 5 ทุ่มกว่า ณเรศขับรถเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้าน เขาลงจากที่นั่งคนขับ กำลังจะเดินเข้าบ้านก็พบว่ามี 3 คนยืนรออยู่ที่หน้าประตู
“กลับมาแล้วเหรอคะคุณณเรศ” นิตาระริกระรี้เข้ามากอดแขนณเรศ
“แกไปตามหาแป้งหอมมาใช่ไหม แล้วได้เรื่องอะไรบ้าง?” ศกรเอ่ยถามอย่างอยากรู้
ณเรศไม่ยอมสู้หน้าใคร ตอบอย่างกระอึกกระอัก
“เอ่อ… ฉัน… ฉันก็หาไปเรื่อย ๆ แหละ ได้ยินคนเขาพูดยังไงฉันก็ลองขับตามไปดู ตอนนี้ก็พอได้เบาะแสอะไรบ้างแล้ว”
“งั้นแกก็พอรู้แล้วสินะว่าแป้งหอมอยู่ที่ไหน บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ฉันจะรีบไปรับเธอกลับมา”
“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าเจอแป้งหอมแล้ว แค่บอกว่าพอรู้เบาะแสบ้างเท่านั้น”
“นั่นแหละ! แกรู้อะไรบอกฉันมาให้หมด ฉันจะจัดการสืบต่อเอง”
“เรื่องนี้ฉันอาสาทำคนเดียว ขอบใจแกมาก แต่ไม่ต้องยื่นมือมาให้วุ่นวายหรอก”
“ลูกพูดอย่างนี้ไม่ถูกนะณเรศ” ไอยราว่า “ศกรเขาเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของหนูแป้งหอม ดังนั้นเขาจึงมีสิทธิ์รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับว่าที่เจ้าสาวของเขา”
“ถ้าอยากรู้ก็ตามสืบเอาเองสิครับ ทำไมต้องมาชุบมือเปิบจากคนอื่นไปด้วย”
“พูดอะไรของลูกอย่างนั้นล่ะ เรื่องแค่นี้ทำไมต้องหวงด้วย ลูกไม่ได้เป็นอะไรกับหนูแป้งหอมนะ แม่ว่าปล่อยให้ศกรเขาจัดการเรื่องนี้ต่อดีกว่า”
“ฉันว่าแกเลิกคิดที่จะเอาชนะฉันก่อนเถอะ ชีวิตคนทั้งชีวิตนะ อย่าเอาแป้งหอมมาเป็นเครื่องมือที่จะทำให้แกเอาชนะฉันได้เลย” ศกรว่า
“ไม่ได้! ฉันทำมาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ยอมล้มเลิกเด็ดขาด แล้วก็รู้เอาไว้ด้วย ถ้าฉันอยากเอาชนะแก ฉันไม่จำเป็นต้องเอาผู้หญิงกระจอก ๆ อย่างยายนั่นมาเป็นเครื่องมือหรอก”
ณเรศปะทะสายตากับศกร ทั้งคู่ไม่ยอมซึ่งกันและกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว สายตาของศกรดูมุ่งมั่น แม้ณเรศจะไม่ยอมบอกเบาะแสอะไรเกี่ยวกับแป้งหอม แต่เขาจะตามหาว่าที่เจ้าสาวของเขาด้วยฝีมือตัวเองก็ได้
เช้าวันนี้ณเรศไม่เข้าทำงานอีกเช่นเคย เขาอ้างว่าจะออกไปตามหาแป้งหอม แท้จริงแล้วจะไปยังเกาะส่วนตัว สถานที่ซึ่งกักขังหญิงสาวไว้ต่างหาก
ตั้งแต่ขับรถออกมาจากบ้าน ณเรศรู้สึกเหมือนมีรถขับตามมา เขามองที่กระจกมองหลังเห็นรถเก๋งสีดำติดฟิล์มหนาขับตามมา นี่ขับตามมาจะครึ่งทางแล้ว ขืนไม่ทำอะไรต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่
ณเรศตัดสินใจเร่งความเร็วขึ้น หวังจะทิ้งช่วงจากรถคันนั้น แต่มันก็เพิ่มความเร็วด้วยเช่นกัน ขับตามมาประชิดจนได้ ชายหนุ่มเจ้าแผนการเห็นทางเบี่ยงข้างหน้าอยู่ลิบ ๆ เขาตัดสินใจเหยียบคันเร่งจนมิดเพื่อให้รถคันนั้นเร่งความเร็วตามมาให้ทัน เมื่อใกล้ถึงทางเบี่ยงเขาก็เสี่ยงหักโค้งกะทันหัน เลี้ยวเข้าทางเบี่ยงนั้น รถคันที่ตามมาไม่ทันเชิงจึงพุ่งเข้าชนท้ายรถบรรทุกอ้อยหน้ารถพังยับ ณเรศเบรกถอยรถกลับแล้วเข้ายังเส้นทางเดิม
ที่ห้องของศกร เขากำลังอบรมชายแปลกหน้าสองคนที่มีสภาพสะบักสะบอม ศกรตบโต๊ะโวยวายเสียงดังจนชายทั้งสองสะดุ้งโหยง
“พวกแกทำงานประสาอะไรกันห๊ะ! ให้สะกดรอยตามไอ้ณเรศแค่นี้ก็ทำมันรู้ตัวได้”
“แต่พวกเราตามไปแบบเนียนที่สุดแล้วนะครับ” ชายไว้หนวดพูด
“เนียนยังไงเป้าหมายถึงรู้ตัวได้แบบนั้น แกสองคนมันทำงานบกพร่องกันจริง ๆ”
“ขอโอกาสเราอีกสักครั้งเถอะครับ รับรองคราวหน้าจะไม่พลาดอีกแล้ว” ชายไว้เคราขอโอกาสใหม่
“ฉันไม่เสียเวลาให้โอกาสนักสืบกระจอก ๆ อย่างพวกแกอีกเป็นครั้งที่สองแน่ เอาล่ะหมดหน้าที่ของพวกแกแล้ว ออกจากห้องนี้ไปซะ”
“แต่… เรายังไม่ได้ค่าจ้างเลยนะครับ”
“ทำงานพลาดยังจะมีหน้ามาขอค่าจ้างอีกเหรอ มีแต่ไอ้นี่พวกแกจะเอาไปกินไหม?”
ศกรลุกขึ้นง้างกำบั้น
“มะ… ไม่เป็นไรครับ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ มีเรื่องอะไรก็เรียกใช้เราได้”
“ออกไปได้แล้ว”
ชายทั้งสองกุลีกุจอเดินออกจากห้องไป
ศกรทิ้งกายลงบนเก้าอี้พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เฮ้อ… ฉันจะเริ่มต้นตามหาเธอจากที่ไหนดีล่ะแป้งหอม”
ที่เกาะส่วนตัวของณเรศ ชายหนุ่มพาใบหน้าคร่ำเครียดเดินเข้ามาในบ้าน ในหัวมัวแต่นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า เขาคิดว่าต้องเป็นฝีมือของศกรแน่ เขาไขกุญแจเปิดประตูห้องซึ่งขังหญิงสาวเอาไว้ ท่าทางยังเหม่อลอยอยู่ แล้วก็ต้องสะดุ้งตื่นจากภวังค์เมื่อโคมไฟลอยเข้ามาหา เขารับมันได้ก่อนที่มันจะกระแทกหัวเขาแตก สายตาจ้องมองยังเบื้องหน้า เห็นแป้งหอมยืนจังก้าอยู่
“ทำอะไรของเธอ คิดจะฆ่าฉันให้ได้เลยใช่ไหม ขืนเธอยังไม่เลิกขว้างปาข้าวของแบบนี้อีก ฉันจะขนทุกอย่างออกจากห้องไปลอยลงทะเล แล้วดูว่าเธอจะนอนบนพื้นไม้แข็ง ๆ ได้ไหม?” ณเรศว่าให้แป้งหอม วางโคมไฟแล้วเข้ามาเขย่าตัวเธอด้วยอารมณ์ร้อนที่สะสมมาเมื่อเช้านี้
“ฉันจะไม่เลิกปาข้าวของใส่คุณจนกว่าคุณจะพาฉันกลับ อยากจะทำอะไรก็เชิญเลยนะอยู่ที่นี่ฉันก็เหมือนเป็นเชลยของคุณนั้นแหละ”
“ใช่! เธอมันเชลย รู้แล้วก็หัดทำตัวดี ๆ ให้สมกับที่ฉันออกแรงจับเธอมาขังที่นี่ซะบ้าง”
ณเรศผลักเธอ ก้มลงปลดพันธนาการที่ล่ามข้อเท้าของหญิงสาว หลังจากเป็นอิสระแป้งหอมก็ฉวยโอกาสนี้ผลักเขาแล้วรีบวิ่งไปที่ท่าเรือ หมายจะหนีเหมือนเมื่อวาน
มาถึงแป้งหอมก็แปลกใจ เธอเห็นแต่เรือจอดเทียบท่าไม่มีวี่แววของคนเรือเลย แต่ก็ไม่เป็นไร เธอกระโจนขึ้นเรือไว้ก่อน มองสำรวจที่เครื่องยนต์ เห็นคันชักเล็ก ๆ ก็พยายามออกแรงดึง
“เร็วสิ รีบติดเร็วเข้า”
แต่ก ๆ ๆ
แป้งหอมไม่ละความพยายาม
แต่ก ๆ ๆ
แป๊ก!
ณเรศทำเหมือนเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดอะไรขึ้นถูก เขาเดินตามมาอย่างอ้อยอิ่ง ไม่กลัวว่าเธอจะขับเรือหนี
“พยายามไปเถอะ สตาร์ทจนกล้ามขึ้นมันก็ไม่ติดให้เธอหรอก เรือลำนั้นน้ำมันหมดตั้งแต่ฉันขับมาถึงที่นี่แล้ว”
ได้ยินดังนั้นแป้งหอมก็เลิกล้มความตั้งใจ รีบลงจากเรือแล้วออกแรงวิ่ง วิ่งหนีเขาอีกครั้ง ณเรศยื่นมือไปคว้าตัวเธอไว้
“จะหนีไปไหนอีก ที่นี่มันบนเกาะ เธอจะหนีไปไหนได้”
“ไม่รู้หรอก แต่ฉันจะหนีคนใจดำอย่างคุณให้ได้”
ณเรศยิ้มหยิ่ง ๆ
“ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา พร้อมจูงมือจะพาเธอเดินชมบรรยากาศรอบเกาะ
หญิงสาวยืนตัวเกร็งไว้ ไม่ยอมไปตามแรงดึงของเขา
“มาสิ” เขาฉุดแขนเธอจนถลาตามมา
ทั้งสองเดินเลียบหาดทราย ชมท้องฟ้า ชมทะเล ชายหนุ่มเริ่มถามคำถามกับหญิงสาว
“เธอชอบที่นี่ไหม?”
เธอเงียบ
“ท้องฟ้าที่นี่โปร่งดีนะว่าไหม?”
ไม่มีเสียงตอบรับ
“น้ำทะเลใสดีนะ เธออยากลงเล่นใช่ไหมล่ะ?”
เธอยังนิ่ง ไม่ตอบอีกตามเคย
“ไม่ตอบงั้นก็แสดงว่าเธออยากลงเล่นน้ำ”
ชายหนุ่มอุ้มร่างหญิงสาว เดินลงทะเลมาจนถึงความลึกระดับหนึ่ง แป้งหอมในอ้อมอกณเรศดิ้นระริก
“ไม่เอานะ ฉันไม่อยากตัวเปียก”
“ไม่อยากเปียกงั้นเหรอ?” เขาพูด รอยยิ้มกว้างผุดออกมา
เขาโยนเธอลงทะเล แป้งหอมโผล่ขึ้นมาหายใจเหนือน้ำ ยิ้มให้เขาก่อนจะวักน้ำใส่
“อ๋อ… เล่นแบบนี้ใช่ไหม?”
ณเรศวักน้ำใส่เธอบ้าง ทั้งคู่หยอกกันไปมาอยากสนุกสนาน ความเคียดแค้นที่มีต่อกันก็กลายมาเป็นรอยยิ้มกว้าง ๆ แทน ไม่รู้ทั้งสองคนจะรู้สึกเช่นนี้ต่อกันได้นานเท่าไหร่ แต่ใจจริงพวกเขาก็อยากให้อีกฝ่ายยิ้มแย้มให้อย่างนี้ทุกวัน
ยามพลบค่ำที่บ้านประภากรณ์ ศกรมาคุยกับไอยราเรื่องการตามหาตัวแป้งหอม พวกเขานั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่นสีหน้าจริงจังคร่ำเครียด
“ผมขออนุญาตคุณน้าติดรถไอ้ณเรศเพื่อร่วมตามหาแป้งหอมได้ไหมครับ?”
ไอยรายิ้ม
“เรื่องนี้ไม่เห็นต้องมาขออนุญาตน้าเลยนี่ การตามหาหนูแป้งหอมก็เป็นสิทธิ์ของศกรอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องขออนุญาตอะไเลย”
“คือ… ผมอยากให้คุณน้าคุยกับไอ้ณเรศให้น่ะครับ เพราะถ้าผมขอติดรถไปกับมัน มันต้องไม่ยอมแน่”
เสียงณเรศขับรถเข้าบ้านมาพอดี
“นั่นไงมาพอดี เดี๋ยวน้าลองคุยให้ก็แล้วกันนะจ๊ะ”
เมื่อณเรศเดินเข้ามาในบ้าน ไอยราก็ร้องเรียก
“ณเรศมานี่ก่อนสิ”
ณเรศเดินเข้ามา เขม่นกับศกรเล็กน้อย
“มีอะไรครับแม่?” ณเรศเอ่ยน้ำเสียงเหนื่อยล้ากับการเดินทางอันยาวไกล
“ถ้าพรุ่งนี้ศกรขอติดรถลูกไปตามหาหนูแป้งหอมด้วย ลูกคงไม่ว่าใช่ไหมจ๊ะ?”
“ไม่ได้ครับ!” ณเรศรีบปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิด
ศกรแทรกทันที
“ทำไมล่ะ! แป้งหอมเป็นเจ้าสาวของฉัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะมีส่วนรู้เห็นทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเธอ ฉันว่าแกดูมีอะไรปิดบังทุกคนอยู่นะ หรือว่าแกนั่นแหละที่เป็นคนลักพาตัวแป้งหอมไป?”
ณเรศอึ้ง เย็นสันหลังวาบ
“อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ ใครมันจะทำเรื่องแบบนั้น ไอ้รถคนที่ขับตามฉันเมื่อเช้านี้เป็นฝีมือของแกใช่ไหม อย่าคิดว่าฉันเดาไม่ออกนะ”
ศกรร้อนตัว รีบหาข้ออ้างปกป้องตนเอง
“รถอะไรของแกฉันไม่รู้เรื่อง แกอย่าเปลี่ยนเรื่องดีกว่า ถ้าวันนี้แกไม่ยอมรับว่าแกเป็นคนสร้างเรื่องทั้งหมดก็ไม่เป็นไร ฉันคนนี้แหละจะเป็นคนหาหลักฐานมามัดตัวแกเอง”
“อย่ากล่าวหาคนอื่นลอย ๆ อย่างนี้ แน่จริงก็มาพนันกับฉันไหมล่ะ ว่าใครจะตามหาแป้งหอมได้ก่อนกัน”
“ได้!” ศกรรับปาก “แกเตรียมหาข้ออ้างไว้ได้เลย”
“งั้นฝากไปบอกลูกน้องกระจอกของแกด้วยว่า คราวหลังถ้าคิดจะสะกดรอยตามคนอื่นขอให้มันเนียนกว่านี้หน่อย”
ณเรศและศกรปะทะสายตากัน เรื่องราวทั้งหมดจะคลี่คลายโดยใคร ศกรเริ่มสงสัยในตัวณเรศแล้ว ส่วนณเรศจะปิดบังเรื่องลักพาตัวแป้งหอมได้อีกนานแค่ไหน ระหว่างสองคนนี้ใครจะเป็นผู้ชนะในเกมเดิมพันศักดิ์ศรีครั้งนี้
Leave a comment