Header Ads

[เรื่องสั้นประสาทเสีย #3] จี๊ด

[เรื่องสั้นประสาทเสีย #3] จี๊ด

สองแม่ลูกย้ายกลับมาอยู่บ้านเก่าหลังที่เคยอยู่ ผู้เป็นแม่ดูหวาดระแวงที่ต้องกลับเข้ามาเพราะบ้านหลังนี้มี "มัน" ซ่อนอยู่ ...มันที่รอเวลาเธอกลับมาเพื่อแก้แค้น

จี๊ด

โดย - ไอติมจะครองโลก

ยุพาช่วยแก้วกิ่งลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอยกสัมภาระใบโตลงจากกระโปรงหลังรถเก๋งสีขาวสุดหรู สัมภาระที่ขนมานั้นมีมากมาย พวกเธอกำลังจะย้ายมาอยู่ที่นี่อย่างถาวร หลังจากแก้วกิ่งได้ฟ้องหย่าอดีตสามีผู้เป็นเจ้าของธุรกิจส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เนื่องจากจับได้ว่าอดีตสามีแอบไปทำสาวนักศึกษาท้องป่องถึงสองคน เธอเรียกค่าสินไหมจากเขาไม่น้อย มันมากพอจะตั้งตัวทำธุรกิจเล็ก ๆ สักอย่างที่นี่ได้
ยุพายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก หันเข้าไปมองสถานที่ที่เธอและลูกสาวจะย้ายมาอยู่ นี่คือบ้านหลังเก่าของเธอเองเป็นบ้านที่สร้างมาจากน้ำพักน้ำแรงของสามีสุดที่รักผู้รับราชการทหาร หลังจากเขาเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ครั้งสุดท้ายตอนบุกทะลายพวกลักลอบตัดไม้ ประจวบกับแก้วกิ่งสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯได้ เธอจึงตัดสินใจทิ้งบ้านหลังนี้แล้วย้ายไปอยู่กรุงเทพฯกับลูกสาว นับเป็นเวลาสิบกว่าปีแล้วที่เธอไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านหลังนี้
"ดีนะคะที่ตอนนั้นแม่ไม่ได้ขายบ้านหลังนี้ทิ้ง" แก้วกิ่งพูด
"แม่ว่าถ้าแม่ทำอย่างนั้นพ่อของเราที่อยู่บนสวรรค์คงจะโกรธ"
"ไม่ได้มาสิบกว่าปีแล้วคิดถึงจะแย่ ไม่รู้ข้างในจะเป็นยังไงบ้าง ฝุ่นกับใยแมงมุมคงเต็มแน่"
"เราต้องทำความสะอาดให้เสร็จก่อนสี่โมงเย็น แต่แม่ว่าสักบ่ายสองกว่า ๆ ก็น่าจะเสร็จเรียบร้อย"
ยุพาเดินนำลูกสาวไปที่ประตูบ้านไม้สองชั้น เธอล้วงลูกกุญแจทองเหลืองออกมาจากกระเป่าเสื้อล้านนา สอดมันเข้ารูกุญแจซึ่งเป็นกุญแจแบบฝังอยู่กับบานประตู
คลิก!
เธอค่อย ๆ แง้มประตูออก อากาศจากภายในบ้านลอยปะทะใบหน้าของสองแม่ลูก มันหอบเอากลิ่นบางอย่างมาด้วย กลิ่นที่เธอจำได้ไม่เคยลืม กลิ่นของ "มัน" ทำเธอรู้สึกใจหวิวเมื่อรู้ว่ามันยังอยู่ที่นี่

แม้ไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่แต่ยุพาก็ข่มใจตนเองจนทำความสะอาดบ้านหลังนี้เสร็จ ที่นี่เป็นบ้านของเธอ เป็นสถานที่ของเธอ ไม่ว่าใครที่ไหนซึ่งเป็นแขกไม่ได้รับเชิญก็ไม่มีสิทธิ์อาศัยอยู่บ้านหลังนี้ แม้แต่ "มัน" ยุพาก็จะหาทางกำจัดออกไปให้ได้
ถึงสองแม่ลูกจะขนข้าวของมามากแต่พวกเธอก็ไม่ได้นำอุปกรณ์ทำครัวติดตัวมาแม้แต่ชิ้นเดียว นี่ก็บ่ายสามโมงแล้วจวนจะถึงเวลาอาหารเย็น แก้วกิ่งขับรถเก๋งคันหรูออกจากบ้านเพื่อไปหาซื้ออุปกรณ์ทำครัวและของสดสำหรับประกอบอาหารเย็นที่ในตัวอำเภอโดยทิ้งยุพาอยู่บ้านตามลำพัง เนื่องจากเห็นว่าผู้เป็นแม่อ่อนล้าจากการเดินทางและออกแรงทำความสะอาดจึงอยากให้ท่านพักผ่อนอยู่กับบ้าน
เกือบสองชั่วโมงที่แก้วกิ่งออกไปข้างนอก เธอกลับมาพร้อมข้าวของหลายอย่าง อุปกรณ์ทำครัวเธอเลือกซื้อกระทะ หม้อ ตะหลิว ทัพพี และเครื่องครัวอย่าง จาน ชาม ช้อน ส้อม แก้ว อย่างละโหล ส่วนของสดมีผักผลไม้ต่าง ๆ ทั้ง กะหล่ำ แครอท ถั่วและเห็ดนานาชนิด ผักใบเขียว หัวหอม มะเขือเทศ ข้าวสาร เนื้อหมู เนื้อไก่ และเครื่องปรุงอีกมากมายหลายอย่าง
รถจักรยานยนต์พ่วงข้างขับเข้ามาจอดในบ้านของสองแม่ลูก พ่อค้าเชื้อสายจีนนำถังแก๊สหุงต้มมาส่งพลางพูดคุยถามไถ่อย่างคนรู้จักกันมานาน กว่าสองแม่ลูกจะได้กินอาหารเย็นก็ปาเข้าไปสองทุ่ม เนื่องจากเตาแก๊สเจ้ากรรมดันมีปัญหา จุดกี่ที ๆ ก็ไม่ติด จะว่าไปแล้วตั้งแต่เข้ามาอยู่จนถึงตอนนี้ ยุพายังไม่เห็น "มัน" เลย เวลาผ่านไปเป็นสิบปีป่านนี้มันคงหายจากบ้านหลังนี้ไปอย่างถาวรแล้ว
"แม่คะ ตอนหนูเข้าตัวอำเภอเมื่อตอนกลางวัน หนูเห็นป้ายประกาศขายที่ดินแปลงหนึ่งทำเลดีมาก อยู่ห่างจากตลาดสดไม่ไกลเท่าไหร่นัก หนูว่าจะสร้างเป็นตึกแถวไว้ให้คนเช่าเปิดร้าน แม่คิดว่าดีไหมคะ?" แก้วกิ่งพูดขึ้นกลางโต๊ะอาหาร
"น่าสนใจดีนะลูก ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ นับว่าจะยิ่งมีราคาเพิ่มขึ้น อีกอย่างยังสบายอีกด้วย ไม่ต้องออกไปทำงานบริษัทตั้งแต่เช้าเหมือนอย่างเคยทุกวัน ๆ นี่แค่เดือนละครั้งออกไปเก็บค่าเช่า"
"หนูมีเพื่อนที่เขารับเหมาก่อสร้าง เขารับทำตึกแถวด้วยนะคะ ไว้กินข้าวเสร็จจะโทรฯไปขอให้เขาส่งแบบตึกแถวสวย ๆ มาให้ดูทางอีเมล เรามาช่วยกันเลือกนะคะแม่"
"จ้ะ"
แก้วกิ่งเปลี่ยนแบบตึกแถวไปทีละแบบเพื่อดูกับยุพาบนหน้าจอโน้ตบุ๊ก แบบตึกแถวที่เพื่อนส่งมาให้สวยทุกแบบ ราคาไม่แพงนัก แก้วกิ่งแอบคิดเข้าข้างตนเองว่าถ้าตึกแถวของเธอสร้างเสร็จเมื่อไหร่คนต้องแห่มาเช่าเพราะตึกแถวของเธอเป็นตึกที่สวยกว่าทุกตึกในย่านนั้น
ทั้งสองลงความเห็นจะสร้างตึกแถวในรูปลักษณ์แบบตึกของชาติตะวันตกสีเอิร์ทโทน ยุพากลัวตึกที่จะสร้างออกมาฝรั่งจ๋าจนเกินไปจึงออกความเห็นว่าควรจะหยิบการตกแต่งในแบบล้านนาผสมปนไปด้วย คงจะออกมาแปลกใหม่ไม่มีใครเหมือน
เมื่อได้แบบที่ถูกใจแล้วแก้วกิ่งก็โทรฯไปปรึกษากับเจ้าของแบบเดี๋ยวนั้นทันที ได้ฟังจากเพื่อนจึงรู้ว่าการดำเนินงานก่อสร้างตึกแถวตามแบบที่ว่าต้องใช้เงินหนึ่งในสี่ของทรัพย์สินที่ได้รับจากอดีตสามี นั่นไม่ได้ระคายหน้าแข้งเธอเท่าไหร่ เพื่อนผู้รับเหมาซึ่งสนิทกันรับปากเป็นมั่นว่าอีกสองวันจะขึ้นเหนือมาดูที่ดิน ถ้าไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในอาทิตย์หน้าได้ทันที
"แม่คะ พรุ่งนี้เราเข้าไปในเมืองกันดีไหม หนูอยากหาซื้อเครื่องเรือนมาแต่งบ้านเสียหน่อย อีกอย่างไม้ดอกหน้าบ้านก็แห้งตายไปหมดแล้ว หนูอยากได้ไม้ดอกสวย ๆ มาปลูกแทน ไปด้วยกันนะคะแม่"
"จ้ะ แม่กำลังอยากได้ชั้นหนังสือสักชั้น งั้นแม่ขอตัวไปนอนก่อน หลับฝันดีนะจ๊ะลูกรัก" ยุพากล่าวกับลูกสาวพลางยื่นแก้มไปให้แก้วกิ่งหอมก่อนจะลุกจากม้านั่งไม้ในห้องนั่งเล่นเดินขึ้นชั้นสองเข้าห้องนอนไป
ในห้องนอนของยุพาไม่มีอะไรมาก มันเป็นห้องโล่ง ๆ มีเพียงเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งเท่านั้น ยุพาไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในห้อง แสงสว่างจากพระจันทร์เต็มดวงของคืนหน้าร้อนสาดแสงทะลุผ่านกระจกฝ้าทำให้เห็นทางที่จะเดินสู่เตียงอย่างแจ่มชัด
ระหว่างกำลังเหยียดกายนอนหนุนหมอนอยู่บนเตียง จู่ ๆ มีเสียงหนึ่งดังจากเพดานห้องมาเข้าหูของยุพา
จี๊ด…ดดด จี๊ด ๆ ๆ ๆ
เป็นเสียงที่เธอไม่อยากได้ยิน เสียงของ "มัน" มันยังอยู่ในบ้านหลังนี้มาตลอดสิบว่าปีที่เธอจากไป ยุพาพยายามไม่สนใจและข่มตาให้หลับ ความอ่อนล้าที่สะสมมาทั้งวันทำให้เธอผล็อยหลับไปในที่สุด

สองแม่ลูกรีบออกจากบ้านแต่เช้าเพราะกลัวว่าถ้าช้ากว่านี้อากาศจะร้อนจนไม่อยากออกไปไหน ทั้งสองมาถึงร้านขายต้นไม้แห่งหนึ่งข้างในตัวเมือง ที่นี่มีต้นไม้หลากหลายชนิดทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น ต้นผลหมากรากไม้ต่าง ๆ เรียกว่ามีครบ เลือกไปแต่งสวนได้ทุกสไตล์
แก้วกิ่งเลือกไม้ดอกไทย ๆ อย่าง ต้นมะลิ ต้นลีลาวดี สำหรับนำไปแต่งบริเวณหน้าบ้าน ต้นขนุนสำหรับปลูกไว้หลังบ้าน เพราะเชื่อว่าเป็นไม้มงคลทำอะไรก็มีคนคอยสนับสนุน เธอเลือกจองไม้ประดับอื่น ๆ ด้วยอย่างต้นวาสนา ต้นหูกระจง ต้นน้ำเต้าญี่ปุ่น เฟิร์นชายผ้าสีดา สำหรับนำไปตกแต่งตึกแถวของเธอที่กำลังจะสร้าง
"มีต้นอะไรที่ใช้ไล่หนูไหมคะ?" ยุพาถามคนขาย
แก้วกิ่งหันขวับมามองผู้เป็นแม่อย่างสงสัย
"แม่จะเอาต้นแบบนั้นไปทำอะไรคะ?"
ยุพาไม่ตอบอะไร แต่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
"ถ้าอยากได้ต้นที่ไล่หนูได้แถมยังมีดอกสวยแนะนำต้นยี่โถค่ะ" คนขายชี้แนะนำไม้พุ่มสูงประมาณเมตรกว่า ๆ ใบเขียวเรียวแหลมมีช่อดอกสีชมพูอ่อน "วิธีใช้ไล่หนูก็ตัดกิ่งแก่ ๆ ไปตากแห้งแล้วนำไปวางไว้ในที่ที่ไม่ต้องการเห็นหนู"
ความคิดเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นมาในหัวของยุพา เธอจะนำต้นยี่โถไปปลูกล้อมบ้านไม่ให้หนูตัวในออกตัวนอกเข้า เมื่อทางหนีถูกปิดเธอจะค่อย ๆ ล้างเผ่าพันธุ์พวกมันทีละตัว ๆ ด้วยฝีมือของเธอเอง
"งั้นเอาต้นนี้ยี่สิบต้นค่ะ" ยุพาบอกคนขาย
"แม่จะเอาไปทำไมตั้งเยอะแยะคะ" แก้วกิ่งตกใจกับความคิดของแม่ แม่เธอนึกพิศวาสเจ้าดอกสีชมพูแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
"ตอนนี้ทั้งร้านเหลือไม่ถึงสิบต้นเองค่ะ"
"อืม… งั้นเอาเท่าที่มีก็ได้ค่ะ" ยุพาบอกคนขาย แล้วคนขายก็เดินไปเอาต้นยี่โถทั้งร้านออกมา
"แม่จะเอาไปทำไมเยอะแยะ หนูว่าสัก ๒-๓ ต้นนี่กำลังสวย แต่ถ้าเป็นสิบต้นนี่ดูเยอะเกินไปนะคะ"
"ไม่เยอะหรอก แม่อยากให้บ้านเราเป็นสีชมพู" ยุพาเอ่ยอย่างมีอะไรเคลือบแฝง ลูกสาวของเธอมองดูด้วยสายตาไม่เข้าใจความคิดของแม่
เป็นเวลาเย็นเลยทีเดียวที่สองแม่ลูกกลับมาถึงบ้าน พวกเธอมาพร้อมรถส่งสินค้าจากร้านขายเครื่องเรือน ส่วนต้นไม้ที่ได้ซื้อไว้แล้วนั้นวันพรุ่งนี้ร้านจะนำมาลงปลูกให้ กว่าพนักงานของร้านขายเครื่องเรือนจะนำชั้นวางหนังสือ ชั้นวางโทรทัศน์ โซฟากำมะหยี่พร้อมโต๊ะสตูลลงบ้านลูกค้าเสร็จก็หัวค่ำ พอดีกับรถส่งสินค้าจากร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำสินค้ามาส่งซึ่งมีทั้งโทรทัศน์จอยักษ์ ชุดเครื่องเสียง ตู้เย็น หม้อหุงข้าว และชุดรับสัญญาณดาวเทียมซึ่งพรุ่งนี้จะมีช่างมาติดตั้งให้
สองแม่ลูกนั่งกินอาหารปรุงสำเร็จที่ซื้อมาจากร้านในตัวเมือง แก้วกิ่งยังสงสัยไม่หายที่แม่ของเธอซื้อต้นยี่โถทีเดียวเกือบสิบต้น
"แม่คะ หนูถามจริง ๆ เถอะว่าแม่อยากได้ต้นยี่โถมาทำอะไรเยอะแยะขนาดนั้น"
ยุพายิ้มให้กับท่าทีสงสัยของลูกสาวก่อนตอบไปว่า
"ที่บ้านเรามีหนู!"
"หนูเหรอคะ?"
"ใช่ มันมีมานานแล้ว ตั้งแต่สร้างบ้านเสร็จใหม่ ๆ เลย แม่พยายามหาทุกวิถีทางในการกำจัดมันแต่มันก็ยังไม่หายไปเสียที ไอ้หนูพวกนี้มันขยายพันธุ์เร็วนะ ไม่รู้ตอนนี้จะมีกันสักกี่ร้อยตัว สงสัยคงอยู่กันเป็นนิคมเลยมั้ง"
"แม่อยากกำจัดมันโดยการปลูกต้นยี่โถไว้ในบ้านเยอะ ๆ น่ะหรือคะ หนูว่าจ้างบริษัทที่เขารับกำจัดมาจัดการจะได้ผลดีกว่าไหม?"
"ก็แม่ไม่ชอบสารเคมีนี่"
หลังเสร็จจากอาหารเย็นสองแม่ลูกก็พากันมาทดสอบโทรทัศน์เครื่องใหม่ด้วยกันที่ห้องนั่งเล่น บ้านของพวกเธอคงอยู่ไกลจากสถานีส่งสัญญาณมาก คุณภาพของภาพที่รับได้จึงไม่ดีเท่าไหร่ ดาราหน้าใหม่ที่มาเล่นละครรีเมคก็เล่นแข็งอย่างกับหุ่นกระบอก พระนางตีบทกันไม่แตกและแสดงไม่เข้าคู่กัน สู้ต้นฉบับที่ยุพาเคยดูสมัยเป็นสาวไม่ได้
ถึงจะไม่ประทับใจนักแสดงเท่าไหร่แต่ยุพาก็ดูจนจบตอนและมีทีท่าว่าเธอจะติดจนอดใจรอดูตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้แทบไม่ไหว ยุพากำลังจะไปนอนแต่แก้วกิ่งจะอยู่ดูรายการทอล์คโชว์ต่อ ยุพาไม่ว่าอะไรเพียงแต่เตือนว่าพรุ่งนี้แก้วกิ่งมีนัดกับผู้รับเหมาเรื่องดูที่ดิน พูดแค่นั้นเธอก็ขึ้นห้องนอน
จี๊ด!
เสียงหนูร้องและวิ่งลนลานเมื่อรู้สึกถึงแรงประตูกระทบบานกบ ยุพาแหงนมองพลางคาดคะเนดูว่ามันคงมีกันสัก ๗-๘ ตัวใต้เพดานแผ่นนั้น อยู่กันเป็นครอบครัวเลยสินะ
จี๊ด… ดดด จี๊ด ๆ ๆ ๆ
เสียงที่ยุพาเกลียดและไม่อยากได้ยินที่สุดในชีวิตพร้อมใจกันดังขึ้นเมื่อหัวเธอถึงหมอน ไอ้หนูพวกนี้จงใจแกล้งกันชัด ๆ ไว้ถึงคราวของเธอบ้างพวกมันจะร้องไม่ออก เสียงนั้นยังคงดังต่อไปไม่หายไปไหน ท่าทางมันจะตามเข้าไปในฝันของเธอให้ได้

ครั้งสิบกว่าปีก่อนที่ยุพาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ เธอเคยวางกาวดักหนูไว้ในห้องครัวหลังจากเห็นหนูสีดำตัวใหญ่วิ่งผ่านระหว่างกำลังทำอาหารเย็น ผลคือรุ่งเช้าหนูตัวที่ว่าติดหนึบอยู่กับกาวเหนียวที่เธอวางดักไว้ จากนั้นเธอกำจัดมันโดยการขุดหลุมฝังมันทั้งเป็นไว้ที่หลังบ้าน นั่นเป็นครั้งแรกที่ยุพามีความสุขกับการกำจัดหนู
ไม่กี่วันถัดจากนั้นเสียงน่ารำคาญบริเวณหัวเตียงปลุกเธอขึ้นมาในตอนเช้า เธอดันเตียงหลบไปชิดข้างฝาอีกด้านหนึ่งของห้องนอน สิ่งที่เห็นทำเธอตะลึง ลูกหนูตัวสีแดงกว่าสิบตัวกระจุกเป็นกลุ่มอยู่ตำแหน่งที่เป็นหัวเตียงของเธอ เมื่อคืนมีแม่หนูมาแอบคลอดลูกไว้ตรงนี้ เธอคิดแผนกำจัดลูกหนูพวกนี้ออกในทันที เริ่มโดยการจัดการกวาดพวกมันใส่ถุงพลาสติกจากนั้นห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หนาหลายชั้นจนกลายเป็นลูกบอลแล้วรัดให้อยู่ด้วยหนังยางมัดถุงแกง เธอนำลูกบอลที่บรรจุชีวิตหนูตัวน้อยกว่าสิบตัวไปให้เด็กแถวบ้านใช้เตะเล่น เด็ก ๆ ชอบกันใหญ่และบอกว่าอยากได้เพิ่มอีก นั่นทำให้เธอเริ่มกระหายในการล่าหนู

ยุพาตื่นจากนิทราอันยาวนาน เธอลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิบนเตียงพลางบิดขี้เกียจแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อก่อนถ้ามองออกไปจะเห็นต้นไม้ขึ้นเขียวครึ้ม แต่หลังจากไปอยู่กรุงเทพฯเสียนาน ต้นไม้พวกนั้นไม่มีคนดูแลก็พากันแห้งตายหมด และวันนี้บรรยากาศขจีแบบนั้นกำลังจะกลับมา ต้นไม้ที่ได้สั่งซื้อไว้ตั้งแต่เมื่อวานทางร้านจะนำมาลงปลูกให้ในวันนี้ เธออยากเห็นต้นยี่โถดอกสีชมพูปลูกล้อมบ้านเธอเร็ว ๆ แล้ว
ตุ้บ!
ของหนักตกลงกลางตักยุพา เธอก้มลงมองเห็นเป็นหนูสีดำตัวใหญ่เท่าลูกหมาจ้องเขม็งมองหน้าเธอ มันร้องจี๊ด ๆ แล้วกระโจนเข้าใส่ใช้เล็บสกปรกตะกุยหน้าเธอ
"กรี๊ด!"
ยุพาร้องเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง ไม่มีหนูบนตักเธอ ไม่มีบาดแผลบนใบหน้า มีแต่เหงื่อเม็ดเป้งเกาะอยู่เต็ม เธอฝันไปและตอนนี้เธอตื่นแล้ว เธออยากอาบน้ำผลัดเสื้อผ้าเสียหน่อย อากาศของฤดูร้อนทำเธอเหงื่อออกจนเสื้อผ้าชุ่มไปหมด
ร้านขายต้นไม้นำต้นไม้ที่สั่งไว้มาลงให้แต่เช้า ยุพาต้องเข้าไปกำกับคนงานว่าต้องนำต้นไหนลงตรงไหนบ้าง ประจวบกับช่างจากร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ามาติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียม ยุพาจำเป็นต้องทำอาหารกลางวันเลี้ยงทุกคนเพื่อเป็นการแสดงออกถึงน้ำใจไมตรี กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็เป็นเวลาเย็นเสียแล้ว วันนี้เป็นวันที่ยุพาเหนื่อยกว่าวันไหน ๆ เนื่องจากแก้วกิ่งไม่อยู่บ้านเพราะออกไปพบเพื่อนสนิทหนุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างเพื่อคุยเรื่องตึกแถวที่จะสร้าง
แก้วกิ่งกลับบ้านมาอย่างหน้าชื่นตาบาน เรื่องสร้างตึกแถวดำเนินการไปได้เร็วกว่าที่เธอคิดไว้ อีกไม่นานคงได้เห็นมันตั้งตระหง่านเด่นสะดุดตาคนทั่วไปที่ผ่านไปมา
ละครเรื่องโปรดออกอากาศแล้ว วันนี้สองแม่ลูกได้รับชมภาพที่คุณภาพดีขึ้นกว่าเดิมมาก เนื้อเรื่องก็เข้มข้นน่าติดตามขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งดูยุพาก็ยิ่งตกหลุมรักในเสน่ห์ของพระเอกหุ่นกระบอกคนนั้น
ละครจบแล้วสองแม่ลูกแยกย้ายกันกลับขึ้นห้องไปนอนเพราะต่างคนต่างเหนื่อยมาทั้งวัน เมื่อเข้ามาถึงห้องยุพาถึงกับตกใจ มุมฟูกนอนด้านหนึ่งถูกแทะจนขาด นุ่นที่ยัดอยู่ข้างในทะลักออกมาเกลื่อนพื้น ต้องเป็นฝีมือของหนูบ้าพวกนั้นแน่ ๆ พวกหนูนรก! อยู่สุขไม่เป็น
ยุพาลงไปเอาไม้กวาดกับที่ตักเพื่อมาจัดการเก็บกวาดทำความสะอาดห้องของเธอ ขณะที่เธอกลับเข้ามานั้นเองก็พบกับหนูวันเจริญพันธุ์สี่ตัวกำลังกัดแทะรอยแหว่งเดิมนั้นอย่างเมามัน ยุพาเปลี่ยนมาจับตรงโคนของด้ามไม้กวาดโดยเอาส่วนที่เป็นปลายชี้ไปข้างหน้า สองเท้าค่อย ๆ ย่างเข้าไปใกล้อย่างเงียบ ๆ เธอเงื้อไม้กวาดขึ้นสุดแขนแล้วฟาดลงอย่างรวดเร็วหวังให้โดนหนูเพียงสักตัว
เฟี้ยว…ววว
ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!
เธอกระหน่ำตีไม่ยั้ง ไอ้หนูพวกนี้มันสมควรตายโทษฐานทำลายข้าวของเสียหาย ไม่รู้สัตว์เดรัจฉานพันธุ์นี้จะเกิดมาให้รกโลกทำไมเพราะไม่เห็นพวกมันจะเป็นประโยชน์อะไรสักอย่าง
ยุพาตีหนูตายคาที่ได้สองตัว ตัวหนึ่งพยายามหนีในสภาพร่อแร่แต่เธอหันไปตีมันหัวแบะได้ทัน ส่วนอีกตัวโดดไต่เสาหลบเข้ารอยแตกบนเพดานไปอย่างรวดเร็ว
เธอพักหอบพลางคิดไปด้วยว่าจะจัดการกับศพหนูทั้งสามอย่างไรดี ระหว่างนั้นแก้วกิ่งก็โผล่เข้ามาพลางถามว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้เป็นแม่เล่าไปตามจริงแล้วถามกลับว่าคิดเห็นอย่างไรกับการกำจัดศพหนูพวกนี้ ลูกสาวตอบมาว่าให้เอาไปทิ้งในถังขยะหน้าบ้านรอรถเทศบาลมาเก็บพรุ่งนี้เช้า แต่ยุพาค้านอยู่ในใจเพราะความเห็นของลูกสาวออกจะเรียบง่ายไปหน่อย
หญิงวัยกลางคนเดินหิ้วถุงพลาสติกเปื้อนเลือดมาตามแสงสลัวจากเสาไฟข้างถนนออกมาจนถึงสี่แยกกลางหมู่บ้าน สี่แยกที่ซอยทั้งสามและทางออกสู่ถนนใหญ่มาบรรจบกันซึ่งมีหมาจรจัดฝูงหนึ่งเป็นเจ้าถิ่น ตอนที่ยุพาไปถึงพวกมันกำลังนอนหงอย แต่ละตัวมีสภาพซูบผอม หวังว่าศพหนูสามตัวนี้จะพอประทังปากท้องพวกมันได้บ้าง
เธอหยุดกลางสี่แยก วางถุงพลาสติกลงแล้วคลี่ปากถุง จากนั้นก้าวถอยออกมาอยู่ในระยะปลอดภัย กลิ่นคาวเลือดลอยไปตามอากาศปะทะกับสัมผัสรับกลิ่นอันว่องไวเป็นพิเศษของเหล่าบรรดาหมาจรจัด พวกมันยกหัวขึ้นมาอย่างสนใจ ค่อย ๆ เข้ามาด่อม ๆ มอง ๆ พอรู้ว่าเป็นหนูก็แข่งกันกระโจนแย่งกันขย้ำสัตว์ตัวน้อยที่ตายแล้ว ร่างเล็ก ๆ ของหนูทั้งสามตัวฉีกกลางอากาศ เลือดสาดกระเซ็นเป็นเม็ดติดตามหน้าของบรรดาเจ้าหมาหิวโซเหล่านั้น เธอแสยะยิ้ม พวกหนูเกิดมามีประโยชน์แค่เป็นอาหารของสัตว์เดรัจฉานด้วยกันเท่านั้นเอง

กินอาหารเช้าเสร็จแก้วกิ่งก็รีบออกจากบ้านเพื่อไปพบกับผู้รับเหมาก่อสร้างคนสนิท วันนี้ทั้งสองนัดกันไปดูวัสดุตกแต่งภายในกันที่ต่างจังหวัดใกล้ ๆ ช่วงนี้แก้วกิ่งอาจต้องออกตะลอนไปโน่นนี่นั่นอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากกำลังเป็นช่วงเตรียมการก่อสร้าง เธอต้องตัดสินใจเลือกอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปด้วยความราบลื่นและออกมาตรงใจเธอมากที่สุด
วันนี้เป็นอีกวันที่ยุพาอยู่บ้านตามลำพัง เธอไม่รู้สึกเหงาและไม่เคยนึกอยากเลี้ยงสัตว์สักตัวไว้เป็นเพื่อน เธอเกลียดสัตว์ทุกชนิดเพราะพวกมันนำมาซึ่งปัญหามากกว่าประโยชน์ อยู่บ้านเพียงอ่านหนังสือสักเล่มเธอก็หายเหงาแล้ว
บ้านที่อาศัยอยู่ก็เก่ามากแล้ว สีฟ้าที่เคยทาไว้นอกตัวบ้านบัดนี้ถูกแสงแดดโลมเลียเสียจนซีดจางไม่น่ามอง เครื่องเรือนไม้เก่าก็สมควรได้รับการทาน้ำยาเคลือบเงาใหม่ พื้นบางแห่งควรรื้อแล้วปูใหม่ วันนี้ยุพาคิดว่าจะทุ่มเวลากับการสำรวจจุดต่าง ๆ ในบ้านที่เห็นว่าควรจะซ่อมโดยเริ่มที่ห้องนอนของเธอก่อนอันดับแรก
ขณะที่ก้าวขาขึ้นบันไดถึงชั้นสอง ยุพาก็ได้ยินเสียงแหลมเล็กของมันดังขึ้นมาจากเพดานด้านบนหัว ฟังจากเสียงมันคงอยู่กันหลายตัว สิ่งสำคัญที่สุดที่ลืมไม่ได้ในการทำบ้านให้น่าอยู่คือต้องกำจัดหนูทุกตัวให้สิ้นซาก!
บันไดอะลูมิเนียมแบบกางตั้งได้ถูกขอยืมมาจากเพื่อนบ้าน ยุพาตั้งมันไว้ตรงทางเดินชั้นสองใกล้กับบันไดขึ้นลง จุดนี้เองที่เธอได้ยินเสียงหนูและตอนนี้มันยังดังอยู่ มือข้างหนึ่งถือค้อนอีกข้างถือสวิงพร้อมจัดการเก็บกวาด
เธอค่อย ๆ ปีนขึ้นบันไดอะลูมิเนียมอย่างมั่นคง ออกแรงทุบเพดานด้วยค้อนจนมันเคลื่อนเปิดออก เธอปีนขึ้นอีกขั้น ชะโงกหน้าเข้าช่องเพดาน หนูพวกนี้คงยังไม่รู้ว่าอวสานชีวิตของพวกมันมาถึงแล้ว
ดวงตาทั้งสองของยุพาเบิกกว้าง ในนี้มีหนูยั้วเยี้ยเต็มไปหมด เยอะเสียจนพวกมันขี่คอกันแล้วขี่คอกันอีก เธอตกใจกับปริมาณมหาศาลของพวกมัน ชักหวั่นใจว่าจะเอาพวกมันไม่อยู่ กลิ่นสาบของพวกมันรุนแรงมาก แรกทีที่กลิ่นตีอัดเข้าหน้าของเธอก็ทำอาหารในกระเพาะถึงกับวิ่งย้อนขึ้นมาถึงคอ เธอรับรู้ได้ถึงรสเปรี้ยวของอาเจียนและหักห้ามอาการได้ ฝืนใจยกสวิงขึ้นมาช้อนหนูนรกพวกนั้นลงมา
แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น แม้หนูจะเป็นสัตว์เดรัจฉานสี่เท้าตัวเล็ก ๆ แต่มันก็ไม่โง่พอที่จะยอมให้คนรังแกอยู่ฝ่ายเดียว ไอ้หนูตัวอ้วนกลมขนยาวหยาบวิ่งมางาบที่ง่ามนิ้วข้างที่ถือสวิงของยุพา ฝังฟันแหลมลงลึกเข้าไปถึงกระดูก ยุพาตกใจปล่อยสวิงทิ้ง พวกหนูที่อยู่ข้างในตกลงสู่พื้นแล้วพากันวิ่งพล่านหนีเข้าซอกหลืบ
เธอสะบัดมือเพื่อสลัดไอ้หนูอ้วนกลมให้ละคมเขี้ยวออกจากมือของเธอ คมเขี้ยวของมันสร้างความเจ็บปวดแก่เธอมหาศาล มันเจ็บปวดร้าวไปทั้งแขน เธอเริ่มควบคุมความเจ็บปวดไม่ไหวจึงดิ้นพราด ๆ ทั้งที่อยู่บนบันไดอะลูมิเนียม
ยุพาสลัดไอ้หนูอ้วนกลมตัวนั้นสำเร็จ มันหลุดกระเด็นตกลงไปกระแทกพื้นปูนของชั้นหนึ่งนอนร่อแร่อยู่อย่างนั้น บันไดอะลูมิเนียมโคลงเคลงค่อย ๆ เอียงล้มมาทางเดียวกับไอ้หนูอ้วนกลม ร่างของยุพาร่วงลงจากความสูงกระแทกบันไดไม้ทีละขั้นอย่างรุนแรงจนมาถึงพื้นปูนด้านล่าง โชคยังดีที่หัวของเธอไปหนุนร่างไอ้หนูอ้วนกลมพอดีไม่ได้กระแทกพื้นปูนตรง ๆ ร่างของไอ้หนูอ้วนกลมแหลกเละลำไส้เล็ก ๆ ทะลักออกมากองกับพื้น ก่อนสติสัมปชัญญะของยุพาจะดับวูบภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือหนูพวกนั้นออกมาออกันบริเวณปากเพดานที่เธอทุบ ทุกตัวจ้องมาที่เธอ สายตาของพวกมันเหมือนเย้ยหยัน เหมือนสมน้ำหน้าในชะตากรรมของเธออย่างไรอย่างนั้น

ยุพาอยู่ท่ามกลางหมอกควันหนา เธอแน่ใจว่าไม่มีสถานที่แบบนี้อยู่บนโลก ที่นี่คือความฝัน ในความฝันมันทั้งหนาว อ้างว้าง และเปล่าเปลี่ยว มันเงียบเกินไปจนน่าขนลุก เธออยากตื่นเพื่อพบกับโลกแห่งความจริงเสียเดี๋ยวนี้
เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ค่อย ๆ ดังขึ้นและมุ่งมาทางเธอ มันเป็นเสียงที่เธอจำได้และเกลียดเข้าไส้ เสียงของพวกมันนั่นเอง พิจารณาจากเสียงเธอคาดว่าพวกมันคงมีอย่างมากสักยี่สิบตัว เสียงฝีเท้าดังหนักขึ้นอีก คราวนี้พวกมันคงมาเพิ่มไม่เกินหนึ่งร้อยตัว ไม่ใช่สิสองร้อยตัวเลยต่างหาก เสียงฝีเท้าดังขึ้นต่อเนื่องทำเธอไม่แน่ใจเสียแล้วว่ามันมีกันห้าร้อยตัวหรือหนึ่งพันตัวกันแน่ หรืออาจมีเป็นล้านตัว!
ยุพาหันซ้ายหันขวาอย่างระแวดระวังภัย พวกมันจะออกมาจากทางไหนก็ไม่ทราบแน่ ไม่รู้ว่าพวกมันจะตามเธอไปถึงไหนขนาดความฝันพวกมันยังตามไม่เลิก เงาดำทะมึนฝ่าดงหมอกกรูเข้ามาประชิดตัวเธอ ไอ้หนูอ้วนกลมตัวนั้นเธอจำมันได้ เป็นมันเองที่ฝังคมเขี้ยวไว้ที่มือของเธอ มันปีนขึ้นขาของเธออย่างคล่องแคล่วว่องไวผิดกับรูปร่างที่ดูเทอะทะงุ่มง่าม ที่สำคัญมันไม่ได้มีตัวเดียว ยังมีหนูหน้าตาแบบเดียวกับมันทุกระเบียบนิ้วอีกเป็นสิบราวกับก็อปปี้กันมาเข้ามารุมไต่ตามตัวเธอ ทุกตัวร่วมกันฝังคมเขี้ยวตามจุดต่าง ๆ ทั่วร่างกายของเธอ คมเขี้ยวหลายสิบคู่ทำเธอเจ็บปวด เจ็บเสียจนชาไปทั้งร่าง
"กรี๊ด!"
ยุพากรีดร้อง มันเจ็บปวดเกินไปที่จะเป็นเพียงความฝัน เธอหลับตาลงหวังหนีให้พ้นจากความทรมานที่เกาะกุมไปทั่วร่าง ได้ผลวิธีนั้นพาเธอหนีมาสู่โลกแห่งความจริงได้ พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในห้องพักฟื้นคนไข้ ข้างตัวเธอมีสายน้ำเกลือและแก้วกิ่งลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอ
เธอตื่นจากฝันร้ายแล้วและตอนนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลชื่อดังในตัวจังหวัด ที่นี่สะอาดสะอ้าน ไม่มีหนูตัวใดมาสร้างความกังวลใจแก่เธอได้ ความฝันแสนเลวร้ายทำให้เธอโหยหาไออุ่นจากลูกสาว เธออยากกอดเพื่อขอกำลังใจสักครั้งแต่มือและแขนกลับด้านชา พยายามขยับเท่าไหร่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เธอจึงเปล่งเสียงขอให้ลูกสาวเป็นผู้เข้ามากอดเธอแทน
"แอ้ว-อิ่ง ออด-แอ้-อ่อย-อู้ก"
ยุพาพูดไม่ชัด!
แก้วกิ่งน้ำตาไหลพรากเมื่อเห็นสภาพแม่!
หมอวินิจฉัยว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นทำเธอเป็นอัมพาตทั้งตัว!

สภาพจิตใจของยุพาดีขึ้นมาก เธอรักษาตัวเพื่อบำบัดอาการอัมพาตที่โรงพยาบาลแห่งนี้มาร่วมเดือนเศษแล้ว ทุกคนที่นี่น่ารักและปฏิบัติต่อเธอดีมากจนบางครั้งบางเวลาเธอลืมสาเหตุที่ทำให้ต้องตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ไป
วันนี้เธอต้องย้ายไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว นั่นทำให้เธอรู้สึกขยาดขึ้นมา บ้านที่เป็นของเธอแต่ก็เหมือนไม่ใช่เพราะบ้านหลังนั้นเต็มไปด้วยพวกหนูเดรัจฉานสายพันธุ์นรก เธอยังจำสายตาเย้ยหยันของพวกมันได้ติดตา
แก้วกิ่งทำความสะอาดและจัดห้องใหม่ให้ยุพาจนสวยแปลกตา ดอกมะลิที่นำมาวางไว้ทั่วห้องส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว บุรุษพยาบาลสองคนอุ้มยุพามานอนบนเตียงอย่างนุ่มนวลแล้วเธอก็เริ่มแหกปากร้องโวยวาย
"อ้าย ๆ อีอู๋ ๆ อั๋นอ้ายอู่อี้อี้"
"ไม่เป็นอะไรนะคะแม่ ที่นี่บ้านของเราเองน่าอยู่กว่าโรงพยาบาลตั้งเยอะค่ะ"
"คุณน้าดูแลตัวเองดี ๆ นะครับไว้เราจะมาเยี่ยมอีก สวัสดีครับ" บุรุษพยาบาลกล่าวลาแล้วพากันเดินออกไป
แก้วกิ่งมองยุพาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ ทำไมแม่ของเธอต้องประสบเคราะห์กรรมอย่างนี้ด้วย น้ำตาเอ่อปริ่มดวงตาทั้งสอง เธอพยายามหักห้ามมันไว้ไม่ให้ไหลออกมา ขืนเธอร้องไห้แม่คงหมดกำลังใจแน่
"แม่คะ หนูรักแม่นะ" แก้วกิ่งเดินเข้ามาข้างตัวยุพาแล้วย่อเข่าโน้นลงหอมแก้มแม่ เหตุผลที่บ้านหลังนี้ยังคงเป็นบ้านของเธออยู่ก็เพราะมีความรักจากลูกสาวเพียงคนเดียวคอยหล่อเลี้ยงดวงใจ
ตึกแถวในฝันของสองแม่ลูกก่อเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ทุกครั้งที่แก้วกิ่งออกไปดูงานก่อสร้างเธอจะถ่ายรูปตึกติดมือถือมาให้ยุพาดูตลอด เธออยากให้แม่เธอหายเป็นปกติทันไปเจิมตึกใหม่เพื่อเป็นสิริมงคล
ตั้งแต่ยุพาย้ายมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านร่วมสองสัปดาห์เธอยังไม่เห็นวี่แววของหนูพวกนั้นเลย เป็นไปได้ว่าพวกมันอาจย้ายออกไปแล้วเนื่องจากพอใจที่เห็นเธอมีสภาพเช่นนี้ เธอคิดมาตลอดว่าหนูพวกนั้นคงแค้นเธอมากที่ไปทารุณบรรพบุรุษของพวกมันไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน พวกมันจ้องล้างแค้นมาโดยตลอดและวันนี้พวกมันก็ทำสำเร็จแล้ว ตอนนี้เธอเป็นอัมพาตทั้งตัวลุกไปไหนและพูดอะไรไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน คงสาสมแก่ใจไอ้หนูนรกพวกนั้นแล้ว
วันนี้เป็นอีกวันที่แก้วกิ่งไม่อยู่บ้าน เธอป้อนอาหารเช้าให้ยุพาแล้วออกไปดูงานก่อสร้างโดยจะกลับมาอีกทีตอนเที่ยงกว่า ๆ เพื่อป้อนอาหารกลางวันแก่ยุพา
ยุพาเลิกวิตกจริตเกี่ยวกับหนูพวกนั้นไปนานแล้ว พวกมันไม่มาปรากฏตัวให้เห็นนับตั้งแต่วันที่ย้ายออกจากโรงพยาบาล กลิ่นหอมของดอกมะลิที่ถูกแก้วกิ่งนำมาวางตลบอบอวลไปทั่วห้องทำให้จิตใจของยุพาเบิกบาน เสียงเพลงวงสุนทราภรณ์แว่วออกลำโพงมาหล่อเลี้ยงจิตใจของเธอให้ชุ่มฉ่ำเหมือนกับตอนสมัยที่ยังเป็นสาว อีกไม่นานเธอคงหายจากอาการ ไม่ต้องเป็นภาระลูกสาวคอยเทียวไปเทียวมาป้อนข้าวป้อนน้ำให้เธอทุกวี่วัน
แต่แล้วยุพาก็ได้ยินเสียงที่เธอหวาดกลัวที่สุดในชีวิต ฝีเท้าเล็ก ๆ ของสัตว์เดรัจฉานพวกนั้นวิ่งพล่านบนเพดานแข่งเสียงเพลงวงสุนทราภรณ์จากลำโพง สีดำทมิฬฝูงมหึมากรูออกจากช่องแตกเล็ก ๆ บนเพดานมุ่งมายังเตียงตัวเดียวภายในห้องนอน เธอผวาตกใจเพราะไม่คิดว่าพวกมันยังอยู่
ดวงตาเลือดเย็นหลายคู่จ้องเธอเขม็ง พวกมันต้องการอะไรจากเธออีก ฟันขาวยาวแหลมคมชูต้องแสงเงาแวววิบวับ มันแหลมเกินกว่าจะเป็นฟันของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเล็ก ๆ บนโลกมนุษย์ เจ้าหนูนรกพวกนั้นจรดฟันคมแหลมแทะเล็มนิ้วเท้าทั้งสิบของเธอ
"อื้อ… อ้า… อื้อ…"
พวกมันแทะเล็มเนื้อหนังตรงนิ้วเท้าของเธออย่างเอร็ดอร่อย
เธอเห็นเลือดสีแดงสดกระฉูดออกมาจากปลายนิ้วเท้าทั้งสิบ
เธอเห็นนิ้วเท้าทั้งสิบกลายเป็นกระดูกสีขาวไร้เนื้อหนัง
กระดูกที่ว่าหายไปแล้ว มันหายไปพร้อม ๆ กับเสียงกระดูกถูกบดดัง "แกร๊บ!"
เงาดำมะรุมมะตุ้มแย่งเนื้อหนังส่วนอื่นของเธอ อีกไม่นานเท้าทั้งสองข้างคงไม่เหลือ ขาที่ขยับไม่ได้กลายเป็นเหยื่ออันโอชะของพวกมันและตอนนั้นเธอคงเหลือแค่ครึ่งตัว ไส้เหนียว ๆ พวกมันคงเคี้ยวเพลิน อีกทั้งตับ ไต กระเพราะบรรจุข้าวต้มปลาซึ่งเป็นอาหารเช้า ปอดที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมดอกมะลิ ทุกส่วนคงเข้าไปอยู่ในท้องพวกมัน หัวใจอวัยวะสำคัญคงเข้าไปเต้นตุบตับสนุกปากเมื่อพวกมันเคี้ยว ดวงตาทั้งสองคงถูกลากดึงให้หลุดออกมาจากเบ้า หนูตัวเล็ก ๆ คงมุดเข้าไปในเบ้านั้นแล้วโผล่ออกที่กลางกะโหลกเพื่อดูดกินก้อนมันสมอง ถ้าตอนเที่ยงแก้วกิ่งกลับมาคงตกใจเพราะแม่ของเธอที่ตอนเช้ายังนอนอยู่บนเตียงหายไปเหลือทิ้งไว้เพียงกองเลือดสีแดงเลอะเปรอะที่นอนเป็นรูปลำตัวมนุษย์
มันคงต้องเป็นอย่างนั้น หนูพวกนี้หิวโซมาตั้งสิบปี สติสัมปชัญญะของเธอขาดหายไปพร้อมกับเสียงร้องระงมของพวกมัน
จี๊ด ๆ ๆ
แจ๊บ ๆ ๆ
จี๊ด ๆ ๆ
จบ
ขับเคลื่อนโดย Blogger.