นนท์
ผมรับจ้างทำทุกงานที่ได้เงินมาใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นขี่รถรับส่งอาหาร รับติวหนังสือ ทำงานพิเศษที่คาเฟ่คอยชงกาแฟ หรือทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารผมก็ไม่เกี่ยง ก่อนเรียนจบปริญญาตรี ผมอยากเก็บเงินก้อนใหญ่ให้ได้สักก้อน สำหรับเป็นทุนตั้งต้นในการไปทำงานที่ต่างประเทศ
การได้รับตำแหน่งเดือนคณะ ช่วยเปิดโอกาสในการรับรายได้ช่องทางใหม่ ๆ ให้กับผม อย่างแรกที่ได้คือในคืนที่ผมได้รับตำแหน่งสด ๆ ร้อน ๆ ผมได้รางวัลจากผู้สนับสนุนการประกวดมูลค่าเป็นหมื่นบาท
แต่ไม่ได้มาในรูปเงินสดทั้งหมด บ้างก็มาเป็นคูปองแทนเงินสดสำหรับใช้ซื้อของในห้าง บ้างก็เป็นคูปองสำหรับดูแลผิวหน้าของสถาบันเสริมความงาม หรือได้มาเป็นคูปองแลกตั๋วหนังเยอะขนาดผมสามารถใช้ดูหนังฟรีได้ทั้งปี
นอกจากนี้ บรรดาเจ้าของธุรกิจที่เป็นผู้สนับสนุนการประกวด ยังสนใจให้ผมกับนานะไปถ่ายโฆษณาให้กิจการของพวกเขา แน่นอนว่าเป็นงานที่ได้ค่าตอบแทน แถมยังเป็นงานสบายและได้เงินมาง่ายกว่าไปทำงานบริการตั้งเยอะ
ไม่ใช่แค่นั้น บรรดารุ่นพี่มหาลัยยังสนใจให้ผมไปช่วยงาน มีติดต่อมาให้ไปถ่ายแบบเสื้อที่ระลึกบ้าง ให้ไปถ่ายวิดีโอแนะนำมหาลัยบ้าง ล่าสุดวันนี้ที่ผมไปติวหนังสือให้ไอ้ตู้เย็น มันก็บอกว่าพี่จั๊บพี่รหัสของไอ้ดินปืน อยากให้ผมไปเล่นเอ็มวีเป็นงานสำหรับส่งอาจารย์
ผมตอบตกลงไป แล้วเย็นวันนั้นพี่จั๊บก็ติดต่อมาด้วยตัวเอง เพื่อบรีฟงานและนัดถ่ายวันเสาร์นี้ นางเอกเอ็มวีที่จะมาเล่นด้วยคือนานะ ดาวคณะที่ได้ตำแหน่งคู่กับผม
“วันเสาร์นี้มึงจะไปถ่ายงานเป็นเพื่อนกูได้ใช่ป่ะ?” ผมวิดีโอคอลหาไอ้ตู้เย็น
“ทำไมกูต้องไปด้วยวะ?”
“ก็กูจะให้มึงเป็นผู้จัดการส่วนตัวกูไง อีกอย่างกูไม่รู้จักพวกพี่จั๊บเลย ไปคนเดียวกลัวมันจะเก้ ๆ กัง ๆ ทำตัวไม่ถูกน่ะสิ”
“พวกนั้นกูรู้จักแค่ไอ้ดินปืน แถมมึงก็รู้จักมันเหมือนกันนี่”
“แต่กูไม่ได้สนิทกับมันเท่าสนิทกับมึงพี่หว่า นะ… นะ… ไปเป็นเพื่อนกูหน่อย เสร็จงานแล้วจะพาไปเลี้ยงขนม”
“อย่ามาทำเซ้าซี้อ้อนเป็นเด็กกับกูน่า… งั้นขอกูดูอารมณ์ก่อนว่าอยากไปหรือเปล่า”
“โอเค ขอบคุณมากครับ”
“เฮ้ย! กูบอกว่าขอดูก่อน ยังไม่ได้รับปากว่าจะไปด้วย”
ผมพอรู้จักไอ้ตู้เย็น รู้ว่ามันเป็นคนใจกว้าง ขอร้องเรื่องอะไรไม่เคยได้รับคำปฏิเสธ ที่มันบอกว่าขอคิดดูก่อน ยังไงพอถึงเวลามันก็ยอมไปเป็นเพื่อนผม หรือถ้าเกิดมันไม่ยอมไปด้วยจริง ๆ ผมจะมัดมือชก ขี่มอไซด์ไปรับมันถึงคอนโด ลองขนาดนี้แล้วผมว่ายังไงมันต้องยอมไปเป็นเพื่อนแน่
พอถึงคืนวันศุกร์ ผมก็วิดีโอคอลหาไอ้ตู้เย็นเพื่อถามมันว่าพรุ่งนี้จะไปด้วยกันได้หรือเปล่า ทีแรกมันอิดออดไม่อยากไป แต่ผมก็หว่านล้อมมันจนยอมไปด้วย โดยติดสินบนว่าจะพาไปเลี้ยงหมูกระทะ
เช้าวันเสาร์ ผมขี่มอไซด์ไปรับไอ้ตู้เย็นที่คอนโด พี่จั๊บนัดสถานที่ถ่ายทำเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่นัก พอไปถึงก็เห็นกลุ่มของพี่จั๊บกำลังจัดวางอุปกรณ์สำหรับถ่ายทำกันอยู่ ผมกับไอ้ตู้เย็นเดินเข้าไปสมทบ
“สวัสดีครับพี่จั๊บ มีอะไรให้ผมช่วยไหม?”
“อ้าว… หวัดดีนนท์นนท์ หวัดดีตู้เย็น เดี๋ยวนั่งอยู่เฉย ๆ รอไปก่อน พอพวกพี่เซตอุปกรณ์เสร็จจะเริ่มถ่ายทำกันเลย แสงกำลังดีเชียว เออ… แล้วนี่น้องนานะยังไม่มาอีกเหรอ?” พี่จั๊บหันไปถามไอ้ดินปืน “เฮ้ยไอ้ดินปืน! มึงนัดน้องนานะไว้กี่โมงวะ ทำไมน้องเขายังมาไม่ถึงอีก?”
“นัดไว้ 7 โมงครึ่งตามที่พี่บอกนั่นแหละ งั้นเดี๋ยวผมโทรตามให้” พูดแล้วไอ้ดินปืนก็เดินห่างออกไปจากเสียงจอแจ เพื่อหลบไปคุยโทรศัพท์
“นนท์นนท์ มาลองหน้ากล้องหน่อยสิ”
พี่จั๊บยืนอยู่หลังกล้อง เรียกให้ผมไปยืนอยู่หน้ากล้อง
“เอ… พี่ว่าในกล้องหน้าเราดูจืดชืดไปหน่อย เราได้แต่งหน้ามาบ้างหรือเปล่า?”
“ผมเป็นคนไม่แต่งหน้าครับพี่ ทาแค่กันแดดอย่างเดียว”
“ทำไงดีเนี่ย ในกล้องมันก็ดูหล่ออยู่นะ แต่พี่อยากให้หน้าเราดูพุ่งออกกล้องมากกว่านี้อีกสักหน่อย ทีมงานพี่ก็ไม่มีใครเป็นผู้หญิงซะด้วยสิ”
ไอ้ดินปืนเดินกลับมา
“แย่ล่ะสิพี่จั๊บ นานะรถเสีย มาเองไม่ได้ ต้องส่งใครสักคนไปรับ”
“ใครว่างบ้างวะ ทุกคนก็ยุ่งกันหมด จะได้ถ่ายกี่โมงวะเนี่ย พลาดแสงเวลานี้ไป กูอดถ่ายงานส่งอาจารย์พอดี” พี่จั๊บบ่น
“เดี๋ยวผมไปรับนานะให้เองครับ” ไอ้ตู้เย็นอาสา
“เออ… ดี ๆ ฝากด้วยนะมึง หอนานะชื่อยูนีคเรสซิเดนท์ อยู่ซอย 5 ถนนหลังมอ เดี๋ยวกูแชร์ไอดีไลน์นานะให้มึงนะ นี่กุญแจมอไซด์กู” ไอ้ดินปืนเดินมาหาไอ้ตู้เย็น แล้วส่งกุญแจรถให้
ไอ้ตู้เย็นรับมา “แล้วมึงจอดรถไว้ตรงไหนวะ?”
“เอ่อ…” ไอ้ดินปืนกำลังคิดว่าจะอธิบายยังไงดี
ดูท่าพี่จั๊บกำลังรีบ ผมกลัวว่าจะเสียเวลาตรงที่ไอ้ตู้เย็นต้องไปเดินหามอไซด์ไอ้ดินปืน สู้ให้มันยืมมอไซด์ผมไปใช้ดีกว่า เพราะเรามาด้วยกัน มันรู้ว่าจอดไว้ตรงไหน
“เอามอไซด์กูไปใช้ดีกว่า มึงรู้นี่ว่าจอดอยู่ตรงไหน”
ไอ้ตู้เย็นรับกุญแจไปจากผม
“โอเค… เดี๋ยวกูรีบไปรีบกลับ”
“งั้นระหว่างรอนานะมา นนท์นนท์มาถ่ายซีนเดี่ยวก่อนดีกว่า เป็นซีนที่ต้องเล่นกีตาร์นะ” พี่จั๊บบอก
“แต่ผมเล่นกีตาร์ไม่เป็นนะครับ”
“อ้าว… แต่ในคลิปที่มึงแสดง กูเห็นมึงเล่นกีตาร์ด้วยนิ”
“ที่มันเล่นนั่นอูคูเลเล่ พี่คงจำผิดแล้ว ไอ้นนท์มันเพิ่งหัดเล่นอูคูเลเล่ได้ 2 สัปดาห์เอง” ไอ้ดินปืนอธิบายแทน
“แถมผมเล่นเป็นแค่เพลงเดียวด้วย เพลงที่พี่เห็นในคลิปนั่นแหละ”
“อ้าว… แล้วยังงี้กูจะเอายังไงดีวะ?” พี่จั๊บยกมือขึ้นมากอดอก
“เอ่อ… เอายังงี้ไหมพี่ ช็อตที่มันหันหน้าตรง เราก็ถ่ายเอาให้เห็นถึงแค่ประมาณอกพอ ช็อตอื่น ๆ ก็เน้นถ่ายจากด้านข้างเอา แอบหลบเอาไม่ต้องให้เห็นมือมันจับคอร์ด” ไอ้ดินปืนเสนอไอเดีย
“โอเค… เอาตามนั้น ไอ้ดินปืนเอากีตาร์มึงให้นนท์นนท์ยืมหน่อยดิ”
ไอ้ดินปืนเดินไปหยิบกีต้าร์ตัวที่ผมเห็นมันใช้ตอนเล่นดนตรีสด ผมรับมาแล้วเอาขึ้นสะพานคล้องบ่า ว้าว… นี่เพียงแค่ได้จับ ยังไม่ทันได้เล่น ผมก็รู้สึกว่าตัวเองเท่ขึ้นแล้ว 50 เปอร์เซนต์ อยากจะเล่นกีตาร์เป็นกับเขาบ้างแฮะ ไว้ให้ไอ้ตู้เย็นสอนบ้างดีกว่า จะได้ไปขลุกอยู่คอนโดมันอีก
การถ่ายทำซีนนี้ไม่มีอะไรยาก พี่จั๊บต้องการแค่ให้ผมยิ้ม ขอมีความทะเล้นปนมานิด ๆ แล้วก็ทำท่าทางให้เหมือนคนกำลังเล่นกีตาร์อย่างมีความสุข เล่นให้ต้นไม้ใบหญ้ารอบตัวฟัง
ถ่ายไปได้หลายช็อต ไอ้ตู้เย็นก็กลับมา มันเดินมาพร้อมนานะ แถมสะพายกระเป๋าให้นานะด้วย ระหว่างทางเห็นพูดคุยกันกระหนุงกระหนิง ทำอย่างกับว่าสนิทสนมกันมานาน แต่ผมมั่นใจว่า 2 คนนี้ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน
“สวัสดีค่ะพี่ ๆ ขอโทษด้วยนะคะที่หนูมาช้า พอดีรถที่ใช้อยู่มันเกิดดื้อขึ้นมา ต้องขอบคุณตู้เย็นมากเลยที่อุตส่าห์ไปรับ” นานะไหว้ทักทายพวกพี่จั๊บ แล้วหันไปหาไอ้ตู้เย็นด้วยใบหน้ายิ้มเบิกบาน “ขอบคุณจ้า พ่อสุภาพบุรุษ ขอกระเป๋าคืนหน่อยนะ”
ไอ้ตู้เย็นส่งกระเป๋าคืนให้นานะ ปกติมันจะหน้านิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกให้ใครเห็น แต่พอนานะยิ้มให้หน่อย มันก็ยิ้มตอบกลับอย่างเขิน ๆ แล้วส่งกระเป๋าคืนให้นานะ
“เออ… นานะพกเครื่องสำอางมาด้วยหรือเปล่า พอดีทีมงานพี่เป็นผู้ชายกันหมด ไม่มีใครใช้เครื่องสำอางเลย แต่อยากแต่งหน้าให้นนท์นนท์ดูขึ้นกล้องขึ้นอีกนิด นานะพอจะช่วยได้ไหม?” พี่จั๊บลองขอเธอดู
“หนูเอาเครื่องสำอางมาด้วยนิดหน่อย เผื่อได้ใช้เติมระหว่างวัน ถ้านนท์นนท์ไม่รังเกียจที่จะใช้เครื่องสำอางของหนู หนูก็ยินดีเติมหน้าให้เขาค่ะ แต่ว่า… เดือนคณะหนูหล่อขนาดนี้แล้ว ยังต้องแต่งเพิ่มอีกเหรอคะ?”
“แต่งแค่สักนิดก็พอ เอาแบบอะไรนะที่เขาฮิตแต่งตามเกาหลี อ๋อ… แบบเมคอัพโนเมคอัพน่ะ” พี่จั๊บพูด
นานะเรียกผมไปนั่งที่เก้าอี้พับ เธอลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งตรงหน้าผม เอากระเป๋าวางไว้ที่ตัก แล้วรูดเปิดซิปหยิบเครื่องสำอางออกมา ผมชอบสัมผัสนุ่ม ๆ ของแปรงแต่งหน้าที่ปัดปัดไปมาบนหน้าของผม มันให้ความรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก น่าจะเป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่แมวถูกเกาคาง
“เสร็จแล้วค่ะพี่” นานะหันไปบอกพี่จั๊บ
“โอเค… ไหนทั้ง 2 คนลองมายืนหน้ากล้องให้พี่ดูหน่อยสิ”
ผมและนานะลุกจากเก้าอี้พับ เดินไปยืนหน้ากล้องของพี่จั๊บ
“เพอร์เฟค! ทุกอย่างพร้อมแล้ว ได้ฤกษ์ถ่ายทำแล้ว” พี่จั๊บเอามือสองข้างตีกันด้วยความพอใจ แล้วหันไปถามไอ้ดินปืน “เฮ้ยไอ้ดินปืน ซีนแรกถ่ายซีนไหนก่อนดีวะ?”
“ตอนนี้แสงไม่แรงมาก ผมว่าถ่ายฉากเต้นรำก่อนดีไหม? ปรับรูรับแสงกว้าง ๆ ภาพจะได้ออกมาฟุ้ง ๆ ดูชวนฝัน”
“ดี ๆ งั้นขอบรีฟนานะกับนนท์นนท์หน่อยนะ ทั้ง 2 คนต้องเล่นเป็นคนรักกัน ใช้ชีวิตใน 1 วันด้วยกันให้มีความสุขที่สุด สุดท้ายจะจบเศร้า เพราะนางเอกเส้นเลือดในสมองแตกจนเสียชีวิตในคืนนั้น พี่จะแฟลชแบคกลับมาเล่าว่า วันนี้คือวันที่พระเอกย้อนเวลากลับมาจากอนาคต เพื่อมาอยู่กับนางเอกในวันสุดท้าย ทดแทนที่วันนั้นในอดีตพระเอกเลือกทำงาน แทนที่จะออกมาใช้ชีวิตกับเธอ และมีเงื่อนไขการย้อนเวลาคือ พระเอกต้องแลกอายุไขของตัวเองครึ่งหนึ่ง เพื่อย้อนเวลามาได้ 24 ชั่วโมง”
“แนวโรแมนติกไซไฟเหรอพี่?” ฟังจบผมก็ถามออกไป
“ฟังดูซับซ้อน แต่น่าสนุกดีค่ะ คนดูจะดูรู้เรื่องใช่ไหมคะ?” นานะว่า
“ต้องดูรู้เรื่องอยู่แล้วสิ พี่จั๊บคนนี้กำกับเองซะอย่าง รับรองว่าซีนที่คนดูรู้ว่าพระเอกย้อนเวลากลับมาวันสุดท้ายที่นางเอกมีชีวิต ต้องมีคนน้ำตาแตกกันบ้างล่ะ” พี่จั๊บพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ
“วันนี้กูมาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้พี่จั๊บนะ” ไอ้ดินปืนบอก “ซีนแรกที่จะถ่ายเป็นซีนเต้นรำเท้าเปล่ากลางสนามหญ้า ตามกูมาเลย เราจะถ่ายกันตรงนี้”
ผมและนานะเดินตามไอ้ดินปืนและทีมงาน มาอยู่ตรงสนามหญ้าที่ซึ่งแสงแดดทอลงมาอ่อน ๆ เรา 2 คนถอดรองเท้าให้เหลือเพียงเท้าเปล่า พี่จั๊บชี้ตำแหน่งที่พวกเราต้องไปยืน จากนั้นก็มีตากล้องและคนถือแผ่นสะท้อนแสงเข้ามาประกบ
“เอ่อ… ที่บอกให้เต้นรำเนี่ย ต้องเต้นท่าไหนครับ?” ผมถามพี่จั๊บ
“เอาท่าลีลาศก็ได้” พี่จั๊บตอบแบบขอไปที
“ผมเต้นลีลาศไม่เป็นอ่ะพี่”
“เอ้า… แล้วตอนมัธยม วิชาพละ โรงเรียนมึงเขาไม่ได้สอนลีลาศเหรอ?”
ผมส่ายหน้า เกิดมาผมเพียงแค่เคยได้ยินคำว่าลีลาศ แต่ไม่เคยสัมผัสเลยว่าเขาเต้นกันยังไง และโรงเรียนสมัยมัธยมของผมก็ไม่ได้สอนเรื่องนี้ในชั่วโมงพละด้วย นานะขำคิก ๆ ให้ผม ดูท่าเธอน่าจะผ่านวิชาลีลาศมา
Leave a comment